๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
วันเสาร์วันอาทิตย์ เป็นวันหยุดทำงาน วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานเป็นวันปฏิบัติธรรม ทำ ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน
ปัญญากับสัมมาทิฏฐิที่มีความเห็นถูกต้องว่า ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อมกัน เอาทางวิทยาศาสตร์กับจิตใจ พร้อมกันที่ปัจจุบัน เอาความรู้คู่การปฏิบัติ ทำหน้าที่ ชาติได้แก่ความเกิด ปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ ที่เป็น AI ที่เราจะเอามาใช้ทางวิทยาศาสตร์ AI ทางจิตใจที่เป็นสัมมาทิฏฐิที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลายจงพากันเข้าใจ เรื่องชาติคือความเกิด เพราะเหตุอย่างใด ผลก็เป็นเช่นนั้น
เราทุกคนต้องมาแก้ไขที่ตัวเรา พระพุทธเจ้ามุ่งมาที่ตัวท่าน ทำพุทธกิจของท่าน พุทธกิจคือหน้าที่ คือหลุดพ้นจากตัวตน ปัจจุบันเป็นความเกิด เราทุกคนมาหยุดตัวเอง ด้วยความรู้ความเข้าใจ พระพุทธเจ้าให้เข้าใจว่าตัวเองเป็นวัฏฏสงสาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย พลัดพราก ทุกคนต้องรู้ความเกิด จะหยุดได้ต้องรู้เข้าใจ จะได้ไม่ไปตามกระแส จะพากันหยุดโซเชียลกระแส พระพุทธเจ้าท่านรู้จักโซเชียล รู้จักกระแสวัฏฏสงสาร เป็นสิ่งที่มีอยู่ กระแสเป็นสิ่งที่มีอยู่ เราทุกคนพากันเข้าใจ พระพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ พระพุทธเจ้าได้ไปโปรดชฎิล ๓ พี่น้อง พร้อมบริวาร ๑,๐๐๐ คน
ให้รู้เข้าใจในกระแส จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามาทำหน้าที่ เพื่อเอาวิกฤตมาเป็นโอกาส เรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เอาเป็นประโยชน์ จะได้เอาความรู้ความเข้าใจมาทำหน้าที่ เอาวัฏฏสงสารมาเป็นพระนิพพาน สิ่งที่เป็นอันตรายนั้นก็จะมีแต่คุณ พระนิพพานเป็นความรู้ความเข้าใจในกระแส ในโซเชียลความรู้ความเข้าใจ พระพุทธเจ้าให้เอามาใช้ที่ปัจจุบัน ด้วยปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นไฟต์ที่จะเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส เอาพระธรรมวินัยมาทำหน้าที่
สัญชาตญาณที่เป็นตัวตน ทุกคนไม่เสียสละ มาคิดดู ถ้าเราไม่เสียสละ เราก็ก้าวออกไปไม่ได้ เราพากันมาคิดดูดี ๆ พระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญพุทธบารมีหลายล้านปี เสวยวิมุตติแค่ ๗ สัปดาห์ แล้วประกาศศาสนา เพราะเหตุผลว่า การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นความดับไม่เหลือแห่งภพชาติ ไม่ใช่สมาธิสมาบัติ
พระพุทธเจ้าตรัสว่าสมาธิเป็นเพียงหินทับหญ้า ความดับไม่เหลือ มิใช่สมาธิสมาบัติ เป็นปัญญาที่บริสุทธิ์ ที่ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ในการทำหน้าที่นั้น จึงเป็นความหลุดพ้น เป็นพุทธกิจ เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เพียงสมาธิ ความรู้ความเข้าใจในความจริงว่าวิมุตติไม่ใช่เพียงสมาธิสมาบัติ เป็นความดับไม่เหลือด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าท่านถึงทำพุทธกิจให้ปัญญาสัมมาทิฏฐิทำหน้าที่ด้วยความสงบและปัญญาเป็นปฏิปทาต่อเนื่องดั่งสายน้ำ พุทธกิจหลุดพ้นในกระบวนการด้วยสติสัมปชัญญะ
ประชากรของโลกมีแปดพันกว่าล้านคน มีประเทศน้อยใหญ่ ทุกคนก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ เพราะธรรมะเป็นสากล ไม่มีใครสงวนลิขสิทธิ์
ชาติได้แก่ความเกิด ถ้ารู้เข้าใจ เอาพระธรรมวินัยมาทำหน้าที่ สัญชาตญาณที่เป็นขั้วบวกขั้วลบย่อมเกิดไม่ได้ วาระมีเพียงวาระเดียว ถ้ายกเลิกตัวตน พระนิพพานก็อยู่ที่นั่น ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวตนนรกก็อยู่ที่นั่น พระพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การปฏิบัติของเราจะไม่เป็นไบโพลาร์
