๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๙ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาฟังธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาฟังธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องห่างจากศาลาประมาณ ๔๐ เมตร ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาเพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
เรามาเอาพระธรรมนำชีวิต พระธรรมที่จะเกิดได้ก็ต้องอาศัยพระวินัย เราเอาปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก เอาปฏิปทาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปฏิปทาของพระอาจารย์ชา สุภัทโท เป็นหลัก มุ่งเป้ามายังตัวเรา เน้นบริสุทธิคุณ
วันหนึ่งคืนหนึ่งเรานอนพักผ่อนจำวัดกลางคืนวันละ ๕ ชั่วโมง กลางวันไม่เกิน ๑ ชั่วโมง พักผ่อนจำวัดเวลา ๓ ทุ่มตื่นตี ๓ กลางวันที่ตื่นอยู่นี้เป็นเวลาที่เอาธรรมนำชีวิต ธรรมจะเกิดได้ก็ต้องอาศัยพระวินัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เรามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น สรุปแล้วเราทุกคนไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนะ
เรามาอยู่ร่วมรวมกันมีศีลมีสมาธิมีปัญญาเสมอกัน ถ้าเรายกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิตเราทุกคนก็จะมีศีลมีสมาธิมีปัญญาเสมอกัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเน้นมายังบริสุทธิคุณ ยกเลิกการหลอกลวง เพราะใจของเราไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร ปรุงแต่งอะไร แต่เราทุกคนรู้ว่าเรานึกคิดปรุงแต่งอะไร
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงเน้นมายังบริสุทธิคุณ บริสุทธิคุณนั้นเป็นวิมุตติความหลุดพ้น ยกเลิกเรื่องอดีต ยกเลิกอนาคต ปัจจุบันก็ว่างจากตัวจากตน เป็นบริสุทธิคุณ
ความเคารพเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่ประมาท สัญชาตญาณที่เป็นวัฏฏสงสารของเรามีกันทุก ๆ คน เราต้องพากันมารู้สัญชาตญาณที่เป็นวัฏฏสงสาร เราจะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาปัญญามามีความสุขในการทำหน้าที่ เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส
เราทุกคนมายกเลิกตัวตนด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิยังไม่เพียงพอ ต้องเอาปัญญาสัมมาทิฏฐิเอามาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ เพื่อไม่ให้ความรู้นั้นเป็นเพียงนักปรัชญานักจิตวิทยา ทางปัญญาสัมมาทิฏฐิจะได้เอาเอไอเอามาใช้ให้เป็นปัญญาประดิษฐ์
เราพากันมามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม วาระต่าง ๆ นั้นมีเพียงวาระเดียว เราต้องรู้ต้องเข้าใจ วาระต่าง ๆ นั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มี ๒ วาระ
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องยกเลิกเรื่องอดีต เราต้องยกเลิกอนาคต ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวจากตน ก้าวไปด้วยพระธรรมพระวินัยด้วยหน้าที่ มีฉันทะมีความพอใจในพระธรรมในพระวินัยในหน้าที่
มีคำถามว่าปฏิบัติอย่างนี้มันจะไม่เป็นความยึดมั่นถือมั่น ความยึดมั่นถือมั่นตัวนี้เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ถ้าเราไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยในหน้าที่เราจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นสาเหตุให้เวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่ได้ ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนได้หยุดสัญชาตญาณ ได้ปล่อยได้วาง ความเป็นนิติบุคคลความเป็นตัวเป็นตนของเรา ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าพระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนได้หยุดวัฏฏสงสาร จะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย เราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยเอามาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่
วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ถ้าเราคิดดีก็ย่อมเป็นความดีไม่มีความชั่ว เราพูดดีก็มีแต่ความดีไม่มีความชั่ว เรากิริยามารยาทดีก็ย่อมเป็นความดีไม่มีชั่ว เราอาชีพดีที่เรายกเลิกตัวยกเลิกตนเป็นแต่ผู้ให้เป็นแต่ผู้ที่เสียสละ ไม่เอาของใคร เป็นแต่ผู้ให้ผู้เสียสละ มีแต่ความดี วาระต่าง ๆ นั้นเป็นวาระเดียวให้เรารู้เข้าใจ
