๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๐ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรงเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพราะสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อหยุดสัญชาตญาณต้องพากันนั่งให้ตัวตรง ๆ

 

เราพากันทำข้อวัตรกิจวัตร นอนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม ตื่นตี ๓ บางคนก็ยังไม่สามารถควบคุมปฏิปทาของตัวเองได้ ไปนอนเรทจากเวลา ๓ ทุ่มไป ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มก็ย่อมมีความง่วงเหงาหาวนอน ผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะเอาแต่ความสุขทางสรีระร่างกาย ไม่เห็นความสำคัญในการฝึกใจไปพร้อม ๆ กัน เลยคอนโทรลตัวเองนอน ๓ ทุ่มไม่ได้ ร่างกายก็ย่อมอ่อนเพลียนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

 

จะอ่อนเพลียหรือไม่อ่อนเพลีย ทุกคนก็ต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน

 

เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม เราต้องพากันตั้งอกตั้งใจให้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์อย่าไปให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในที่เป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจของเรา  

 

การประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ด้วยการมีสติมีสัมปชัญญะ การมีหน้าที่การมีสติสัมปชัญญะนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่มันเป็นการที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารของเราทุกคน

 

เรานอนพักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ สำหรับนักบวชของเรา

 

ฆราวาสผู้ครองเรือนมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดก็ทำอย่างเดียวกับนักบวช นักบวชนอน ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ ผู้มาประพฤติผู้มาปฏิบัติธรรมก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนอกจากท่านผู้นั้นเป็นคนแก่ชรามากเกินไป ถ้าอายุไม่ถึง ๘๐ ปีก็ต้องปฏิบัติอย่างเดียวกับนักบวช

 

ผู้ที่ป่วยที่อาพาธไม่จำกัดเพศวัย ยกเว้นกรณีพิเศษ ไม่บังคับ ผู้ป่วยผู้อาพาธต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในให้มาเป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจของผู้ป่วยของผู้อาพาธ

 

เพื่อไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในไม่ให้มาเป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจ

 

 ผู้ที่เป็นฆราวาสผู้ครองเรือนอยู่ที่บ้าน มีการดูข่าวทางการบ้านการเมือง ดูหนัง ดูละคร ฟังเพลง ทางโทรทัศน์ทางโทรศัพท์มือถือ ได้รับเชิญไปในงานกิจกรรมสังสรรค์ต่าง ๆ เราพากันมาบวชอยู่ที่วัด เรามาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด นิสัยเก่า ๆ นิสัยเดิม ๆ นั้นย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราทุกคนต้องมาหยุดมายกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เรามาอยู่ที่วัดมาประพฤติมาปฏิบัติ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติปฏิบัติเป็นนาฬิกาแห่งชีวิต เรามาหยุดสัญชาตญาณของเราทุก ๆ คน

 

พระธรรมพระวินัยเป็นกิจที่ควรทำ เพราะธรรมพระวินัยเป็นปฏิปทาของเราต้องประพฤติปฏิบัติ เป็นกิจที่เราต้องทำ ด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น อกรณียกิจ กิจที่ไม่ควรทำที่เราต้องหยุดเราต้องยกเลิก

 

การประพฤติการปฏิบัติเราอาศัยพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ เพราะเหตุผลว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือการพัฒนาทั้งวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

 

เรามาอยู่ร่วมกันเป็นหมู่สงฆ์ มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกันปลายทางอันเดียวกัน

 

เราทุกคนมาเน้นที่ตัวของเรา ถ้าเรามองคนอื่นก็มองเพื่อจะเป็นผู้ให้เป็นผู้ช่วยเหลือ การให้ทานการรักษาศีลการประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นที่ตัวเรา การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะเน้นบริสุทธิคุณ บริสุทธิคุณนี้เรียกว่าพรหมจรรย์ จะเป็นบริสุทธิคุณทางกายวาจากิริยามารยาทรวมลงที่ใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นมาที่ตัวเราทุก ๆ คน

 

