๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๑๖ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงในเรื่องเหตุเรื่องผล ให้เราเข้าใจในเรื่องชาติคือความเกิด ศาสน์ก็ได้แก่พระศาสนา กษัตริย์ก็หมายถึงตัวปัญญา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ปัจจุบันเราต้องมีความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ชาติศาสน์กษัตริย์ ๓ อย่างนี้เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ เอาปัจจุบันนั้นมาทำงานมาทำหน้าที่
ปัจจุบันนั้นถึงเป็นชาติเป็นศาสน์เป็นกษัตริย์ ชาติศาสน์กษัตริย์ที่อยู่ภายนอกนั้นดับทุกข์ไม่ได้สำหรับเรา
เราคิดดูดี ๆ อย่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดับทุกข์ไม่มีทุกข์ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างพระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ดับทุกข์ที่พระอรหันต์ขีณาสพ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องของเหตุในเรื่องของปัจจัย
เราทุกคนพากันนั่งให้สบาย ให้นั่งให้ตัวตรง ๆ ยกเลิกการพูดคุยกัน ให้ทุกคนปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่ให้เดินไปเดินมาเพื่อรบกวนคนอื่น ความเคารพเป็นสมบัติของผู้ดี มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย การหายใจเข้าสบายนี้เราก็จะได้รับออกซิเจน หายใจออกให้สบายเราจะถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
เหตุปัจจัยนี้เป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คน อาศัยปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นปัญญาประดิษฐ์
การเรียนการศึกษาเป็นเอไอเป็นปัญญาประดิษฐ์ เป็นความรู้ความเห็นที่ถูกต้อง เป็นการทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตทางใจ ๒ อย่างนี้ไปพร้อม ๆ กัน
การเรียนการศึกษานั้นถึงไม่ใช่ความจำ ถ้าเป็นความจำนั้นไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ตั้งอยู่ในรากฐานของพระไตรลักษณ์ ยังไม่ใช่เอไอ ยังไม่ใช่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ
การเรียนการศึกษาเพื่อความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะเอาความรู้มาเป็นข้อวัตรกิจวัตร เอามาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เพื่อความดีและปัญญาจะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
คำว่าสายน้ำให้รู้ให้เข้าใจ ได้แก่น้ำที่มันไหลติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดขั้นขาดตอน ไหลสู่ลำห้วยสู่ทะเลสู่มหาสมุทรอย่างติดต่อต่อเนื่องไม่ขาดสายอย่างนี้เรียกว่าสายน้ำ
คำว่าน้ำหยด เราก็ต้องรู้ต้องเข้าใจ น้ำหยดนั้นได้แก่น้ำมันหยดลงทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน น้ำหยดนั้นถึงไม่ใช่สายน้ำ
ปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติ ๒ อย่างนี้ต้องทำงานร่วม ๆ กันพร้อม ๆ กันระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจต้องทำงานไปพร้อม ๆ กัน การเรียนการศึกษานั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
การเรียนการศึกษานี้ไม่ใช่เพื่อปรัชญา ไม่ใช่เพื่อจิตวิทยา การเรียนการศึกษาเพื่อจะเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่
ปัญญานี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญยิ่ง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
การดำเนินชีวิตของเราถึงต้องอาศัยปัญญาเป็นตัวนำ ผู้นำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ชาติได้แก่ความเกิดคือผู้นำ ศาสน์ได้แก่ธรรมนูญ ได้แก่รัฐธรรมนูญ กษัตริย์นั้นหมายถึงตัวปัญญา
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจเรื่องของชาติศาสน์กษัตริย์ เพื่อเราจะได้เอามาทำหน้าที่ของการทำหน้าที่ของเราทุก ๆ คน เพื่อเอาปัญญานำชีวิต กายกับใจ ๒ อย่างนี้ปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งเดียวกัน กายเวทนาจิตธรรม สิ่งภายนอกภายในนี้คือสิ่งเดียวกัน
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ว่าสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน
การปฏิบัติใจ ใจนั้นเป็นนามธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราต้องมาปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ
เรามาทำหน้าที่ที่กายที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ ความเคารพจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ รถก็ต้องมีเบรก เครื่องบินก็ต้องมีเบรก เรือก็ต้องมีเบรก ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เราทุกคนได้เกิดความสงบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราคิดดูดี ๆ ถ้าเราไม่มีความเคารพเราจะสงบได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีความเคารพนั้นความสงบย่อมเกิดขึ้นไม่ได้
เบรกของเรานั้นได้แก่ความเคารพ ใจของเราทุกคนเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไรไม่มีใครรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร
สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน เราทุกคนเอาสัญชาตญาณนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต ชีวิตนี้ถึงพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
สัญชาตญาณก็ได้แก่อัตตาตัวตน ได้แก่ความไม่สงบที่สาเหตุเกิดมาจากความไม่เคารพ สัญชาตญาณนั้นเราทุกคนรักความสุข ไม่ชอบความทุกข์ มีความวิตกกังวลระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ นั่นแหละได้แก่สัญชาตญาณ
ใจของเรานั้นตรึกนึกคิดคนอื่นเค้าไม่รู้ก็จริง แต่ตัวเราเป็นผู้รู้ผู้เข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เราเข้าใจ เป็นผู้ละอายต่อบาปเป็นผู้เกรงกลัวต่อบาป ไม่เอาสัญชาตญาณนำชีวิต
ให้มีความเคารพ เพราะความไม่เคารพนั้นคือความไม่สงบ นั่นแหละคือสงครามในตัวของความไม่เคารพเอง
สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้องถึงต้องมีความเคารพ ไม่เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิต เป็นผู้หยุดตรึกนึกคิดในกาม หยุดตรึกนึกคิดในพยาบาท เพื่อเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต
ที่ไหนเรามีความละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป มีความเคารพ ที่นั้นก็ย่อมมีความสงบอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ความเคารพนั้นจะเป็นออกซิเจน จะเป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
ความสงบนั้นจึงมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพราะเรามีความเคารพ ถ้าเราไม่มีความเคารพมันจะสงบได้อย่างไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ นะ คิดจนสมองจะระเบิดมันก็เป็นไปไม่ได้
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่มีโลกส่วนตัว มีโลกตัวกูของกู มีโลกตัวสูของสู องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ความเคารพนี้แหละจะเป็นเบรกจะเป็นเซฟตี้ เราจะได้มีความสงบอยู่ทุกหนทุกแห่ง เราทุกนจะได้เข้าถึงความว่างจากสัญชาตญาณที่เป็นนิติติบุคคลตัวตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครแน่ไปกว่าสัจธรรมตามความเป็นจริง ความเคารพถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีต่อหน้าและลับหลัง เป็นการทำหน้าที่ของหน้าที่ เพราะงานนี้ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้เราได้
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจะไปมีอัตตาจะไปมีตัวตนนั้นไม่ได้ จะไปมีความสำคัญว่าเราว่าคนอื่นไม่ได้ จะไปสำคัญว่าเราดีกว่าเค้า เราเก่งกว่าเค้า เรารวยกว่าเค้า เรามีปัญญามากกว่าเขา หรือว่าเสมอเขา หรือสู้เขาไม่ได้
เราทุกคนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าถึงความเคารพ เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรม เหนือกฎแห่งกรรม เหนือผลของกรรมนั้นไม่มี
ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีความเคารพ เมื่อท่านมีความเคารพท่านก็สงบ พระอรหันต์ขีณาสพ สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านรู้ท่านเข้าใจ ท่ามความเคารพท่านก็สงบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับท่านพระอานนท์ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานเพื่อให้พระอานนท์ได้รู้ได้เข้าใจว่า
อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.
อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่
อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ใน สถานะอันเลิศที่สุดแล
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านให้เรารู้ให้เข้าใจ ว่าปัจจุบันเราต้องมีความเคารพ
ธรรมที่จะทำให้เราเกิดความเจริญนั้นคือความเคารพ คารวธรรมเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อม
คารวะ หรือ คารวตา ๖ ความเคารพ การถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะพึงใส่ใจและปฏิบัติด้วยความเอื้อเฟื้อด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา หรือโดยความตั้งมั่นหนักแน่นเอาจจริง ๆ จัง ๆ การมองเห็นด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ เห็นคุณค่า เห็นความสำคัญแล้วปฏิบัติต่อบุคคลอื่นหรือต่อวัตถุนั้น ๆ โดยถูกต้อง ด้วยความจริงใจ เป็นเหตุให้เกิดสติเกิดปัญญา เป็นโอกาสเป็นเวลาที่เราจะได้ละอัตตาตัวตน เราทั้งหลายจะได้มีความสงบมีปัญญา
หนึ่ง สัตถุคารวตา ความเคารพในพระรัตนตรัย ในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ถ้ามีตัวตนมีตนแล้วมันก็ตกอยู่ในสัญชาตญาณมันเป็นการเอาตัวตนครองธาตุครองขันธ์ครองอายตนะ เป็นการที่เราไม่ได้เอาความถูกต้อง ไม่ได้เอาพระรัตนตรัยนำชีวิต ด้วยการเอาตัวเอาตนนำชีวิต เอาอีโก้นำชีวิต ข้อนี้บางแห่งเขียนไว้ในหนังสือ ว่าเราทุกคนต้องเคารพคารวะต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ข้อวัตรกิจวัตร ในการดำเนินชีวิต เราทั้งหลายต้องเคารพในพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นพระรัตนตรัยเป็นพระพุทธพระธรรมพระอริยสงฆ์ พระอานนท์ได้ตรัสทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วจะให้ตั้งใครแทนองค์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่นตรัสว่า อานนท์เอย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เอาพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ ให้เราพากันจับหลักจับประเด็นให้ได้ พระธรรมพระวินัยแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ที่อยู่ในพระไตรปิฎก แบ่งเป็น พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระสูตร ๒๑,๐๐๐ พระอภิธรรม ๔๒,๐๐๐ รวมกันเป็น ๘๔,๐๐๐ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่าให้เอาพระธรรมเอาพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรต่าง ๆ แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราทั้งหลายต้องมาเคารพคารวะในพระรัตนตรัยคือพระธรรมพระวินัยคือข้อวัตรข้อปฏิบัติเป็นธรรมที่จะทำให้เราเจริญไม่มีความเสื่อม
สอง ธัมมคารวตา เคารพในพระธรรม ตั้งอยู่ในความไม่เพลิดเพลิน ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะการประพฤติการปฏิบัติเน้นที่ปัจจุบัน กงเกวียนกงกรรม ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ เราอย่าได้ไปประมาท ประมาทเล็กน้อยก็ผิดพลาดเล็กน้อย ประมาทปานกลางก็ผิดพลาดปานกลาง ประมาทอย่างใหญ่ก็ผิดพลาดอย่างใหญ่ ให้รู้เข้าใจเรื่องความประมาท องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสแก่พระภิกษุทั้งหลายว่า การประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ เป็นวาระแห่งชาติในการประพฤติการปฏิบัติเธอทั้งหลายจงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด อย่าคิด่าเรามีปัญญา เราจะแก้ปัญหาได้ เมื่อเรามีปัญญาเราก็ต้องมีพระธรรมพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งที่มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ เมื่อเรามีปัญญาเราก็ต้องมีความสงบ เมื่อเรามีความสงบเราก็ต้องมีปัญญา เราทั้งหลายต้องพากันรู้เข้าใจ เราต้องเคารพคารวะในธรรมในสภาวธรรม เพราะทุกอย่างคือกรรมคือกฎแห่งกรรมคือผลของกรรม ที่เรามีธาตุทั้งสี่ขันธ์ทั้งห้าอายตนะหกมันเป็นผลของกรรมในการเวียนว่ายตายเกิดที่เราทุกคนไม่รู้ไม่เข้าใจ
สาม สังฆคารวตา ความเคารพในสงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้แก่ ผู้ที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิมีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้องเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์เป็นผู้ปฏิบัติสมควรปฏิบัติเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป มีความสงบมีปัญญาไปพร้อม ๆ กันมีศีลมีสมาธิมีปัญญาไปพร้อม ๆ กันเป้นผู้ที่สมควรแก่พวกเราทั้งหลายต้องเคารพกราบไหว้บำรุงกับท่านผู้นั้น เพราะท่านผู้นั้นก็ได้แก่ความสงบและปัญญา ยกเลิกอัตตายกเลิกตัวตนไม่มีอีโก้อะไร มีแต่ความสงบมีแต่ปัญญา
สี่ สิกขาคารวตา หมายถึงเคารพในการเรียนการศึกษา มนุษย์เราต้องมีการเรียนการศึกษา การเรียนการศึกษาของมนุษย์มีอยู่ทั้งหมด ๑๘ อย่าง
เราทุกคนเกิดมา ต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องมีทั้งตาเนื้อตาหนังตาปัญญาเพื่อความรู้ความเข้าใจ มนุษย์เราต่างจากสรรพสัตว์ทั้งหลายก็เพราะมาจากการเรียนการศึกษา การเรียนการศึกษานี้เป็นความรู้ความเข้าใจมันไม่ใช่ความจำ การที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจความหมาย เราไปเรียนหนังสือ ไปศึกษาค้นคว้า ไปฟังการบรรยายความหมายเพื่อความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะเอาความรู้ความเข้าใจไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดความสงบเกิดปัญญา ให้เกิดปัญญาเกิดความสงบ ไม่ใช่ไปเรียนไปศึกษาเพื่ออัตตาตัวตนให้รู้เข้าใจ เราทั้งหลายอย่าไปคิดว่าการเรียนการศึกษานั้นเพื่อตัวเพื่อตน ไม่ใช่นะ การเรียนการศึกษาเพื่อเสียสละเพื่อละตัวละตน พระนักปฏิบัติทั้งหลายอยู่ป่าอยู่เขา ที่มุ่งมรรคผลพระนิพพานอย่าไปว่าให้ในบ้านในเมืองในกรุง เค้าเรียนเค้าศึกษา ไปว่าให้เค้าเรียนศึกษาเพื่อตัวเพื่อตนเพื่อยศเพื่อตำแหน่ง การเรียนการศึกษาความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติให้เข้าใจอย่างนี้ เรามีความคิดเห็นผิดเข้าใจผิด เราไม่เรียนไม่ศึกษาเรายังไปว่าให้เค้าอีกเรายังไปตำหนิเค้าอีกนั้นไม่ได้ ผู้ที่เป็นพระธรรมกถึกก็ต้องรู้เข้าใจ ผู้ที่เป็นวินัยธรก็ต้องรู้เข้าใจ เราทั้งหลายจะไม่ได้ทะเลาะกัน จะได้ไม่ยกหูชูงวงในการประพฤติการปฏิบัติ เราทั้งหลายจะรู้การประพฤติการปฏิบัติ เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นรู้เข้าใจอยู่ที่ไหนก็พากันปฏิบัติที่นั่นอยู่ที่ไหนเรามีธาตุทั้งสี่ขันธ์ทั้งห้าอายตนะทั้งหกเราก็ปฏิบัติที่นั่น ธรรมะคือความสงบคือปัญญา ธรรมะนั้นลดทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนธรรมะจะมีแต่ความสงบมีแต่ปัญญา เราเป็นนักปฏิบัติอยู่ในป่าในเขา เป็นผู้เรียนผู้ศึกษาอยู่ในเมืองกรุงทั้งหลายอย่าไปทะเลาะกัน เราทั้งหลายต้องมีความสงบมีความเคารพ เพราะตัวตนมันปรุงมันแต่งมันไม่สงบไม่เคารพมีแต่อัตตาตัวตน ผู้ที่อยู่ในเมืองกรุง อยู่ชนบทอยู่ป่าอยู่เขา เราทั้งหลายก็ต้องมีความสงบมีปัญญามีพระธรรมพระวินัยเป็นเครื่องอยู่ก้าวไปด้วยความสงบด้วยปัญญา ไม่ใช่ก้าวไปด้วยอัตตาตัวตนไม่ใช่ก้าวไปด้วยอีโก้ยกหูชูงวงให้รู้เข้าใจ
ห้า อัปปมาทคารวตา ความเคารพในความไม่ประมาท ความประมาทคือความผิดพลาดแน่นอนนอนแน่ ให้เราเข้าใจ ถ้าใครมีความประมาทคนนั้นย่อมผิดพลาดแน่นอน พากันไปเผยแผ่ถ้าไปประมาทก็ต้องนอนแผ่ด้วยความประมาทผิดพลาดนะ ให้เข้าใจอย่างนี้ ให้เราละอายต่อบาปเกรงกลัวต่อบาป หวาดสะดุ้งเกรงกลัวต่อบาปอย่าไปคิดว่าตัวเองมีปัญญามากจะเอาตัวรอด เดี๋ยวจะเป็นการเก็บเล็กผสมน้อยของความประมาทจะเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตมันจะพังทลายเหมือนตึก สตง.ของเมืองไทย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็เพราะเอาความประมาทนำชีวิต เอาตัวตนนำชีวิต เอาอีโก้นำชีวิต เราต้องเข้าใจในเรื่องของความประมาทนะ เข้าใจในเรื่องความไม่ประมาทนะ ความไม่ประมาทมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้มีเมตตาบอกมหาชนทั้งหลาย ในกาลเวลาที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานว่า ความประมาทนี้เป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ใหญ่ยิ่ง
ข้อที่ ๖ ข้อสุดท้ายของคารวธรรม คือเคารพในพระธรรม เคารพในการต้อนรับปฏิสันถาร ไม่แบ่งชั้นวรรณะ เป็นผู้ให้เป็นผู้เสียสละ ไม่หวังอะไรตอบแทน เทคแคร์ทุก ๆ คนเหมือนกัน มนุษย์เราคือผู้ที่รู้เข้าใจว่ามนุษย์เราต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เป็นผู้ที่ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม รู้เข้าใจแล้วให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นดับลงเพียงผัสสะ ไม่เอาความชอบความชัง ไม่เอาความดีใจเสียใจ เอาความสงบและปัญญา เอาศีลเอาสมาธิเอาปัญญาเป็นการดำเนินชีวิต เน้นที่ปัจจุบันด้วยความรู้ความเข้าใจ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ ละอดีตที่ผ่านไปแล้ว ปัจจุบันเป็นวาระสำคัญ ได้ทั้งประโยชน์ชาตินี้ ได้ทั้งประโยชน์ชาติหน้า เน้นที่ปัจจุบัน เป็นผู้ที่รู้จักอริยสัจสี่ รู้จักทุกข์ รู้จักเหตุเกิดทุกข์ รู้จักข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เป็นผู้มีศีลเป็นผู้ที่มีสมาธิ เป็นผู้ที่มีปัญญา มีสติมีปัญญา เป็นความรู้ความเข้าใจเป็นประภัสสร รู้สิ่งที่สัญจรไปมาในเรื่องอาคันตุกะ ชั่วครู่ชั่วยาม การต้อนรับปฏิสันถารในแขกที่มาเยี่ยมเยือน เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง มาทางตาก็ให้จบเพียงตา มาทางหูก็ให้จบเพียงหู มาทางจมูกก็ให้จบเพียงจมูก มาทางลิ้นก็ให้จบเพียงลิ้น มาทางกายก็ให้จบเพียงกาย สิ่งทั้งหลายนั้นต้องให้จบลงเพียงผัสสะ
เราทั้งหลายต้องรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ จะได้ไม่เอาความหลงนำชีวิต ไม่เอาความผิดนำชีวิต เราต้องรู้จักสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ เป็นสิ่งที่สัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยามเราต้องต้อนรับด้วยความถูกต้องด้วยความรู้ความเข้าใจเพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นประภัสสร เราทั้งหลายจะได้รู้ทางสายกลาง อดีตก็ให้จบไป อนาคตก็ให้เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เราจะได้มีปฏิปทาเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรง เราจะได้ต้อนรับอาคันตุกะที่สัญจรไปมาด้วยคารวธรรม
คารวธรรม ได้แก่ความเคารพ ไม่มองข้ามปัจจุบัน ความเคารพนั้นถึงหยุดความฟุ้งซ่านทั้งหลายทั้งปวง
พระมหากษัตริย์เป็นตำแหน่งที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ผู้ที่จะมาเป็นพระ
มหากษัตริย์ถึงต้องทรงทศพิธราชธรรม ต้องเอาธรรมนำชีวิต เอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เป็นผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ
พระมหากษัตริย์นั้นถึงเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะไม่เป็นขั้วบวกจะไม่เป็นขั้วลบ จะเป็นความสงบ จะเป็นความพอเพียงเพียงพอ
ผู้ที่จะเป็นผู้นำต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ผู้ที่เป็นผู้นำต้องไม่เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนเป็นตัวนำ ต้องเอาความเคารพที่เป็นความสงบที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพราะตัวตนนั้นเป็นโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรก เพราะตัวตนนั้นคือความไม่ถูกต้อง เพราะตัวตนนั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ เพราะตัวตนนั้นมันคือโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรก
ตำแหน่งแต่งตั้ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ตำแหน่งที่แต่งตั้งนั้นคนอื่นเค้าแต่งตั้งให้เรา สมมติสัจจะนั้นเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะได้เอามาทำหน้าที่ของหน้าที่ ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่เราไม่ทำหน้าที่จะเรียกว่าเจ้าหน้าที่นั้นได้อย่างไร
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน เราทุกคนส่วนใหญ่ที่เป็นสามัญชนที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ได้รับยศได้รับตำแหน่งให้เป็นเจ้าหน้าที่แต่ไม่ได้ทำหน้าที่จะเรียกคนนั้นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร
ความเคารพนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้เราเอามาใช้เอามาปฏิบัติมาทำหน้าที่
สัญชาตญาณนั้นที่เป็นนิติบุคคลมันเป็นเชิงลบมันเป็นเชิงบวก มันเป็นการเดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม ที่มันเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องมารู้ปัญหา ปัญหาต่าง ๆ นั้นเกิดจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่ ทรัพยากรที่เป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพื่อเอาทรัพยากรมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพราะปัจจุบันนี้ มันคือเรื่องของชาติศาสน์กษัตริย์ นี้มันคือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
ด้วยเหตุผลนี้ ทุกท่านทุกคนนั้นจะตั้งอยู่บนรากฐานของสัญชาตญาณตั้งอยู่ในความประมาทนั้นไม่ได้
ความรู้ความเข้าใจในหน้าที่ ฉันทะความพอใจเราเอามาใช้ในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะได้เป็นเชิงบวก
สถาบันหลัก ได้แก่ ชาติศาสน์กษัตริย์ การทำหน้าที่ของตนเองนั่นแหละคือการทำหน้าที่ของผู้อื่น การทำหน้าที่ของผู้อื่นนั่นแหละคือการทำหน้าที่ของตนเอง เพราะหน้าที่นั้นมันคือธรรมคือรัฐธรรมนูญ
ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นถึงเป็นแบบเป็นพิมพ์ทั้งภายนอกภายใน การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพ ถึงอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่เราทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงถือเอาปัจจุบันเป็นหลักในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ปัจจุบันอยู่ที่ไหนการประพฤติการปฏิบัติต้องอยู่ในที่นั่น ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลสถานที่เวลา เพราะการทำหน้าที่การพัฒนาต้องเอาทางวิทยาศาสตร์เอาทางจิตใจไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนเข้าใจในเรื่องอริยสัจ ความเป็นจริง เราทุกคนจะไม่ได้ไปแก้ไขคนอื่น เราไปแก้ไขคนอื่นนั้นไม่ได้
เราคิดดูดี ๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทำพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำศาสนกิจของพระอรหันต์
ถ้าเราจะมองดูคนอื่นก็มองเพื่อจะเป็นผู้ให้ มองเพื่อจะเป็นผู้เสียสละ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้เราไปจับผิดคนอื่น
การประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ที่เป็นหน้าที่นั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพถึงเป็นบริสุทธิคุณ ทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจถึงต้องไปพร้อม ๆ กันเป็นบริสุทธิคุณไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ
ประเทศของเราต้องพัฒนาทั้งเอไอพัฒนาทั้งจิตใจไปพร้อมๆกันถึงจะแก้ปัญหาได้
ปัญหาต่าง ๆ นั้นอยู่ที่เราไม่ได้เอาวิทยาศาสตร์กับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน
การที่เราเอาเอไอไปใช้เพื่อตัวเพื่อตนนั้นถึงใช้การใช้งานไม่ได้ เพราะมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นคือความทุกข์ที่ถาวร คือความจนที่ถาวร ความเคารพจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจแล้วมีความสุขในการทำหน้าที่
ให้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้มันมีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งยืนเดินนั่งนอนกินทำคำพูดกิริยามารยาทนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ก็จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การพัฒนาเอไอที่เป็นธรรมเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่พระนิพพานอยู่อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ
การเข้าถึงนิพพานต้องเข้าถึงอยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ปัจจุบันนี้แน่นอนกว่า เป็นการทำที่สุดแห่งความดับทุกข์ของความไม่มีทุกข์ นี้เป็นความสงบ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ
ทุกท่านทุกคนเป็นทั้งคนดีคนมีปัญญา เป็นผู้รู้ผู้เข้าใจ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่
เราทั้งหลายมาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
