๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๗ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม หายใจเข้าก็ให้สบาย หายใจออกก็ให้สบาย เพื่อรับฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เราทุกคนนั้นฟุ้งซ่าน นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปตัวโค้งตัวงอ

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจเรื่องโซเชียล โซเชียลที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เราพากันมารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราทุกคนเน้นมาที่ตัวเรามุ่งเป้ามายังตัวเรา

 

เอาตัวอย่างแบบอย่าง องค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าท่านก็มุ่งเป้าไปที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำพุทธกิจทำหน้าที่ของท่าน พระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็มุ่งเป้าไปยังพระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราเป็นนักบวชเป็นข้าราชการเป็นนักการเมือง เป็นประชาชนเป็นมหาชนต้องมุ่งเป้ามายังตัวเรา

 

ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินี้จะเป็นสติสัมปชัญญะ

 

วาระของกรรม กฎของกรรมนั้นจะมีเป็นวาระ ๆ ไป หมายถึงมีเหตุมีปัจจัยเป็นวาระไป ถ้ามีวัฏฏสงสารก็จะไม่มีพระนิพพาน ถ้ามีพระนิพพานก็จะไม่มีวัฏฏสงสาร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ อย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความผิดพลาดนั้นคือความเสียหาย นั่นแหละคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

พระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน นรกสวรรค์พรหมโลกอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติ

 

ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นถึงเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกัน ชาติก็ได้แก่ความเกิด

 

ศาสนาคือความรู้ความเข้าใจ เอาเหตุเอาปัจจัยเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

กษัตริย์ได้แก่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ ยกเลิกขั้วบวกขั้วลบ ขั้วบวกขั้วลบนั้นเป็นการเดินไปข้างหน้าถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม ได้แก่ไม่ได้ไปที่ไหน อยู่ที่เก่าที่เดิม

 

ชาติศาสน์กษัตริย์จึงได้เป็นโครงสร้างที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ เพราะนี้คือกรรม คือกฎแห่งกรรม แล้วเป็นผลของกรรม

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเรามีข้อแม้นั้นก็เป็นขั้วบวกขั้วลบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ข้อแม้นั้นเราต้องรู้จัก ข้อแม้นั้นมันจะเป็นความแพ้ภูมิของตัวเองมันเอง ตัวมันเองนั่นแหละจะทำลายของตัวมันเอง

 

การฆ่าตัวตายนี้มันบาป ข้อแม้นั้นมันคือข้อแม้ ข้อแม้นั้นถึงเป็นโรคภูมิแพ้ ข้อแม้นั้นได้แก่ภูมิแพ้ ได้แก่สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่มันครอบงำของความไม่รู้ไม่เข้าใจ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะไปตามวัฏฏสงสารที่มันเป็นสัญชาตญาณนั้นไม่ได้

 

ความชอบนั้นแหละคือข้อแม้ ความไม่ชอบนั่นแหละคือข้อแม้ ความชอบหรือไม่ชอบนั้นจึงไม่ใช่ทางสายกลาง ที่สุด ๒ ทาง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความชอบความไม่ชอบนั้นถึงไม่ใช่ทางสายกลาง

 

เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ เราจะได้ผ่านความชอบความไม่ชอบ เราจะได้รู้จักปัญหา ปัญหานั่นแหละคือปัญญา เราคิดดูดี ๆ นะ ถ้าไม่มีปัญหาเราจะมีปัญญามั๊ย มีคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่าไม่มีปัญญา

 

เราคิดดูดี ๆ นะ ถ้าไม่มีวิกฤตเราจะมีโอกาสมั๊ย ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้รู้จักปัญหา เราจะได้รู้จักวิกฤต ความรู้ความเข้าใจนี้เราจะเอามาใช้เอามาทำหน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องธาตุเรื่องขันธ์เรื่องอายตนะภายนอกภายในเพื่อไม่ให้สิ่งนี้เกิดเป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจ จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา จะได้เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส

 

ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ เพราะปัจจุบันนั้นคือปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาปัญญานั้นก็ย่อมไม่มี เพราะปัจจุบันนั้นคือวิกฤต ถ้าไม่มีวิกฤตโอกาสนั้นก็ย่อมไม่มี

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในปัญหา ให้รู้เข้าใจในเรื่องวิกฤต ท่านให้เรารู้ให้เข้าใจ ถ้าไม่มีปัญหาจะมีปัญญาได้อย่างไร ถ้าไม่มีวิกฤตจะมีโอกาสได้อย่างไร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ จะได้เอาปัญญามาทำหน้าที่

 

เราคิดดูดี ๆ ว่าทำไมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสียสละพิจารณากระบวนการของวัฏฏสงสาร เสวยวิมุตติสุขจากการที่ได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียง ๗ สัปดาห์

 

เพราะเหตุผลว่าการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นบริสุทธิคุณ เป็นความดับไม่เหลือแห่งสัญชาตญาณที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ เพราะการตรัสรู้นั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่รวมกันเป็น ๑ ได้แก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ความเป็นหนึ่ง เป็นความดับไม่เหลือแห่งปัญญาบริสุทธิคุณ การตรัสรู้นั้นหยุดขั้วบวกขั้วลบ ทุกอย่างถึงมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ถึงเรียกว่าพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณที่เป็นพระรัตนตรัยเป็นชาติ ศาสน์กษัตริย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจอย่างนี้

 

ธรรมจักรเป็นทายกลาง เป็นเอไอประดิษฐ์ เป็นปัญญาประดิษฐ์ เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม ผลของกรรม เราต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ เราต้องผ่านเมฆหมอกไปด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันเป็นเมฆหมอก ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในมันเป็นเมฆหมอก ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เราพากันคิดดูดี ๆ ถ้าเรายกเลิกตัวตนถนนนั้นก็โปร่งโล่งเบาสบายปราศจากเมฆหมอก

 

เราเป็นตัวเป็นตนทุกคนก็เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้อะไรล่ะ แพ้ธาตุทั้ง ๔ แพ้ขันธ์ทั้ง ๕ แพ้อายตนะภายนอกภายในที่เป็นสัญชาตญาณ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจในวัฏฏสงสาร

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องขอบใจปัญหา ขอบใจวิกฤต เพื่อเราจะเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส

 

ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญจริง ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้ถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ที่ไหนมีธาตุทั้ง ๔ มีขันธ์ทั้ง ๕ มีอายตนะภายนอกภายใน เราต้องรู้เข้าใจความรู้ความเข้าใจเราต้องหยุดสัญชาตญาณ หยุดโซเชียล หยุดกระแส เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจจะได้เข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ชาติศาสน์กษัตริย์เป็นสิ่งที่เราต้องรู้เข้าใจปัญหา เข้าใจวิกฤต เราจะไดเข้าถึงความว่างจากสิ่งที่มีอยู่

 

เรามาคิดดูดี ๆ ว่างจากสิ่งที่ไม่มีมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ มันเป็นความสงบก็จริง

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ถ้าเรารู้เราเข้าใจปัญหานั้นก็จะหยุดลงที่ปัจจุบัน จะจบลงที่ปัจจุบัน วิกฤตนั้นก็จะเป็นโอกาสอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องขอบใจความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก ขอบใจสิ่งต่าง ๆ ที่มาเป็นปัญหา ขอบใจสิ่งต่าง ๆ ที่มาเป็นวิกฤต เพื่อให้เรามีโอกาส

 

ชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นสิ่งที่เรารู้เข้าใจปัญหา เราจะได้หยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ เราทุกคนต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา ทำหน้าที่ของเรา

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมุ่งเป้ามาที่ท่าน ทำพุทธกิจทำหน้าที่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราคิดดูดี ๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้ช่วยเหลือใคร การช่วยเหลือตนเองนั่นแหละคือการช่วยเหลือคนอื่น การยกเลิกตัวตนการช่วยเหลือผู้อื่นั้นคือการช่วยเหลือตนเอง

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ว่าเราจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชเพื่อไปช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่แล้วว่าไม่ได้ การช่วยเหลือคนอื่นนั้นคือทำหน้าที่ของตัวเอง

 

เราต้องรู้เข้าใจนะ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ การดำเนินชีวิตของเรานั้นจะเป็นโปรแกรมเมอร์สีดำ ถ้าจางลงหน่อยก็สีเทา สีด่างสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

ด้วยเหตุผลนี้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยกเลิกทาส ทาสนั้นก็หมายถึงตัวถึงตน เราเป็นทาสของธาตุของขันธ์ของอายตนะที่ผลิตออกมาเป็นความแก่ความเจ็บความตายเป็นความพลัดพราก

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย ให้มีความสุขในการทำหน้าที่

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ตำแหน่งนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเราทำดีมันก็ดีไม่มีชั่ว ถ้าเราคิดดีมันก็ดีไม่มีชั่ว ถ้าเราพูดดีมันก็ดีไม่มีชั่ว ถ้าเรากิริยามารยาทดีมันก็ดีไม่มีชั่ว ถ้าอาชีพเราดียกเลิกตัวยกเลิกตนไม่เอาความสุขจากความสหลงมันก็ดีไม่มีชั่ว

 

เพราะเหตุผลว่าตำแหน่งนั้นมันเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งดีนั้นก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ตำแหน่งชั่วก็มีเพียงตำแหน่งเดียว

 

ด้วยเหตุผลนี้ ปัญญาบริสุทธิคุณรู้เข้าใจแห่งภพชาตินั้นคือความดับไม่เหลือแห่งการตรัสรู้แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ความเครียดนั้นเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่หน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้เราเอาพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญนะ ถ้าเราคิดอย่างนั้นโอกาสที่จะผิดพลาดนั้นย่อมมี ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน เป็นการดับไม่เหลือแห่งสัญชาตญาณที่ไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบอยู่ที่ปัจจุบัน พระอรหันต์ขีณาสพเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญนะ

 

ถ้าเรามีความคิดเห็นมีความเข้าใจว่า เราให้ทานรักษาศีลเจริญสมาธิภาวนาเพื่อจะเข้าถึงพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ความคิดอย่างนี้มันเป็นความคิดข้ามภพข้ามชาติ มันอยู่กับอดีตอยู่กับอนาคต การที่อยู่กับอดีตอยู่กับอนาคตนั้นคือไม่ได้อยู่ที่ปัจจุบันนะ มันเป็นความคิดที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นความคิดที่ข้ามภพข้ามชาติ อย่างนี้มันแก้ปัญหาไม่ได้มันดับทุกข์ไม่ได้ มันยังเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเข้าถึงพระนิพพานที่ปัจจุบัน พระอรหันต์ขีณาสพเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน พระอรหันต์ที่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกับละสังขารนั้นคิดเปอร์เซ็นต์น้อยมากจริง ๆ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้เข้าใจ การให้ทานที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน การรักษาศีลเพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน การทำสมาธิเพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน การเจริญปัญญาก็เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน หน้าที่นั้นต้องเป็นหน้าที่ที่ต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน ถ้าเรายกเลิกตัวยกเลิกตนถนนนั้นถึงจะโปร่งโล่งเบาสบายปราศจากเมฆหมอก

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ เราเอาสัญชาตญาณที่เป็นความผิดนำชีวิต อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่รักตนมั๊ย เป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีมั๊ย ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว

 

เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะนั้นเป็นของบรรพบุรุษ เป็นของพ่อของแม่ เราเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งถึงไม่ใช่ผู้กตัญญูกตเวที คือผู้ที่อกตัญญูกตเวที

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันรู้จักวัฏฏสงสาร เราต้องรู้เข้าใจว่าพ่อแม่บรรพบุรุษก็คือตัวของเรานี้เอง ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในได้แก่พ่อ ได้แก่แม่ ได้แก่บรรพบุรุษ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจปัญหาต่าง ๆ เราต้องรู้เข้าใจปัญหา

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจะเอาธาตุทั้ง ๔ เอาขันธ์ทั้ง ๕ เอาอายตนะภายนอกภายในด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อเอาธาตุทั้ง ๔ เอาขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยการเอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราต้องเน้นมาที่หน้าที่ รู้จักคุณรู้จักประโยชน์ว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในมันคือคุณ เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเราไม่รู้จักคุณ เรายกเลิกตัวตนนั้นถึงจะมีคุณถึงจะเป็นพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ

 

เราคิดดูดี ๆ นะ ตัวตนนั้นมันมีคุณที่ไหนมันมีแต่โทษ ที่เราใช้ศัพท์คำว่าคุณคนโน้นคุณคนนี้ ท่านโน้นท่านนี้

 

ถ้าเราเอาตัวเอาตนนำชีวิตมันจะเป็นคุณได้อย่างไร มันก็มีแต่โทษ ถ้าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งมีท่านที่ไหนล่ะ มันก็มีแต่โทษ คำว่าท่านคือผู้ที่ไม่หวั่นไหว ไม่ไปตามกระแส ไม่ไปตามโซเชียล ไม่หวั่นไหวในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในไม่หวั่นไหว เป็นการไม่หวั่นไหวแต่โซเชียล ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน เป็นผู้ที่รู้จักนิวรณ์ทั้ง ๕ รู้จักอคติทั้ง ๔ เป็นผู้รู้จักปัญหา เป็นผู้รู้จักวิกฤตด้วยความรู้ความเข้าใจถึงเรียกผู้นั้นว่าท่าน คือผู้ที่มีสติมีสัมปชัญญะ

 

เราพากันคิดดูดี ๆ ถ้าเราเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง สติสัมปชัญญะนั้นจะไม่มี การเสียสละนั้นจะชื่อว่าเป็นผู้เสียสละได้อย่างไร

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อหยุดสัญชาตญาณ มีความรู้มีความเข้าใจในสัญชาตญาณที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสมาธิ ปัญญากับสมาธิเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ถ้าเราทุกคนมีสติมีสัมปชัญญะ สิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่นั้นก็จะมีแต่คุณ ปัญหานั้นก็จะเป็นปัญญา วิกฤตนั้นก็ย่อมเป็นโอกาส

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น อาศัยความรู้ความเข้าใจที่เป็นพระธรรมเป็นพระวินัยที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ เพื่อปัญญากับสมาธิเดินทางไปพร้อมกัน เพื่อเอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสทางสายกลาง เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

มีคำถามว่าปฏิบัติไปถึงไหนถึงจะได้หยุด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ คำว่าหยุดนี้คือความปรุงแต่ง คำว่าไปนี้คือความปรุงแต่ง

 

ความปรุงแต่งนี้เราต้องรู้เข้าใจ ความปรุงแต่งนี้คือความไม่สงบ ความปรุงแต่งนี้คือสงคราม สงครามในตัวผู้ไม่รู้ สงครามภายนอกภายใน สงครามในครอบครัว ขยายวงกว้างไปสู่หมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดเมืองหลวง สงครามต่างประเทศ สงครามโลก สงครามคือความไม่สงบ

 

ชาติศาสน์กษัตริย์เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะเอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่เพื่อให้เป็นทางสายกลาง

 

ธรรมนูญนั้นเป็นทางสายกลางที่เอาใจกับวัตถุไปพร้อม ๆ กัน เราเอาแต่ทางวัตถุเอาทางวิทยาศาสตร์นั้นก็ย่อมไปไม่ได้ เราเอาใจไม่เอาวัตถุไม่เอาวิทยาศาสน์นั้นก็ย่อมไปไม่ได้ เพราะทั้ง ๒ อย่างนั้นต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะเป็นปัจจุบัน เป็นหน้าที่ ความคิดเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นจะเป็นความคิดที่ไม่สร้างภพสร้างชาติ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันจะแยกกันไม่ได้

 

ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ธรรมนูญความรู้ความเข้าใจทำหน้าที่ ธรรมนูญนั้นถึงไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นความสงบ ธรรมนูญนั้นจึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

เราคิดดูดี ๆ นะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ท่านให้เรารู้เข้าใจ เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากให้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิมเราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงเศรษฐกิจพอเพียงเพียงพอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้ให้เข้าใจว่าพระนิพพานอยู่ที่รู้เข้าใจอยู่ที่ทำหน้าที่ พระนิพพานนั้นถึงอยู่ที่ความดับไม่เหลืออยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอยู่ที่ทำหน้าที่ พระนิพพานนั้นถึงไม่ใช่ขั้วบวกขั้วลบ เป็นความสงบ พระนิพพานนั้นเป็นความดับไม่เหลือ พระนิพพานนั้นจึงเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ

 

ปัญหาต่าง ๆ นั้นอยู่ที่ความไม่รู้ไม่เข้าใจ อยู่ที่ไม่ทำหน้าที่ของความเป็นเจ้าหน้าที่

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นถึงเป็นโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

เรามาคิดดูดี ๆ เราเอาความหลงนำชีวิตความไม่ถูกต้องนำชีวิตมันถูกต้องมั๊ย เอาความหลงนำชีวิตเอาความไม่ถูกต้องนำชีวิตมันคือความผิดพลาดเป็นความยากจน จนเพราะไม่รู้จักพอ จนเพราะไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าโอกาสนี้ถึงเป็นหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสกับภิกษุทั้งหลายให้รู้ให้เข้าใจ ว่าหน้าที่นั้นจึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย

 

ให้เข้าใจว่าวัฏฏสงสารจะจบได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะจบได้ด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยการทำหน้าที่

 

พระธรรมกับพระวินัยเราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสกับพระอานนท์กับภิกษุทั้งหลายว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เมื่อวันก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านพูดในเรื่องนี้ให้รู้ให้เข้าใจ

อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.

อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.

อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา

อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;  เป็นอยู่

อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุดแล

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ เราจะเดินทางไกลต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่รู้เข้าใจอยู่ที่เราทำหน้าที่ มุ่งเป้ามายังที่ตัวเราอยู่ที่หน้าที่

 

เราต้องรู้เข้าใจ เมื่อเรายกเลิกสิ่งที่เป็นวัฏฏสงสาร สิ่งเหล่านั้นก็เป็นพระนิพพาน พระธรรมพระวินัยที่เป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญถึงเป็นหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติ ปัจจุบันถึงเป็นชาติเป็นศาสน์เป็นกษัตริย์

 

โลกนี้ที่หมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์ ก็ใช้หลักเดียวกันในการประพฤติการปฏิบัติเป็นอริยมรรคเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงมารู้จักปัญหา รู้จักวิกฤต ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทในการจะจากไปครั้งสุดท้าย เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

 

 

 

Visitors: 120,082