ถึงเราจะมาอยู่ร่วมรวมกัน จุดมุ่งหมายนั้นคืออย่างเดียวกันเพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นไม่เป็นขั้วบวกแล้วก็เป็นขั้วลบ เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ให้เป็นขั้วบวกแล้วก็เป็นขั้วลบ

 

การปฏิบัติเป็นกลุ่มเป็นก้อนนี้ไม่จัดว่าเป็นการคลุกคลี เรายกเลิกสัญชาตญาณว่าเราว่าคนอื่น การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่จะไม่เป็นการคลุกคลี การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้เป็นความสมัครสมานสามัคคี เป็นการทำความดีเพื่อความดี เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องพระธรรมเรื่องพระวินัย เพื่อเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ อาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัย อาศัยหมู่อาศัยคณะ เพื่อจะได้ประพฤติเพื่อจะได้ปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราพากันนอนพากันพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง เวลาเราตื่นอยู่นี้เป็นเวลา ๑๘ ชั่วโมง ๑๘ ชั่วโมงเป็นเวลาที่เราหยุด เรายกเลิกสัญชาตญาณ เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ พัฒนาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ถ้ามันง่วงเหงาหาวนอนมากจริง ๆ ก็ให้นอนได้ไม่เกิน ๓๐ นาที เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ไม่สมควรที่จะนอนจำวัดมากไปกว่านี้

 

ตอนค่ำสัญญาณระฆัง ก่อน ๑๘ นาฬิกา ๑๐ นาที ไปรวมกันที่ศาลาไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิฟังการบรรยายธรรมวินัยข้อวัตรกิจวัตร

 

เลิกจากกิจส่วนรวมเวลา ๒ ทุ่ม กลับกุฏิที่พัก พักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่ม

 

เราเคยเป็นฆราวาสผู้ครองเรือน ส่วนใหญ่จะพากันนอนดึก จิตใจเคยชินกับการนอนดึก เรามาอยู่ที่วัดเราต้องพากันมาเปลี่ยนใหม่ เราต้องนอนจำวัดตั้งแต่หัวค่ำ เวลา ๓ ทุ่ม เพื่อเราจะได้ตื่นนอนตี ๓ เพื่อไปร่วมรวมกันที่ศาลาไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ เราทุกคนต้องพากันทำให้ได้ปฏิบัติให้ได้ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตนของเรา เราต้องพากันทำได้ปฏิบัติได้

 

เราพากันมาบวชมาปฏิบัติธรรม ต้องมาประพฤติต้องมาปฏิบัติธรรมเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตนของเรา

 

สัมมาสมาธิความตั้งใจมั่น ใจของเราทุกคนต้องเข้มแข็ง เราทุกคนจะไปใจอ่อนนั้นไม่ได้ เราทุกคนต้องใจเข้มแข็ง ต้องมีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม ใจของเราทุกคนต้องเข้มแข็ง มีความตั้งมั่น เราทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยพระธรรมพระวินัยด้วยข้อวัตรกิจวัตร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนตั้งมั่น เข้มแข็ง เพื่อผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน มันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่ทุกคนจะผ่านได้

 

เราทุกคนต้องตั้งใจ ไม่ต้องมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

เรากลับมายังที่พัก กลับมายังที่กุฏิ มาถึงกุฏิที่พักแล้ว ก็พากันกราบพระไหว้พระนั่งสมาธิ เพื่อให้ความสงบได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อถ่ายเทของเสียของปฏิกูลเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ติดต่อต่อเนื่องใจของเราก็จะสงบ ใจของเรานั้นจะยกเลิกเรื่องอดีตเรื่องอนาคต ปัจจุบันก็ว่างจากตัวตน เราทุกคนก็พากันนอนพักผ่อนจำวัดตื่นให้ทันตี ๓ ทุก ๆ วัน

 