เรามีความสุขในการทำงาน ความทุกข์ย่อมไม่มี เพราะมีวาระเดียว ด้วยเหตุนี้ทุกคนต้องพากันเสียสละ ถ้าไม่เสียสละก็ไปไม่ได้ วิมุตติหลุดพ้นอยู่ที่เสียสละ อยู่ที่ทำหน้าที่ มุ่งเป้ามาที่เสียสละ ไม่ลูบคลำในข้อปฏิบัติ สดชื่น ตื่น เบิกบาน อยู่กับหน้าที่มีความสุข สุขภาพใจก็ดี ความสุขความสบายที่ยกเลิกตัวตน ก็ย่อมเป็นเงาตามตัว ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้ามุ่งมาที่ตัวเองให้เสียสละ ถ้าไม่เสียสละก็ไม่มีสติสัมปชัญญะ
วันเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานภายนอก เราทุกคนมารวมกันที่วัด วัดเป็นสถานที่ผลิตมรรคผลนิพพาน พระพุทธเจ้าให้เข้าใจว่าวัดไม่ใช่กุฏิศาลา วัดคือข้อปฏิบัติในการยกเลิกตัวตนมาเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละ สติสัมปชัญญะก็ย่อมไม่มี ขณะนี้เวลานี้ เรากำลังนั่งฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่พูดอยู่นี้ก็เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า พระธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่เราต้องรู้เข้าใจ เอาไปใช้ทำหน้าที่
เราอยู่ในปริมณฑลของเมืองหลวงเราต้องรู้เข้าใจในโซเชียลในกระแส เราจะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส พระนิพพานย่อมมีทุกที่ทุกแห่งอยู่ที่เราเข้าใจ เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส เอาปัญหามาเป็นปัญญาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เอาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจได้ทำงานร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะ วัฏฏสงสารย่อมไม่มี สติสัมปชัญญะจะหยุดวัฏฏสงสาร ปัญหาจะเป็นปัญญา วิกฤตจะเป็นโอกาส
ทุกคนต้องรู้อริยสัจ ๔ รู้กรรม รู้ผลของกรรม ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าให้มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะ วัฏฏสงสารจะหยุดทันที มีสติสัมปชัญญะต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ปัญญาความสงบย่อมอยู่ท่ามกลางวิกฤต เพราะโซเชียลที่เป็นธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ จะหยุดได้ด้วยสติสัมปชัญญะ ถ้ารู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรม ภัยพิบัติต่าง ๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้เพราะเรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม พระพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ว่าจะเดินทางไกลต้องมียานในการเดินทาง พระธรรมวินัยคือยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณ ต้องรู้เข้าใจว่าธรรมวินัยจะหยุดสัญชาตญาณ มีสติสัมปชัญญะ รู้กาย เวทนา จิตธรรม ว่าธรรมวินัยจะหยุดสัญชาตญาณได้อยู่ในปริมณฑล เมืองหลวงต้องเข้าใจว่าในเมืองมีโซเชียลมาก ทุกคนต้องพากันเข้าใจ
ความเป็นพระมิได้อยู่ที่ปลงผม ห่มจีวร ความเป็นพระอยู่ที่ไม่ตามกระแส ต้องมุ่งมาที่ตัวเรา ยกเลิกตัวตนก็เป็นพระ ไม่ต้องปลงผมห่มจีวร ทำงานให้มีความสุข ยกเลิกตัวตนทุกคนก็เป็นพระแล้ว พระคือธรรมวินัย คือหน้าที่ นิพพานอยู่ที่ธรรมวินัย สดชื่น รู้ ตื่นเบิกบานกับหน้าที่
ถ้าพระพุทธเจ้าอยู่ภายนอกก็ท่านก็ทำพุทธกิจของท่าน ด้วยเหตุนี้มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา มีฉันทะ มีปิติ สุข เบิกบานในหน้าที่ปัจจุบัน กระบวนการของพระนิพพานอยู่ที่เหตุปัจจัยที่มุ่งเป้ามาที่ตัวเรา
เราคิดดูดี ๆ สิ เราหายใจให้พ่อแม่ได้มั้ย? ทานข้าวให้พ่อแม่ได้มั้ย? ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่ได้
ท่านถึงให้มุ่งมาที่ตัวเรา การช่วยเหลือคนอื่น คือ ทำหน้าที่ของตัวเอง การปฏิบัติเรื่องจิตเรื่องใจต้องมุ่งเป้ามาที่ตัวเรา เพื่อให้ปฏิปทาต่อเนื่องดั่งสายน้ำ พระพุทธเจ้าให้เข้าใจ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาทเหมือนตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของประเทศไทย
มีคำถามว่าปฏิบัติย่างนี้จะไม่เครียดหรือ? ทำอย่างนี้จะไม่เครียด มีความพอใจ สดชื่น ตื่น เบิกบาน จะมีแต่ความเครียดที่ไหนได้ ตำแหน่งเครียดไม่มี มีแต่สดชื่น ตื่น เบิกบาน
คิดดูทุกคนมีปัญหากันหมดไม่มีใครไม่มีปัญหา สาเหตุคือไม่เอาทางสายกลาง วัตถุกับจิตใจทำด้วยไม่รู้ไม่เข้าใจ อยู่กับอดีตบ้างกับอนาคตบ้าง ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สติสัมปชัญญะมีคุณมาก สติสัมปชัญญะมีแต่คุณมีแต่ประโยชน์
ศัพท์ใช้คำว่า ‘ท่าน’ มีตัวตนจะมี ‘คุณ’ ได้ยังไง? ตัวตนคือโทษ จะว่า ‘ท่าน’ ได้ยังไง เพราะหวั่นไหวกับโซเชียลต้องรู้คำว่า ‘คุณ’ คำว่า ‘ท่าน’
วันเสาร์อาทิตย์ เราเสียสละตัวตนมาร่วมรวมกัน มาให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิ ฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า คำพูดคำบรรยายนี้เป็นของพระพุทธเจ้า ท่านถึงให้ผู้ฟังตั้งใจฟัง ไม่พูดไม่คุยไม่นั่งหลับ ถ้าใครไม่ตั้งใจฟัง ถ้าเป็นพระต้องอาบัติ ถ้าเป็นโยมก็เป็นบาป
ด้วยเหตุนี้พากันมานั่งในศาลา เวลาฟังธรรมถึงให้ปิดโทรศัพท์ไว้ก่อน เพื่อตั้งใจฟังธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อย่าไปคิดว่ารู้แล้ว ความคิดของเราเป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวตน ความเคารพเป็นเหตุให้เรายกเลิกตัวตน เป็นความสงบเป็นธรรมวินัย เป็นหน้าที่
คิดดูดี ๆ ใจของเราที่เป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นใจสกปรก ขยายวงไปทำให้ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ก็สกปรกไปด้วย ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติใจถึงเน้นที่ภายนอกด้วย เน้นหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ จะได้ไม่มองข้าม จะได้เก็บรายละเอียด ไม่ตั้งในความประมาท เคารพในความคิด คำพูด อาชีพต้องเคารพ คือให้ความสำคัญ ความเคารพจะเป็นเหตุให้ยกเลิกตัวตน ถ้าไม่เคารพจะเบรกตัวเองได้ยังไง ความไม่เคารพจะเป็นเหตุสงครามตัวตน ครอบครัว หมู่บ้าน ประเทศ สงครามโลกเกิดจากความไม่เคารพ ความเคารพสำคัญมาก ๆ สำคัญอย่างยิ่ง ความเคารพคือความไม่ประมาท ถ้าไม่เคารพคือประมาทแล้ว มองข้ามปัจจุบันไปแล้ว ข้ามภพข้ามชาติไปแล้ว อยู่กับอดีต อนาคตไปแล้ว ไม่มีสติปัจจุบันแล้ว
เราต้องเข้าใจ ใจเป็นนามธรรม อาศัยญาณคือความเคารพ ไม่ประมาท ต้องเอาความเคารพมาทำหน้าที่ สัญชาตญาณจะสูญพันธุ์ ด้วยเหตุนี้จึงให้ตั้งในความไม่ประมาท อย่าไปคิดว่าคิดอะไรใครไม่รู้ เรารู้มันว่าเรารู้ตัวเอง เราไม่เคารพในธรรมวินัยนี้ จะไปคิดได้ยังไง คนหลงก่อนเขาคือตัวเรานี้เอง หลอกคนอื่นได้ หลอกตัวเองไม่ได้ ตัวเราคือโจรใหญ่ เสือร้ายนี่เอง ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่า ต้องมีความเคารพในพระธรรม ในหน้าที่ ปัจจุบันคือการชิงแชมป์ระหว่างพระนิพพานกับวัฏฏสงสาร อยู่ที่ความเคารพ
เรามีความสุขในการทำงานก็ดี ฐานะก็มั่นคง จิตใจก็มีนิพพาน ทุกคนพากันเข้าใจ ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ วิมุตติคือหลุดพ้น คือเข้าใจในหน้าที่
ขออนุโมทนากับทุกท่าน เอาพระธรรมวินัยกับพระนิพพานคือสิ่งเดียวกัน การบรรยายเช้าวันเสาร์ที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก็พอเห็นสมควรแก่เวลา
ขออำนวยอวยชัยคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ให้ทุกท่านก้าวไปในธรรมะพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา