๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พากันนั่งให้ตัวตรง ๆ ตั้งใจฟังด้วยความเคารพ ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพก็จะไม่มีความเคารพ

 

ธรรมะนั้นได้แก่เหตุได้แก่ปัจจัย เหตุเป็นอย่างไรผลก็เป็นเช่นนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เหตุรู้ปัจจัย เพราะเหตุเป็นอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น เราทุกคนต้องพากันมารู้เหตุรู้ปัจจัย ธรรมนูญนั้นเป็นธรรมชาติ เป็นเหตุเป็นปัจจัย เหตุเป็นอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น

 

ใจของเราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มนุษย์เราต้องมีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง รู้เหตุรู้ปัจจัยเพื่อทำที่สุดแห่งความดับทุกข์ ไม่มีทุกข์ ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ธรรมนูญต้องเอามาบังคับใช้ให้เป็นรัฐธรรมนูญ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นคือหน้าที่ นั้นคือเจ้าหน้าที่ การปฏิบัตินั้นใช้สำหรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับพระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การบำบัดนั้นใช้สำหรับเสขบุคคล บุคคลผู้รู้ผู้เข้าใจ เอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

ธรรมนูญส่วนใหญ่หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายยังเป็นสามัญชน ยังไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไมใช่พระอรหันต์สาวกขีณาสพ ยังเป็นผู้ที่ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ภาคบังคับ

 

พระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญ ที่หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายจะเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติให้เป็นภาคบำบัด

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมารู้ธรรมนูญ มารู้รัฐธรรมนูญ ธรรมนูญรัฐธรรมนูญกับพระนิพพานนั้นคือสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกัน

 

ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้อง ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ไม่ใช่ความจำเป็นความรู้ความเข้าใจ ความจำนั้นไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็หลงลืม เพราะความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ยังไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจ

 

การเรียนการศึกษาของหมู่มวลมนุษย์ จุดมุ่งหมายเพื่อความรู้ความเข้าใจไม่ใช่เพียงความจำ

 

ความรู้ความเข้าใจนั้นจะเอาไปใช้อยู่ทุกหนทุกแห่งทุกสถานที่ ไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่

 

ความรู้ความเข้าใจนั้นจะเป็นสาเหตุเป็นปัจจัยให้การประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่เป็นเชิงบวก ไม่ใช่เป็นเชิงบวกแล้วก็เป็นเชิงลบ ความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่นั้นจะเป็นเชิงบวก ถ้าเป็นความจำแล้วจะเป็นเชิงบวกแล้วก็เป็นเชิงลบ

 

ธรรมนูญสำหรับผู้ที่เป็นเสขบุคคล ต้องเอาธรรมนูญนั้นมาใช้เป็นภาคบังคับ เป็นภาคบำบัด

 

การบำบัดนั้นต้องอาศัยเวลาที่ติดต่อต่อเนื่อง เพื่อการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะได้เป็นเชิงบวก ต้องมีการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่น้ำมันไหล ฝนตกจากฟากฟ้าลงสู่พื้นพสุธา ไหลลงสู่แม่น้ำลำน้ำ สู่ทะเลสู่มหาสมุทรที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

พระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติเพื่อเข้าสู่ภาคบำบัด

 

ทุกท่านทุกคนนั้นจะเหนือกรรม อยู่เหนือกฎแห่งกรรม อยู่เหนือผลของกรรมนั้นเป็นไปไม่ได้ไม่มี

 

ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์อยู่ที่เรารู้อยู่ที่เราเข้าใจอยู่ที่เราทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เราต้องมีเอไอทางจิตใจ เอไอทางวัตถุ เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม คือผลของกรรม

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกท่านทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ใจของเราทุกคนนั้นมันเป็นนามธรรม เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เสขบุคคลต้องรู้ต้องเข้าใจ การฝึกใจการบำบัดใจต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นสิ่งที่บำบัด เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นสิ่งที่บำบัด

 

การประพฤติการปฏิบัติก็ต้องอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยเป็นสิ่งบำบัดเป็นเครื่องบำบัด

 

ธรรมนูญต้องอาศัยรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งบำบัด เพราะเหตุผลว่า ใจของเราเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไร ผิดถูกดีชั่ว ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร แต่ตัวของเรานั้นก็ย่อมรู้ว่าเราตรึกนึกคิดอะไร

 

สัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้อง มีความเคารพในธรรมนูญ มีความเคารพในพระธรรม เอาพระธรรมเอาธรรมนูญมาใช้มาบังคับให้เป็นรัฐธรรมนูญ

 

ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพแล้วความสงบก็ย่อมไม่มี ที่ไหนมีความเคารพที่นั้นมีความสงบ เพราะความสงบนั้นเกิดจากความเคารพ

 

เสขบุคคล เสขะก็ได้แก่ตัวของเราเองนี้แหละที่เป็นสามัญชนที่ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า ยังไม่ใช่พระอรหันต์ขีณาสพ บุคคลที่เป็นผู้รู้แล้วนำเอาความรู้นั้นไปใช้ไปประพฤติไปปฏิบัติไปทำหน้าที่ของความเป็นเจ้าหน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้มองเสขะไปที่ไหนอื่น เสขะนี้คือตัวเราเอง เสขะนี้คือบุคคลที่เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามุ่งเป้ามาที่ตัวของเราเอง

 

ความเคารพกับความไม่ประมาทนี้คือสิ่งเดียวกัน ถ้าเรามีความเคารพนั่นแหละคือเราไม่มีความประมาท ถ้าเรามีความประมาทนั่นแหละคือเราไม่มีความเคารพ

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจึงไม่กล้าที่จะตรึกนึกคิดในเรื่องกามในเรื่องพยาบาท เพราะเรามีความเคารพ ถ้าเราไม่เคารพเราก็เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องให้มีความเคารพ ถ้าไม่มีความเคารพแล้วความสงบย่อมไม่มีแน่นอน

 

บรรยายให้เข้าใจง่าย ๆ ที่เราไม่ต้องการความแก่เจ็บตายพลัดพรากนี้ก็จัดว่าไม่มีความเคารพในสัจธรรมของความเป็นจริง เพราะธรรมชาติของความเป็นจริงนั้นเขาเป็นเช่นนั้น เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องมีความเคารพในสัจธรรมตามความเป็นจริง

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราเป็นเสขะบุคคลเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องมีความเคารพ สิ่งไหนมันเป็นไปไม่ได้มันก็ต้องเคารพในสิ่งเหล่านั้น

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนตรึกในกามไม่ได้ ตรึกในพยาบาทไม่ได้

 

พระธรรมพระวินัย สิกขาบทน้อยใหญ่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้วางหลักการและวางโครงสร้างไว้ เราต้องมีความเคารพ ปัจจุบันเราทุกคนต้องมีความเคารพ ความปรุงแต่งในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้นั้นถึงเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

สัจธรรมคือความจริง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราอยากให้มันมากมันก็ไม่มาก อยากให้มันน้อยมันก็ไม่น้อย นั้นคือความเป็นจริง ความเคารพคือการยอมรับสภาพตามความเป็นจริง ไม่ลิดรอนเสรีภาพตามความเป็นจริง

 

พูดอย่างนั้นบรรยายอย่างนั้น ประชาชนที่เป็นสามัญชนเป็นเสขะบุคคลจะปฏิบัติได้อย่างไร

 

ประชาชนสามัญชนที่ยังเป็นเสขบุคคลต้องรู้เข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ประชาชนสามัญชนที่ยังเป็นเสขบุคคลนี้ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด เพราะเหตุผลว่า ประชาชนสามัญชนที่ยังเป็นเสขบุคคลคือบุคคลที่ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ไม่มีใครยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ

 

เพราะธรรมชาติ กฎของกรรมชาติ คือความถูกต้อง ความถูกต้องจะไม่เป็นพี่เป็นน้องเป็นพรรคเป็นพวกของใคร สัจธรรมความมจริงคือความยุติธรรม ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนั้นคือความยุติธรรม เป็นผู้พิพากษาที่ยุติธรรม ไม่มีอคติทั้ง ๔ ไม่มีลำเอียง

 

เราเป็นประชาชนเป็นสามัญชน ยังเป็นเสขบุคคล บุคคลที่ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ

 

ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เป็นพระอรหันต์ขีณาสพแล้ว ท่านก็ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเอาธรรมนูญเป็นกัลยาณมิตร เอารัฐธรรมนูญเป็นกัลยาณมิตร เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เข้าสู่ภาคบำบัด

 

นักบวชที่ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพคือผู้ที่เข้าสู่สถานบำบัด อาศัยพระธรรมพระวินัยเอามาใช้มาประพฤติปฏิบัติเป็นภาคบำบัด ผู้เข้าสู่ภาคบำบัดนี้ต้องอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร

 

มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัย หยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวของเรา

 

สัญชาตญาณที่เรามีความยึดมั่นถือมั่น มีอวิชชาเป็นพื้นฐาน มีความหลงเป็นพื้นฐาน รักความสุข ไม่ต้องการความทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ นี้ได้แก่สัญชาตญาณ

 

เรามาสู่สถานที่บำบัด เราทุกคนนั้นอยู่ในสภาพเป็นผู้ที่เสพติด สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน รักสุข เกลียดทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ นี้คือสภาพสิ่งเสพติด

 

เราทุกคนจะหยุดได้อย่างไร จะยกเลิกได้อย่างไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้สัญชาตญาณ สัญชาตญาณนั้นคือกรรมเก่า กรรมเก่านั้นเป็นนามธรรมที่ฝังอยู่ในธาตุในขันธ์ในสัญญาขันธ์ที่เป็นชิฟที่ฝังอยู่ในภพในชาติที่เป็นเมมโมรี่ฝังอยู่ในนามธรรมที่เป็นกฎแห่งกรรม ที่เป็นธาตุเป็นขันธ์เป็นอายตนะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจว่าอันนี้คือกรรมเก่า เราจะหยุดกรรมเก่าได้ก็ด้วยความรู้ความเข้าใจ เราจะได้เอาวิกฤตนี้เป็นโอกาส เราจะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา

 

เรารู้จักกรรมใหม่ที่อยู่ที่ปัจจุบัน กรรมเก่าและกรรมใหม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ กรรมเก่าและกรรมใหม่นั้นก็เป็นเพียงรูปเป็นเพียงนาม กรรมเก่าและกรรมใหม่คือรูปคือนาม

 

สติสัมปชัญญะเป็นตัวผู้รู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติคู่กับทำหน้าที่ ความรู้ความเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในปัจจุบันมันคือกรรมเก่า เราจะได้รู้เข้าใจ เราจะไม่ได้สร้างกรรมใหม่

 

กรรมเก่าและกรรมใหม่นั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบัน จะได้จบลงที่ผัสสะ

 

ด้วยเหตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจเห็นภัยในกรรมเก่าไม่สร้างกรรมใหม่

 

อาศัยความเคารพในพระธรรมในพระวินัย ไม่ก้าวล่วงพระธรรมพระวินัย เพื่อจะไม่ได้นำเอาภัยในออกภัยนอกเข้า เพื่อจะไม่ให้กรรมเก่านั้นทำงาน กรรมใหม่นั้นทำงาน

 

 เอไอทางวัตถุ เอไอทางจิตใจที่จะได้ผลที่จะเห็นผลต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ที่ติดต่อต่อเนื่อง ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ถึงจะได้ผลถึงจะเห็นผล รูปธรมก็จะได้ผลเห็นผล นามธรรมจะได้ผลเห็นผล

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้ประชาชนสามัญชนที่เป็นเสขบุคคลเข้าสู่ภาคบำบัดเป็นเวลา ๕ ปี ๕ พรรษา ถ้ายังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพให้ต่อไปเรื่อย ๆ จนสิ้นอายุขัย จนหมดลมหายใจ

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา ทำหน้าที่ที่ตัวเรา ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามองดูคนอื่น ไม่ให้เราไปแก้ไขคนอื่น การทำหน้าทีขงตนเอง ให้เราเข้าใจว่านั่นแหละคือการทำหน้าที่ของคนอื่น

 

เราไม่ต้องห่วงใคร เน้นมาที่เรา ตั้งเป้ามาที่ตัวเรา ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติปฏิบัติจะได้ไม่มีปริโพธกังวลกับคนอื่น

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การที่มุ่งเป้าที่ตัวเราทำหน้าที่ของเราก็คือทำประโยชน์และประโยชน์คนอื่น

 

อย่างเราเป็นพ่อเป็นแม่ก็มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา อย่าไปมีปริโพธกังวล ต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา เน้นมาที่ตัวเรา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เราจะได้ยกเลิกสัญชาตญาณ สัญชาตญาณนั้นจะมีความปริโพธกังวล

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราใจ การปฏิบัติอย่างนี้ไม่ใช่การเอารอดตัวรอดเพียงคนเดียวนะ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้คือการทำประโยชน์ตนและประโยชน์ของผู้อื่น

 

เราคิดดูดี ๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็มุ่งเป้าไปที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การกระทำพุทธกิจของท่าน

 

พระอรหันต์ขีณาสพ สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาท่านทำหน้าที่ของท่าน ทำศาสนากิจของท่าน เราต้องรู้เข้าใจว่าเราเป็นใครเราก็ต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

การปฏิบัติการทำหน้าที่ที่เอาธรรมนูญรัฐธรรมนูญเป็นกัลยาณมิตร ต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

ถ้าเรามุ่งเป้ามาที่ตัวเรา การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นการเข้าสู่ภาคบำบัด ภาคบำบัดนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่าตำแหน่งที่เป็นปัจจุบันนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีปริโพธกังวลในอดีตในอนาคต ปัจจุบันเราก็มีปริโพธกังวล อันนี้ไม่ใช่ตำแหน่งเดียวแล้ว

 

การประพฤติการปฏิบัติที่ยกเลิกสัญชาตญาณก็คือยกเลิกโลกธรรม โลกนี้ก็ได้แก่ขั้วบวกขั้วลบ โลกนี้ก็ได้ความไม่สงบ นี้ก็คือสงคราม สงครามในตัวไม่รู้ สงครามภายนอกสงครามภายใน สงครามในครอบครัวขยายออกไปสู่หมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดเมืองหลวง สงครามต่างประเทศสงครามโลก

 

สงครามนันคือความไม่สงบ สงครามนั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ สงครามนั้นเป็นปริโพธความกังวล ตำแหน่งนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่า ปัจจุบันยืนก็มีตำแหน่งเดียว นั่งก็ตำแหน่งเดียว เดินก็ตำแหน่งเดียว นอนก็ตำแหน่งเดียว

 

เราประพฤติเราปฏิบัติเราบำบัดอย่างนี้ที่ติดต่อต่อเนื่องอย่างนี้แหละมันจะไม่มีความทุกข์เหรอจะไม่มีความเครียดเหรอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่าตำแหน่งนั้นมันมีตำแหน่งเดียว ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรม เรามีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นจะมีได้อย่างไรเพราะมันมีตำแหน่งเดียว

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะมีแต่ความสุขที่เกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมาที่เป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นออกซิเจน จะเป็นการถ่ายเทสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เป็นปฏิกูลที่เป็นขยะ ที่เป็นการถ่ายเทของเสียถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ความทุกข์นั้นจะมีได้อย่างไร ความทุกข์นั้นจะมีไม่ได้

 

จะมีความรู้สึกว่าทำไมถึงมีสุขอย่างนี้ มีความสุขเกิดขึ้น มีความสุขตั้งอยู่ มีความสุขใหม่เกิดขึ้นมาก็เพราะเหตุว่าตำแหน่งนั้นมันมีตำแหน่งเดียว ปัจจุบันนั้นเราต้องเอาธรรมนูญเอามาใช้เพื่อให้เป็นภาคบำบัด

 

เค้าติดสิ่งเสพติดก็ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ถ้าไม่เข้าสู่ภาคบำบัดในโลกนี้ไม่มีใครหยุดได้ เพราะไม่ได้เข้าสู่ภาคบำบัด

 

ตำรวจจับพวกเสพยาเสพติด จับแล้วปรับให้ไปรับยาที่โรงพยาบาล กลับบ้านไปอยู่ในสภาพเดิม ๆ ได้มีสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ส่วนใหญ่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ไม่มีใครทำได้ปฏิบัติได้

 

ต้องเข้าสู่ศูนย์บำบัดยาเสพติด ต้องใช้เวลาหลายเดือน ต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

วันพระ ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เดือนหนึ่ง ๓๐ วัน ชาวพุทธเข้าสู่ภาคบำบัด ไปถือศีลอุโบสถอยู่ที่วัดเพื่อเข้าสู่ภาคบำบัด ปัจจุบันนี้ได้มีมติของโลก เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดเพื่อเข้าสู่ภาคบำบัดเช่นเดียวกัน

 

เพราะเหตุผลว่ามนุษย์เราต้องพัฒนาเอไอทางวัตถุ เอไอทางจิตใจ ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรม อยู่เหนือกฎแห่งกรรม เหนือผลของกรรมนั้นไม่ได้ไม่มี

 

ถ้าเราทุกคนมุ่งเป้ามาที่ตัวเราเอง ไม่มีปริโพธกังวล เราอยู่ที่ไหนที่นั้นคือปัจจุบัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน มุ่งเป้ามาที่ตัวเราอยู่ที่ปัจจุบัน การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่

 

ชาติคือความเกิด เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา เราอยู่ที่ไหนทำอะไร ต้องเอาทั้งเอไอทางวัตถุ เอไอทางจิตใจมาทำงานไปพร้อม ๆ เพื่อมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่

 

การประพฤติการปฏิบัติเราถึงต้องเอามาใช้ทุกกาลทุกเวลาทุกสถานที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพราะการประพฤติการปฏิบัติการบำบัดนั้นไม่เลือกกาลไม่เลือกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบัน ที่นั่นคือการปฏิบัติที่นั่นคือการบำบัด มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

เอาเอไอทางจิต เอาเอไอทางวัตถุไปพร้อม ๆ กันอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ที่หน้าที่อยู่ที่เราต้องทำหน้าที่

 

ปัจจุบันนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนั้นถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันคือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงไม่ให้เราลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติการทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรารู้จักหน้าที่ในการทำหน้าที่

 

เอไอทางจิตใจเอไอทางวัตถุต้องไปพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนี้เราจะพากันใจอ่อนไม่ได้

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในที่เป็นโลกธรรมเป็นสิ่งที่ข้ามได้โดยยาก

 

สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสมาธิเราต้องเอามาจับคู่ทำงานใช้งานอย่างเต็มที่ อาหารกายได้แก่เอไอทางวัตถุ อาหารใจได้เอไอทางจิตใจ ที่เป็นสมถะวิปัสสนา เพื่อมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ความเสียหายนั้นได้แก่เราไม่เอาธรรมนูญรัฐธรรมนูญเป็นกัลยาณมิตร

 

ภาคปฏิบัติภาคบำบัดผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะใจอ่อนไมได้ ความเคารพไม่มองข้ามปัจจุบันในภาคบำบัด ในการทำหน้าที่มุ่งเป้ามาที่หน้าที่

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ มองดูดี ๆ นะ จะมีใครในโลกนี้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ไม่เมา มีมั๊ย

 

จะมีใครมั๊ยที่วางยาสลบ ไม่สลบ มีมั๊ย มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่า ไม่มี

 

เรามองดูดี ๆ ว่า อยู่ในโลกนี้คนที่มีภรรยาสามี ไม่มีบุตรไม่มีธิดา ไม่มีนะ นอกจากผู้นั้นเป็นหมัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจว่าไม่มีใครอยู่เหนือกรรม เหนือกฎแห่งกรรม เหนือผลของกรรมนั้นเป็นไปไม่ได้

 

ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ด้วยเหตุผลนี้ทุกคนต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ไม่มีใครยกเว้น

 

ธรรมะนั้นคือหน้าที่ หน้าที่นั้นคือธรรมะ เพื่อเข้าสู่ภาคบำบัด เพื่อเอาธรรมนูญมาบำบัดด้วยรัฐธรรมนูญ

 

สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา

 

ธรรมะนั้นถึงเป็นหน้าที่เราต้องมุ่งเป้ามายังหน้าที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านใช้เอไอทางวัตถุ เอไอทางจิตใจเพื่อเป็นทางสายกลาง มายกเลิกสัญชาตญาณ ท่านได้เป็นตัวอย่างแบบอย่างให้เราพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้เอาพระธรรมพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันต้องเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ต้องเห็นภัยในสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจเพราะปัจจุบันเราต้องมุ่งเป้าสู่การประพฤติการปฏิบัติ

 

ก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านจึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบัน

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

Visitors: 117,827