การประพฤติการปฏิบัติ ๑,๒,๓ อาทิตย์นั้นจะเป็นการประพฤติการปฏิบัติยาก ถ้าหลัง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะเป็นของง่ายขึ้น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำอย่างนี้ เราจะได้ยกเลิกเรื่องอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวจากตน ถือเอาพระธรรมพระวินัยเป็นอริยมรรคในการดำเนินชีวิต

 

เราถือเอาพระธรรมพระวินัย ยกเลิกเรายกเลิกเขา เพราะเราเขานี้มันคือขั้วบวกขั้วลบ

 

เรามีสติสัมปชัญญะเป็นพื้นเป็นฐาน เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะเป็นพื้นเป็นฐาน ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน มีสติสัมปชัญญะเป็นพื้นฐาน

 

อานาปานสติ ลมหายใจเข้าลมหายใจออกเป็นที่อยู่ของพระพุทธเจ้า เป็นที่อยู่ของพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าพระอรหันต์อยู่กับอานาปานสติ ยืนเดินนั่งนอนนั้นอยู่กับอานาปานสติ หายใจเข้าก็ให้สบาย หายใจออกก็ให้สบาย คำว่าสบายนี้เป็นอย่างเดียวกับความสงบ ความสงบกับความสุขนี้คืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขก็มีความสงบ ถ้าเรามีความสบายเราก็มีความสงบ

 

ความรู้ความเข้าใจในวัฏฏสงสารไม่ไปตามธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ หยุดโลกธรรมยกเลิกโลกธรรม มีเครื่องอยู่ด้วยอานาปานสติ

 

เราหายใจเข้าที่มีความสุขเราก็จะได้รับออกซิเจนเป็นอย่างดี เราหายใจออกสบายก็จะเป็นการเอาของเสียของปฏิกูลเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปเป็นอย่างดี

 

เมื่อใจของเราสงบแล้ว เมื่อใจของเราอยู่กับปัจจุบันที่ว่างจากตัวจากตน อย่างเรานอนพักผ่อนจำวัด เราหายใจเข้าก็ให้มีความสุขเพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายหายใจออกเพื่อถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป

 

เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้เราก็จะพากันนอนหลับสบาย ๆ

 

ส่วนใหญ่ผู้ที่มาบวชไม่รู้ไม่เข้าใจได้นำภัยภายในออก นำภัยภายนอกเข้ามา ด้วยการไปมีโทรศัพท์มือถือ ไปแอบมีโทรศัพท์มือถือ นี้คือความไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้คือความไม่เคารพในพระธรรมพระวินัย นี้คือผู้ที่นำภัยภายในออก นำภัยภายนอกเข้ามา นี้เป็นปฏิปทาที่ไม่ถูกต้อง เป็นปฏิปทาที่ไม่ดี

 

เป็นผู้ที่ไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ที่ไม่ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ที่ถือนิสัยของพระเทวทัตที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

พระเทวทัตผู้ที่เอาตัวเอาตนนำชีวิต ผู้ที่เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิต ผู้ที่เอาโลกธรรมนำชีวิต ได้แก่ผู้ที่พัฒนาวิทยาศาสตร์ไม่พัฒนาจิตใจไปพร้อม ๆ กัน การพัฒนาอย่างนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบมันเป็นการสูญเปล่า เป็นการเดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม เป็นการสูญเสียของเราทุก ๆ คน

 

หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้มีแปดพันกว่าล้านคนได้ถือเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิต เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องมีความตั้งมั่นในพระธรรมในพระวินัย

 

เรามาบวชในพระธรรมในพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การบวชนั้นคือการอบรมบ่มอินทรีย์ เพื่อให้ความดีและปัญญาได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ที่มาบวชได้รับสิทธิพิเศษบ้านไม่ได้เช่าข้าวไม่ได้ซื้อ ของฟรีทุกอย่าง ด้วยพุทธบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ยกเลิกวัฏฏสงสาร ผู้ที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ทุกคนเพียงแต่ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นบุญเป็นกุศลอย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้ ผู้ที่ระลึกถึงพระคุณขององค์สมเด็พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นบุญเป็นกุศลอย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้ ผู้ที่ระลึกถึงพระอรหันต์ขีณาสพก็เป็นบุญเป็นกุศลอย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้ ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีบุญใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่อย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้

 

ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ เป็นธรรมะไม่มองข้ามปัจจุบัน ถ้าเรามีโทรศัพท์มือถือนี้แสดงถึงผู้ไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราจะถือเอามาตรฐานที่เป็นความถูกใจเหนือความถูกต้องนั้นไม่ได้ ไม่ใช่ความสงบ ไม่ใช่ความเคารพ

 

สมมติสัจจะที่เป็นแบรนด์เนม ที่เราจะเอามาใช้เอามาปฏิบัติมาทำหน้าที่ ต้องให้ได้มาตรฐานต้องให้ได้ มอก.

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะไม่เป็นการหลอกลวง ไม่เอาแบรนด์เนมมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ด้วยการหลอกลวง

 

ในปัจจุบันนี้ เรามองเห็นหน้าข้าราชการนักการเมือง มองเห็นหน้านักบวช มองเห็นหน้าพ่อค้าประชาชนล้วนแต่เป็นหน้าโจรที่ลอยขึ้นมาโดยในความรู้สึกของเราทุก ๆ คน

 

สมมติสัจจะที่เป็นแบรนด์เนม ที่ต้องทำหน้าที่ ที่มีความสุขกับการทำหน้าที่ เพื่อให้เป็นพระนิพพานเป็นธรรมนูญอยู่ที่ปัจจุบันในการทำหน้าที่ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่มันเป็นเชิงบวกแล้วก็มาเป็นเชิงลบ นั้นมันคือความเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ สมมติสัจจะที่เราจะเอามาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่เกิดเชิงบวก ไม่เกิดเชิงลบ จะได้เข้าถึงความสงบ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี ชีวิตนี้ก็จะมีแต่สุขเกิดขึ้น สุขตั้งอยู่ สุขใหม่เกิดขึ้นมาด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวตนด้วยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นความถูกต้องก็ให้เป็นความถูกต้องไป กรณียกิจ กิจที่ควรทำ อกรณียกิจ กิจที่ไม่ควรทำ นี้เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ

 

สติปัฏฐานทั้ง ๔ รู้กายในกาย รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม เราจะเอามาใช้ก็ได้ให้มีความสุขในการทำหน้าที่ นี้เป็นความดีและปัญญาที่จะต้องเป็นปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องเพื่อจะเอาสมมติสัจจะ เอาแบรนด์เนมมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่เพื่อหน้าที่

 

เราพากันนอนพักผ่อนจำวัดวันละ ๖ ชั่วโมง ถ้ามันง่วงมากเพราะปฏิปทาของเรายังอ่อนอยู่ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระโมคคัลลานะเรื่องความง่วงเหงาหาวนอนมาก เพราะพระโมคคัลลานะท่านเป็นผู้ง่วงเหงาหาวนอนมาก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้อุบายกับพระโมคคัลานะ

พระโมคคัลลานะไปอุปสมบทกับพระพุทธเจ้าเพียง ๗ วันก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีสัพพัญยุตญาณ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโมคัลลานะด้วยพระญาณ นั่งสมาธิโงกง่วงอยู่ ณ บ้านกัลลวาลมุตตคาม แคว้นมคธ ด้วยทิพยจักษุ จึงเสด็จมาหาและตรัสบอกเหตุให้ละจากความง่วง อุบายแก้ง่วง ๘ อย่าง

- เมื่อมีสัญญาอย่างไรอยู่ ความง่วงนั้นย่อมครอบงำได้ พึงทำไว้ในใจซึ่งสัญญานั้นให้มาก

- พึงตรึกตรองพิจารณาถึงธรรมตามที่ได้สดับแล้ว ได้เรียนมาแล้วด้วยใจ

- พึงสาธยายธรรมตามที่ได้สดับมาแล้ว ได้เรียนมาแล้วโดยพิสดาร

- พึงยอนช่องหูทั้งสองข้าง เอามือลูบตัว

- พึงลุกขึ้นยืน เอาน้ำล้างตา เหลียวดูทิศทั้งหลาย แหงนดูดาวนักษัตรฤกษ์

- พึงทำในใจถึงเอาโลกสัญญา ตั้งความสำคัญในกลางวันและกลางคืนว่าเหมือนกัน มีใจเปิดเผยอยู่ ไม่มีอะไรหุ้มห่อ ทำจิตให้เกิดแสงสว่าง

- พึงอธิษฐานจงกรม กำหนดหมายเดินกลับไปกลับมา สำรวมอินทรีย์ ใจไม่คิดไปในภายนอก

- พึงสำเร็จสีหไสยา คือนอนตะแคงเบื้องขวา ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า มีสติสัมปชัญญะ ทำความหมายในอันจะลุกขึ้น พอตื่นแล้วพึงรีบลุกขึ้นด้วยตั้งใจว่า จักไม่ประกอบความสุขในการนอนการเอนข้าง การเคลิ้มหลับ

 

พระผู้มีพระภาคทรงตรัสสอนพระโมคคัลลานะ ไม่ให้ชูงวงเข้าไปสู่ตระกูล เพราะถ้าในตระกูลมีกิจหลายอย่าง ไม่ใส่ใจภิกษุผู้มาแล้ว ภิกษุย่อมเก้อเขิน และมีความคิดฟุ้งซ่านว่ามีใครยุยงให้เราแตกในสกุลนี้ บุคคลจึงไม่ควรพูดถ้อยคำซึ่งจะเป็นเหตุให้เถียงกัน เพราะจะเกิดการพูดมาก เมื่อเกิดความคิดฟุ้งซ่านขึ้น ย่อมไม่สำรวม จิตย่อมห่างจากสมาธิ และทรงตรัสว่าพระองค์ไม่สรรเสริญความคลุกคลีด้วยหมู่ชน ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต แต่ทรงสรรเสริญความคลุกคลีด้วยเสนาสนะอันเงียบเสียง ไม่อื้ออึง ปราศจากการสัญจรของหมู่ชน ควรเป็นที่ประกอบกิจของผู้ต้องการความสงัด ที่หลีกเร้น

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ข้อปฏิบัติที่ทำให้ภิกษุเป็นผู้หลุดพ้นแล้วเพราะสิ้นตัณหา มีความสำเร็จ มีธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ เป็นพรหมจารี  มีที่สุด ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อได้สดับว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรถือมั่น ย่อมรู้ชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญา  ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง เมื่อได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งสุข ทุกข์ และไม่สุข ไม่ทุกข์ ย่อมพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในเวทนาเหล่านั้น พิจารณาเห็นความคลายกำหนัด ความดับ ความสละคืน เมื่อนั้นย่อมไม่ยึดมั่นอะไรในโลก ไม่มีความสะดุ้ง ย่อมปรินิพพานเฉพาะตัวทีเดียว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี

 

เมื่อท่านพระมหาโมคคัลลานะฟังแล้ว เจริญวิปัสสนาก็ได้บรรลุพระอรหัตผล

 

ถ้ามันง่วงนอนมากก็พากันนอนพักผ่อนจำวัดสักครึ่งชั่วโมงไม่ควรจะนอนหลับไปถึง ๑ ชั่วโมง

 

อย่างการนั่งสมาธิคือเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย คือการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

การนั่งสมาธินั้นถึงเป็นการยกเลิกความง่วงเหงาหาวนอน เรามีความสุขเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เรามีความสุขเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ความสุขกับความสงบนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขเราก็มีความสงบมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนี้มันเนื่องมาจากความเกิด ชาติคือความเกิดถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

 

เมื่อเราไม่เคารพในพระธรรมพระวินัย เอาสัญชาตญาณนำชีวิต มรรคผลนิพพานนั้นจะมีอยู่กับเราได้อย่างไร เราคิดอย่างไรมันก็เป็นไปไม่ได้ คิดจนสมองระเบิดมันก็เป็นไปไม่ได้

 

 

เราอย่าไปคิดว่า ทำเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำเหมือนพระอรหันต์ใครเค้าจะทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าพากันมาบวช บวชแล้วทำไม่ได้ก็พากันลาสิกขาไป เพราะอุปกรณ์ที่เราใช้เราบริโภคนี้เป็นของประชาชนเป็นของมหาชน ถ้าไม่มีพระก็อย่าให้มีโจรให้มันเจ๊ากันไป

 

โปรแกรมชีวิตคือพระธรรมคือพระวินัย ความเคารพในพระธรรมพระวินัยนี้ถึงเป็นโปรแกรมชีวิตที่จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ตัวตนนั้นแหละเป็นโปรแกมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ความดับทุกข์ขององค์...ก็มีในองค์... ความดับทุกข์ของพระอรหันต์ก็มีในพระอรหันต์

 

ความดับทุกข์ของเราจะมีได้จะหยุดได้ก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ เอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้เป็นข้อวัตรกิจวัตร

 

เพราะความรู้ความเข้าใจถ้าเราไม่เอามาใช้มาประพฤติปฏิบัตินั้นจะเป็นนักปรัชญาจะเป็นเพียงนักจิตวิทยายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ดับทุกข์ไม่ได้

 

มันยังเป็นความไม่สมดุลระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจ นั้นยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ นั้นคือการเดินทางไปข้างหน้าถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม เหมือนกับยังไม่ได้ประพฤติยังไม่ได้ปฏิบัติเลย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนมีปัญญาสัมมาทิฏฐิทำหน้าที่ของตัวเอง อย่าไปใจอ่อน อย่าให้ธาตุให้ขันธ์ให้อายตนะอย่าให้โลกธรรมมันครอบงำสติปัญญา ครอบงำสติปัญญของเรา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามองทุกอย่างเข้าสู่ความว่างเพื่อจะได้ข้ามผัสสะข้ามโลกธรรม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นชั่วครู่ชั่วยามชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น

 

สัญชาตญาณที่รักความสุขไม่ชอบความทุกข์มีความระแวงภัยยินดีในการสืบพันธุ์

 

ความอยากนั้นคือความทุกข์ที่เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมานี้คือสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน

 

สัญชาตญาณที่เป็นความกลัว ผู้ปฏิบัติธรรมกลัวทุกอย่างนั้นคือสัญชาตญาณ ความกลัวนั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

กลัวความยากกลัวความลำบาก กลัวร้อนกลัวหนาว กลัวเค้าจะนินทา อย่างนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่านี้คือสัญชาตญาณนี้คือความปรุงแต่ง นี้คือขั้วบวกขั้วลบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ นี้คือความปรุงแต่ง

 

สติสัมปชัญญะคือรู้กายในกาย รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม จะหยุดสัญชาตญาณจะหยุดความปรุงแต่ง เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม ยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ มองโลกนี้ให้ว่างเปล่าจากสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เพื่อหยุดสัญชาตญาณแห่งความกลัว จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา จะได้เอาปัญญามามีความสุขในการทำหน้าที่ เพราะความปรุงแต่งนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ความปรุงแต่งนั้นมันคิดเองเออเอง มันเป็นความเพี้ยน เป็นผีบ้าเป็นคนผีบ้า ยินดีในการสืบพันธุ์นั้นเป็นสัญชาตญาณ เห็นรูปสวย ๆ ก็ร้องโอย ๆ เสียงเพราะ ๆ ก็ร้องโอย ๆ อาหารอร่อยก็ร้องโอย ๆ ได้สัมผัสทางกายก็ร้องโอย ๆ มีแต่โอยกับโอย มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมานี้คือปฏิปทาของสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่านี้คือสัญชาตญาณ สัญชาตญาณที่จะหยุดได้เลิกได้ก็ด้วยพระธรรมพระวินัย ด้วยเหตุนี้เราต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

Visitors: 117,830