เราหยุดสัญชาตญาณด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ พระนิพพานสมบัติก็ย่อมอยู่ในที่นั่น เพราะเหตุผลว่าวาระต่าง ๆ นั้นมีเพียงวาระเดียว
ฉันทะที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐินี้จะเป็นความสุขในการทำหน้าที่ จะเป็นออกซิเจน จะเป็นการยกเลิกวัฏฏสงสาร เรานอนเราพักผ่อนจำวัดวันละ ๕ ชั่วโมงช่วงกลางคืนนั้นร่างกายของเรานั้นย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เรานอนพักผ่อนจำวัดตอนกลางวันชั่วโมงหนึ่งร่างกายของเราย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ปกติแล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระอรหันต์ขีณาสพจะไม่มีใครนอนพักผ่อนจำวัดเวลากลางวัน การพักผ่อนบรรทมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น การพักผ่อนของพระอรหันต์ขีณาสพนั้นท่านจะเข้าสมาธิเข้าสมาธิบัติพักผ่อน การพักผ่อนนี้ได้แก่การเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เข้าสู่สรีระร่างกาย อย่างเราหายใจเข้ามีความสุข หายใจออกสบายนี้คือการพักผ่อน เรานั่งสมาธิให้เราทุกคนพากันเข้าใจนะเป็นการเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ หายใจเข้าให้มีความสุขในการเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย หายใจออกสบายเพื่อการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป เราทุกคนพากันมาเข้าใจอย่างนี้นะ เราทำติดต่อต่อเนื่องกันอย่างนี้แหละหลายนาทีหลายชั่วโมงเพื่อร่างกายของเราจะได้รับออกซิเจน เพื่อร่างกายจะได้ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลออกไป เราทำอย่างนี้แหละใจของเราทุกคนก็จะสงบ
การทำสมาธิเป็นของง่าย ๆ อย่างนี้นะ เพียงแต่เราทุกคนหายใจเข้าสบาย หายใจเข้าให้มีความสุข หายใจออกสบาย หายใจออกให้มีความสุข เราทำอย่างนี้ง่าย ๆ อย่างนี้
สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนทุกคนหายใจเข้าสบายหายใจออกสบาย แป๊บเดียวความคิดความปรุงแต่งของเรามันจะเกิดขึ้นมา เราต้องพากันรู้เข้าใจ ความคิดความปรุงแต่งนั้นมันเป็นโซเชียล เราต้องรู้จักโซเชียล รู้แล้วก็แล้วไป เราก็หายใจเข้าสบายต่อไป หายใจออกสบายต่อไป นั่งไปสักหน่อยมันก็จะโงกจะง่วงแล้ว เราต้องพากันมารู้เข้าใจว่าโซเชียลความง่วงเหงาหาวนอนมันมาอีกแล้ว เรารู้เข้าใจ เราไม่ตามโซเชียลไม่ตามความง่วงเหงาหาวนอนไป เรากลับมาหายใจเข้าสบาย หายใจออกสบายต่อไป
การทำสมาธิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาหลักการของอานาปานสติ เพราะเราทุกคนเกิดมามีลมหายใจเป็นคู่ชีวิตตั้งแต่ต้นจนอวสาน ให้เอาหลักการง่าย ๆ อย่างนี้
การทำสมาธิด้วยอาศัยลมหายใจเข้าสบาย ลมหายใจออกสบายนี้ถึงใช้ได้ทุก ๆ อิริยาบถ ไม่ใช่เฉพาะตอนนั่งสมาธินะ ถ้าเราไม่ได้ทำงานภายนอกต้องเอาไปใช้ทุก ๆ อิริยาบถ เพื่อเราจะได้มีหลักของการประพฤติของการปฏิบัติ
เรามาบรรพชามาอุปสมบท หรือผู้มาประพฤติมาปฏิบัติธรรมอยู่ภายในวัดก็ประพฤติก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน หรือผู้ที่อยู่ทางบ้านอยู่ที่ทำงานก็ทำอย่างนี้เช่นเดียวกัน ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด เพื่อเราทุกคนจะได้มีสติมีสัมปชัญญะอยู่กับลมหายใจเข้าสบาย อยู่กับลมหายใจออกสบาย
ถ้าไม่ทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ใจของเราก็จะไปตามสิ่งแวดล้อม ไปตามผัสสะ ไปตามโซเชียล ไปตามกระแส องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีหลักการให้มีอุดมการณ์อุดมธรรมให้มีพระธรรมมีพระวินัยในการทำหน้าที่
ความดีและปัญญาต้องให้เป็นปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ด้วยเหตุผลนี้เราจึงมีหลักการเอาอานาปานสตินี้มาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นที่พักชั่วครู่ชั่วยาม ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจเท่านั้นจะเป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงเสวยวิมุตติสุขอยู่เพียง ๗ สัปดาห์เท่านั้น วิมุตติสุขความหลุดพ้นว่าปัญญากับการเสียสละถึงจะเป็นบริสุทธิคุณ พระธรรมพระวินัยนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ บริสุทธิคุณจะหยุดภพหยุดชาติ พระธรรมพระวินัยเราต้องรู้ต้องเข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดภพหยุดชาติ หยุดโลกส่วนตัว หยุดโลกตัวกูของกู เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติ ด้วยปิติด้วยความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
บรรพชิตก็ต้องเข้าใจอย่างนี้ ฆราวาสผู้ครองเรือนก็ต้องเข้าใจอย่างนี้ เราทุกคนต้องพากันมาเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละเราก็ก้าวไปไม่ได้เพราะวาระนั้นเป็นวาระเดียว ถ้าเราไม่เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาปฏิบัติเราก็ก้าวไปไม่ได้
เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นบ้านพักชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เป็นบริสุทธิคุณเราทุกคนจึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้ามีข้อแม้แล้วก็ย่อมเกิดความเสียหาย ก็ย่อมเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
พระธรรมพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สมมติสัจจะนั้นเราต้องเอามาใช้เพื่อบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจะมองข้ามสมมติไปไม่ได้ แบรนด์เนมก็คือแบรนด์เนม แบรนด์เนมนั้นต้องไม่เป็นเพียงศาสนพิธี ยศตำแหน่งนั้นเรามองดูดี ๆ เป็นเพียงศาสนพิธี แบรนด์เนมนั้นได้แก่สมมติสัจจะ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเอาสมมติมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ ทุ่มทำหน้าที่ ไม่มีความคิดว่าพระนิพพานอยู่ในกาคตอกาลเบื้องโน้นเทอญ ความคิความเข้าใจอย่างนี้มีความผิดพลาดอยู่ถึง ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน พระอรหันต์ขีณาสพท่านเข้าถึงพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกับลาละสังขารคิดเปอร์เซ็นต์อยู่น้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียวเลยนะ
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เข้าใจ อย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท ให้เน้นมายังหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ ปัจจุบันนั้นถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างกรเวียนว่ายตายเกิดและหยุดเวียนว่ายตายเกิดระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพานนะ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะไปใจอ่อนไม่ได้ ให้เอาปัญหานี้มาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนี้มาเป็นโอกาส นี้ให้คิดว่านี้เป็นโอกาสของเราที่เรามีลมปราณ เราจะได้ใช้ลมปราณให้เกิดประโยชน์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจอย่างนี้ เราอย่าให้ปัจจุบันผ่านไปด้วยไม่ได้เอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ พระธรรมพระวินัยเป็นความดีและปัญญาต้องเอามาใช้อยู่ที่ปัจจุบัน
สติสัมปชัญญะที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเราทุกคนจะไม่มีความเครียด สติสัมปชัญญะเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นเราทุกคนจะไม่มีความเครียด
เรามาบรรพชาอุปสมบทมาประพฤติปฏิบัติเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เหมือนท่านพระอาจารย์ชา สุภัทโท
เราพากันมาคิดดูด้วยปัญญานะ ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนธรรมวินัยนั้นจะเกิดขึ้นได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตน
พระธรรมพระวินัยมีไว้ทำไม พระธรรมพระวินัยมีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าเอามาใช้เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเรายกเลิกตัวยกเลิกตนพระธรรมพระวินัยนั้นถึงจะมีได้เกิดขึ้นได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะไม่ได้เป็นนิติบุคคลตัวตน เราจะได้ยกเลิกโลกส่วนตัว ยกเลิกโลกตัวกูของกู ตัวสูของสู มีความสมัครสมานสามัคคีกัน ปฏิบัติไปทางหนึ่งทางเดียวกัน ว่าเราต้องเอาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่มาใช้มาปฏิบัติเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อให้ปฏิปทาของเราทุกคนได้ติดต่อต่อเนื่องเพื่อเราจะได้ยกเลิกตัวยกเลิกตนให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทำอย่างนี้เพื่อปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องกันอย่างน้อย ๕ ปี ๕ พรรษา เราเป็นฆราวาสอยู่ที่บ้านอยู่ที่ทำงานก็ต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง ๕ ปี ๕ พรรษาเช่นเดียวกัน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าถ้า ๕ ปี ๕ พรรษายังไม่ได้เป็นพระอริยเจ้าอยู่ก็ปฏิบัติไปเรื่อยจนกว่าหมดลมหายใจ
ความไม่รู้ไม่เข้าใจเราก็พากันคิดว่าเราจะทวนโซเชียลทวนกระแสไปเวลาเท่าไหร่ถึงจะได้หยุดการประพฤติการปฏิบัติ
พุทธบริษัทต้องรู้เข้าใจการคิดดี ๆ ก็ต้องคิดไปจนหมดลมหายใจนั้นแหละ การพูดดี ๆ ก็ต้องทำอย่างนี้จนหมดลมหายใจ การที่มีกิริยามารยาทดี ๆ ก็ต้องทำอย่างนี้จนหมดลมหายใจ อาชีพดี ๆ ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนก็ต้องทำอย่างนี้จนกว่าจะหมดลมหายใจ
เราต้องพากันคิดดูดี ๆ นะ การที่คิดดี ๆ มันเป็นความดีเราจะไปหยุดทำไม การที่กิริยามารยาทดี ๆ มันก็ดีแล้วเราจะไปหยุดมันทำไม อาชีพดี ๆ เป็นอาชีพที่บริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนเราจะไปหยุดทำไม การประพฤติการปฏิบัตินั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่า การประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นเพียงหน้าที่เพื่อหน้าที่เท่านั้น
พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ทำพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพผู้ทำศาสนกิจของพระอรหันต์ สัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนที่เป็นขั้วบวกขั้วลบที่เป็นความไม่สงบ ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ให้เราคิดอย่างนี้
เราทำงาน เรามีความสุขในการทำงานมันมีความสุขอยู่แล้วเราจะไปหยุดมันทำไม
พระธรรมพระวินัยเป็นความรู้ความเข้าใจให้เราทำหน้าที่ไม่ใช่เรื่องหยุดและไม่ใช่เรื่องไป นี้เป็นเรื่องหน้าที่ หน้าที่นั้นถึงเป็นการเรียนรู้ หน้าที่นั้นถึงเป็นการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่
ความดีและปัญญาที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาที่เราทุกคนจะต้องก้าวไปด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เราทุกคนพากันเข้าใจ ความคิดที่ดี ๆ มันดีอยู่แล้วต้องเข้าใจ คำพูดที่ดี ๆ มันดีอยู่แล้วต้องเข้าใจ กิริยามารยาทที่ดี ๆ มันดีอยู่แล้วต้องเข้าใจ อาชีพดี ๆ ที่เป็นอาชีพที่ยกเลิกตัวตนมันดีอยู่แล้วให้เราเข้าใจ
การเจริญสติสัมปชัญญะที่รู้ตัวทั่วพร้อมไม่ตั้งอยู่ในความประมาทมันดีอยู่แล้วเราต้องรู้เข้าใจ ปัญญาบริสุทธิคุณมันดีอยู่แล้วเราต้องรู้เข้าใจ
ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นปัจจุบันต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เรามีตัวมีตนทุกคนนั้นย่อมเกียจคร้าน ความเกียจคร้านมันเป็นวัฏฏสงสารเป็นตัวเป็นตน
เราต้องรู้ต้องเข้าใจเรื่องของตัวของตน ตัวตนนั้นแหละทำให้เราไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะ ทำให้เอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์นั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เอไอที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ทุกคนถึงมารู้จักปัญหา ถ้าไม่รู้จักปัญหานั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้ เราทุกคนต้องรู้เข้าใจว่าปัญหาเราต้องรู้เข้าใจในปัญหา เพื่อเราจะไม่ได้ไปตามโซเชียล ไม่ได้ไปตามกระแส
ตัวตนนั้นมีใครบ้างต้องการที่จะเอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต ตัวตนนั้นย่อมไม่มีความต้องการเอาพระธรรมเอาพระวินัยนำชีวิต
ปัญญาบริสุทธิคุณเราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยเพื่อจะหยุดสัญชาตญาณ เอาพระธรรมเอาพระวินัยเอามาใช้เอามาปฏิบัติ ทุก ๆ คนต้องมาเสียสละ ต้องยกเลิกเรื่องอดีต ยกเลิกอนาคต ปัจจุบันก็ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตนเพื่อพระธรรมเพื่อพระวินัยเพื่อสติเพื่อสัมปชัญญะ
ให้เราทั้งหลายระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา