๑๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ธรรมนูญกับนิพพาน คืออันเดียวกันน่ะ
คือยกเลิกที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ
มันเป็นความสงบ
มันเป็นความพอดี ความพอเพียงน่ะ

. . .
เราต้องรู้เข้าใจ
อยู่ในวัดนี้ ก็ไม่แก้ใครหรอก
ก็แก้ไขหลวงพ่อนี่แหละ

เราเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง เป็นนักบวชนี่
มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา
แก้ที่ตัวเรา ไม่ได้แก้ที่คนอื่นเลย
ถ้าแก้คนอื่น มันไม่ใช่ทางสายกลาง
ไม่ได้พัฒนาใจกับวัตถุน่ะ
มันไม่ใช่สติไม่ใช่สัมปชัญญะ

. . .
พระนี่ก็ทำอะไรติดต่อต่อเนื่องกัน
๕ ปี ๕ พรรษานะ พระนี่
ถ้าระบบความคิด คำพูด
การกระทำกิริยามารยาท
ยกเลิกตัวอย่างนี้น่ะ
๕ ปีจะเปลี่ยนแปลงจะได้เป็นพระอริยเจ้าน่ะ

การเปลี่ยนแปลงจิตใจนี้
เขาต้องให้ทำภายนอกเปลี่ยนแปลงก่อนน่ะ
เพราะว่ากายกับใจมันอันเดียวกัน
ทำอะไรต้องติดต่อต่อเนื่อง
เขาถึงมีเรียนอนุบาลติดต่อต่อเนื่อง
ประถมติดต่อต่อเนื่อง
มัธยมต่อเนื่องกัน

เราทุกคนก็ทำอย่างที่เก่านี่แหละ
ย่ำต๊อกอยู่ที่เก่านี่แหละ
เพราะว่าเราเรียนประถม
ก็ต้องเรียนให้จบเสียก่อนถึงขึ้นมัธยม
ถ้าประถมไม่ผ่าน มัธยมจะผ่านได้ยังไง
เมื่อเรายังเอาความหลงนำชีวิตอย่างนี้
ไม่ใช่สติไม่ใช่สัมปชัญญะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้

ถ้าไม่เข้าใจอย่างนี้น่ะ
จะไปเอาแต่เรื่องจิตเรื่องใจอย่างนี้
ทำไมเราเอาแต่เรื่องจิตเรื่องใจ
ทำไมยังพากันกินข้าวอยู่น่ะ

***
ทางสายกลาง . . .
พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า
ต้องเอาใจเอาวัตถุพร้อมกัน
เพื่อยกเลิกตัวตนน่ะ

การให้ทาน คือ ยกเลิกตัวตน
การรักษาศีล การทำหน้าที่ คือ ยกเลิกตัวตน

หยุดสัญชาตญาณที่มันเดินไปข้างหน้า
แล้วถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม


พระนิพพานถึงอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่หน้าที่
หน้าที่ที่เราไม่สร้างกับดักให้กับตัวเองน่ะ

ถามว่าทำอย่างนี้จะไม่เครียดเหรอ
คนเราถ้ายกเลิกตัวตน
ก็ยกเลิกความเครียดนะ
เพราะตัวตน คือความเครียดน่ะ

ที่หลวงตามหาบัวบอกว่า
ตัวตน คือบ้า คือคนผีบ้า บักผีบ้า อีผีบ้า
ข้าราชการ นักการเมือง นักบวชผีบ้าน่ะ

เราต้องเข้าใจอย่างนี้น่ะ
เราพากันมาทำความเข้าใจน่ะ


***
ความเข้าใจนี้ ไม่ใช่ความจำ
เพราะความจำ . . .
ไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปี มันหลงลืม
ถ้าความเข้าใจแล้ว
มันจะยกเลิกสิ่งไม่ถูกต้อง

เพราะคนเราถ้ามันรู้
ทำไมมันยังคิดให้ตัวเองมีปัญหา
พูดให้ตัวเองมีปัญหาน่ะ
มันยังไม่รู้อริยสัจ ๔
พระพุทธเจ้าบอกว่า

. . .
ความรู้นี้ต้องเอามาใช้พร้อมปฏิบัติ
มันถึงจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ

. . .
เรานี่ถ้าเรายกเลิกตัวตนนี่
ทุกคนก็จะฉลาดได้
ถ้าตัวมีตนอยู่ มันจะฉลาดได้ยังไง

ตัวตน มันคือไม่มีปัญญา
ตัวตน คือไม่ฉลาดน่ะ

พระพุทธเจ้าให้รู้ให้เข้าใจ
ความหวังนี้ คือความผิดหวังนะ
เพราะมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ

ถ้าเราไม่หวัง เราจะปฏิบัติทำไม
เราจะไปโง่ทำไม เราต้องเสียสละสิ
ถ้าเราไม่เสียสละก็เป็นตัวเป็นตน
อย่างมากก็เป็นแค่สมาธิ
แค่สมาบัติอย่างนี้นะ
ออกจากสมาธิน่ะ . . .
เห็นสาวสวย ๆ
ก็ร้องโอย ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ มันไม่ใช่

นี่เป็นความว่างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่
พระพุทธเจ้าสอนให้รู้เข้าใจ
ต้องเข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่
ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ อายตนะต่าง ๆ มีอยู่ ทุกอย่างมีอยู่
ต้องรู้ต้องเข้าใจว่า
อันนี้เป็นกรรมเป็นกฎแห่งกรรม
มันเป็นวัฏฏสงสาร
เราต้องรู้เข้าใจ
เราต้องหยุดสัญชาตญาณ
ด้วยความรู้ความเข้าใจ

. . .
คนเรานี่น่ะ
อดข้าวเป็นอาทิตย์ ๆ
มันก็เหนื่อยนิดเดียวนะ
เพราะมันหิวขึ้นมา
เราก็บอกว่า ไม่ต้องคิด
คิดก็ไม่ได้ฉันหรอก

เหมือนความคิดนี่แหละ
เช่นวันนี้น่ะ เขาไม่ใส่บาตร
โอ๊ะ…ก็ดีเหมือนกัน
เราจะได้ทำใจอย่างนี้
มันก็ไม่คิด

เช่นอากาศร้อนอากาศหนาว
หรือว่าอะไร ก็ดีเหมือนกัน
เราก็จะได้ทำใจ
เพราะไปเอายาทันใจ(ทัมใจ) ก็ไม่หาย
เห็นด้วยมั้ย

ความคิดนี้สำคัญน่ะ
ความดับทุกข์น่ะ
มันอยู่ที่เรารู้ อยู่ที่เราเข้าใจ
อยู่ที่เราทำหน้าที่ อย่างนี้น่ะ

ท่านน่ะ เป็นผู้พิพากษา เป็นอัยการ
เขาท่านเรียกว่า ท่าน
คำว่า “ท่าน”
หมายถึงไม่มีนิวรณ์ทั้ง ๕ ไม่มีอคติทั้ง ๔
ยกเลิกสัญชาตญาณ
เป็นผู้ที่สมควรเรียกว่า “ท่าน”
ทุกคนผูกเนคไท
ทุกคนต้องรู้เข้าใจ

. . .
ความเคารพ คือความสงบน่ะ
คือความพอเพียง เพียงพอ
การที่ไม่ยกหูชูงวงน่ะ
อย่าไปมองคนละชั้นอะไร
เราต้องรู้ เราต้องเข้าใจอย่างนี้
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย

เราอย่าไปว่า
ไปทำอย่างนั้น ใครจะปฏิบัติได้น่ะ
คนเราถ้ายกเลิกตัวตน มันก็ได้

เพราะตำแหน่งมันมีตำแหน่งเดียว . . . เก้าอี้นี่
ปัจจุบันเป็นเวลาสำคัญ
ถ้าเรายกเลิกตัวตน…มันก็ได้
ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวตน ไม่ได้หรอก
เห็นด้วยมั้ย

ที่ว่าทำไม่ได้ก็เพราะว่า
มันอร่อย มันแซ่บ มันลำ มันนัว
เห็นด้วยมั้ย

เราต้องรู้เข้าใจ
เราเป็นผู้ที่โชคดีที่เกิดมา
เรามามุ่งเป้ามาที่ตัวเรา

. . .
หน้าที่นี้ มันคือรายรับรายจ่าย
ความคิด คือรายรับรายจ่าย
คำพูด การกระทำ กิริยามารยาททุกอย่างน่ะ
มันคือรายรับรายจ่าย
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้เข้าถึงความพอเพียง เพียงพอ
เห็นด้วยมั้ย
เราทำอย่างนี้นะ


#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙

Visitors: 121,383