๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๘ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร
ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม
ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามาหยุดสัญชาตญาณที่เป็นวัฏฏสงสารด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย
วาระของเหตุของปัจจัยนั้นมีอยู่เพียงวาระเดียว เราเอาธรรมวินัยมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ วาระอื่น ๆ นั้นก็ย่อมไม่มี เรามีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นเอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ เป็นบริสุทธิคุณ เป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เน้นมายังบริสุทธิคุณ ได้แก่การยกเลิกความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณ เป็นความรู้สึกเป็นตัวเป็นตน เป็นการยกเลิกกระแส ไม่ไปตามกระแส ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามโซเชียล
ยกเลิกกระแส ยกเลิกโซเชียลด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย ด้วยความรู้ความเอา เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่
ด้วยความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่ เราอาศัยความรู้ความเข้าใจที่เป็นพระธรรมเป็นพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ มีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุข มีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
ฉันทะความพอใจในพระธรรมในพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ได้เอาปัญญามาใช้ให้เป็นตัวเป็นตน เอาปัญญามาใช้ให้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยนี้จะหยุดความเป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยนี้จะยกเลิกเรื่องอดีตยกเลิกอนาคต ปัจจุบันจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราว่างจากตัวว่างจากตน
เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นการยกเลิกความยึดมั่นถือมั่นความเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน พระธรรมพระวินัยจึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราได้ก้าวไปเป็นทางสายกลาง พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นเหตุเป็นเหตุเป็นปัจจัยหยุดโซเชียลหยุดกระแส
เรามีฉันทะมีความพอใจในพระธรรมในพระวินัยด้วยปิติด้วยความสุขเอกัคคตา มีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรเข้าใจว่าะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ ถ้าเรายกเลิกตัวยกเลิกตนพระนิพพานก็อยู่ที่นั่น ถ้าเรามีตัวมีตนพระนิพพานนั้นย่อมไม่มี เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มี ๒ วาระ
เรามีฉันทะมีความพอใจในพระธรรมในพระวินัยในหน้าที่ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว พระธรรมพระวินัยนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุก ๆ คน วิมุตติความหลุดพ้นนั้นมาจากเรารู้เข้าใจ เรายกเลิกตัวยกเลิกตน
เมื่อก่อนเราเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน พระธรรมพระวินัยนั้นก็ย่อมไม่มี ที่ไหนมีตัวมีตน ที่นั้นจะไม่มีพระธรรมไม่มีพระวินัย
เรามีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในหน้าที่ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มีอยู่แล้ว เพราะเรามีฉันทะ มีความพอใจ มีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ วาระนั้นมีอยู่เพียงวาระเดียว
อย่างเราทุกคนมีความสุขในการทำงานความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
เราเอาพระธรรมพระวินัยมามีความสุขในการทำหน้าที่ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มีเพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงให้เราทุกคนพากันมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง พากันปฏิบิให้ถูกต้อง ยกเลิกอดีตที่ผ่านมา ยกเลิกอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ปัจจุบันเราก็ว่างจากตัวตน เพราะเหตุผลว่าถ้ามีตัวมีตนแล้ว ก็จะมีแต่ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมา การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้
มีความสุขกับการทำงาน การทำงานนั้นต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นสิ่งที่ทำงาน เพราะใจของเรานั้นเป็นนามธรรม ต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพในการทำงาน ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องเข้าใจ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าความรู้ไม่คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นความรู้ความเข้าใจนั้นก็จะเป็นเพียงปรัชญา ความรู้ที่เป็นปรัชญานี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ยังหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนไม่ได้ เพราะความรู้นั้นเป็นเพียงปรัชญา
เราพากันคิดดูดี ๆ นะ การประพฤติปฏิบัติใจนั้นต้องปฏิบิตที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นเรื่องภายนอก เพราะใจนั้นเป็นนามธรรม การปฏิบัตินั้นถึงเน้นภายนอก การปฏิบัติใจถึงต้องปฏิบัติที่กายอย่างใจของเราไม่สงบอย่างนี้เราต้องไปเน้นที่กายนะ อย่างเราพากันนั่งอยู่อย่างนี้ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้กายมันสงบก่อน ให้กายมันนิ่ง ๆ ก่อน ให้กายไม่กระดุกกระดิกก่อนให้กายมันนั่งตรง ๆ ก่อน การฝึกใจต้องฝึกที่กาย ธรรมจะเกิดได้ก็ต้องมาปฏิบัติที่กาย ธรรมจะเกิดได้ก็ต้องอาศัยกาย ที่ประเทศไทยเราถึงมีสำนักธรรมกาย ธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมกิริยามารยาท ธรรมอาชีพ ยกเลิกตัวยกเลิกตน ธรรมใจถึงจะเกิดได้ เมื่อธรรมกายยังไม่ได้ปฏิบัติ ธรรมวาจาไม่ได้ปฏิบัติ ธรรมกิริยามารยาทไม่ได้ปฏิบัติ อาชีพก็เบียดเบียนตัวเองด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิต ธรรมใจนั้นมันจะเกิดได้อย่างไร เพราะเราข้ามขั้นตอนไป เราจะไปเอาแต่เรื่องจิตเรื่องใจ ถ้าเราทิ้งพระวินัยธรรมะเกิดขึ้นได้ไหม มีคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่า ธรรมะมันเกิดไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติเรื่องจิตเรื่องใจต้องไปเน้นเรื่องธรรมะที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพราะตัวตนนั้นคือตัวโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกสีเศร้าหมอง
ด้วยเหตุผลนี้ปัจจุบันเราจะหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ มีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำหน้าที่ เน้นที่ธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมกิริยามารยาท เน้นที่บริสุทธิคุณ
เราจะเอาตัวเอาตนนำชีวิตได้อย่างไร ด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ถึงต้องมีปิติมความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นที่ภายนอก แบรนด์เนมที่เป็นภายนอก สมมติสัจจะเราต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ สมมติสัจจะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เป็นแบรนด์เนมที่ดีเป็นสิ่งที่ดี เราเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เราจะไปมีข้อแม้ใด ๆ ไม่ได้ ถ้ามีข้อแม้แล้วมันจะเสียหาย มันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราพากันคิดดูดี ๆ ถ้าเราจะเอาแต่เรื่องจิตเรื่องใจทำไมเราถึงทานข้าวทานอาหารอยู่หรือว่าฉันข้าวอยู่ ทำไมไม่คิดว่าอยู่ที่ใจ
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงต้องมีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจในกรณียกิจ ๔ อกรณียกิจ ๔ ที่เป็นสมมติสัจจะเราต้องรู้เข้าใจ ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยจึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนหยุดสัญชาตญาณ สัญชาตญาณจะเกิดได้เกิดจากความเคารพ เกิดจากความไม่ประมาท ไม่มองข้ามความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาท อาชีพ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อไม่มองข้ามปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำคัญจริง ๆ พระวินัยนี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมวาจากิริยามารยาท ธรรมอาชีพ อาชีพเราคืออาชีพที่ยกเลิกความรู้สึก ยกเลิกสัญชาตญาณ เราเอาความรู้สึกเราเอาสัญชาตญาณนำชีวิตจะแก้ปัญหาได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่าไม่ได้ มีแต่สร้างปัญหา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดให้ดี ๆ เราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนเราจะแก้ปัญหาได้ไหม มีคำตอบอยู่แล้วว่าแน่นอน แก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่สร้างปัญหา
ตัวตนนั่นแหละคือโปรแกรเมอร์สีดำ ตัวตนอ่อนลงมาหน่อยก็สีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
ด้วยเหตุนี้ ถ้าไม่มีธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมกิริยา ธรรมมารยาท ไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตน เราทุกคนก็ย่อมแก้ปัญหาไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราจะแก้ปัญหาต้องเอาทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กันเป็นเอไอ เป็นปัญญาประดิษฐ์ด้วยความรู้ความเข้าใจในปัญหา จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา จะได้เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส
ถ้าเรามีความสุขกับการทำงานทำหน้าที่ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มีอยู่แล้ว เพราะวาะนั้นมันมีเพียงวาระเดียว
ความรู้ความเข้าใจจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ธรรมชาตินั้นเป็นธรรมชาติบริสุทธิ เราจะไปเพิ่มไม่ได้ เราจะไปตัดไม่ได้ เพราะธรรมชาติเป็นความพอดีเป็นความพอเพียงเพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ มีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำหน้าที่ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ เราทุกคนต้องเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ความพอเพียงเพียงพอนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เราอยากจะได้มากมันก็ไม่มากเพราะมันเป็นบริสุทธิคุณ เราอยากได้น้อยมันก็ไม่ได้เพราะมันเป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมเราก็ย่อมหยุดอดีตได้หยุดอนาคตได้ เราก็เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เราทุกคนก็ไม่มีความทุกข์อะไร ก็จะมีแต่ฉันทะมีความพอใจมีปิติสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
วิมุตติความหลุดพ้นนั้นถึงอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอยู่ที่เรามีฉันทะมีความพอใจ มีปิติสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงมีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตามีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ด้วยพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ใช่เป็นเพียงสมาธิไม่ใช่เป็นเพียงสมาบัติ เพราะสมาธิสมาบัติเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น วิมุตติความหลุดพ้นนั้นอยู่ที่พุทธกิจอยู่ที่ทำหน้าที่
ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นจึงเป็นวิมุตติหลุดพ้น เป็นการยกเลิกสัญชาตญาณ ยกเลิกตัวตน เป็นการดับไม่เหลือด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขกับการทำหน้าที่เราก็จะได้รับออกซิเจน เรายกเลิกความทุกข์ เป็นการถ่ายเทของเสียถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ ความทุกข์ทางจิตของเรานี้มันเลยไม่มี เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส เพราะเหตุว่าตำแหน่งนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว เรายกเลิกตัวตนเราก็มีสติแต่สติสัมปชัญญะ วัฏฏสงสารนั้นจะจบลงได้ด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย ธรรมะสิ่งภายนอกภายในนั้นจะเป็นธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมกิริยา ธรรมมารยาท ธรรมบริสุทธิคุณ
พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เรายกเลิกตัวยกเลิกตน เป็นบริสุทธิคุณ
เรามีตัวมีตนเราจะเข้าถึงบริสุทธิคุณได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่ในตัวแล้วว่าไม่ได้ เรามีตัวมีตนนั้นมีปัญหามั๊ย มีตัวมีตนนั้นมีปัญหาแน่ มีตัวมีตนนั้นมีปัญญามั๊ย มีคำตอบว่าไม่มีปัญญาแน่ มีตัวมีตนนั้นมีความเมตตาต่อตนเองมั๊ย มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่มีปัญญา
พระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เรายกเลิกตัวยกเลิกตน พระนิพพานนั้นจะเกิดได้ไหม เกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีธรรมกาย ธรรมวาจา ธรรมกิริยา ธรรมมารยาท การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราจะให้จิตใจของเราอยู่กับอดีตกับอนาคตไม่ได้ เพราะใจของเราอยู่กับอดีตอนาคตนั้นมันเป็นวาระจิตที่ข้ามภพข้ามชาติ อยู่กับอดีตอยู่กับอนาคต ปัจจุบันนั้นไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะเลย
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่มองข้ามความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทตลอดอาชีพต้องเน้นที่ใจบริสุทธิคุณ ใจของเรามันเป็นนามธรรม เราตรึกนึกคิดอะไรดีชั่ว ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครเข้าใจ แต่เราปกปิดใครนั้นปกปิดได้ แต่ไม่สามารถปกปิดตัวเองได้
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงมองข้ามความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทไม่ได้ เพราะการประพฤติการปฏิบัติมันจะเป็นการประพฤติการปฏิบัติที่ข้ามภพข้ามชาติอยู่กับอดีตอยู่กับอนาคต ปัจจุบันก็เต็มไปด้วยตัวด้วยตน
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องเน้นบริสุทธิคุณ เราเอาตัวเอาตนการปฏิบัติของเรามันเป็น ๒ มาตรฐาน มันเป็น ๒ เวอร์ชั่น ใจของเราไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ได้อยู่กับบริสุทธิคุณ ไม่ได้อยู่กับการยกเลิกตัวยกเลิกตน มันมีการปฏิบัติต่อหน้าก็อย่างหนึ่ง อย่างมานั่งในศาลานี้ก็นั่งดีนั่งตัวตรง แต่กลับไปที่ที่พักไม่ได้นั่งตัวตรงเหมือนอยู่ในศาลาแล้ว การปฏิบัตินี้ถึงเน้นบริสุทธิคุณ ไม่เกี่ยวกับใครรู้ใครเห็นใครเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินี้ถึงยกเลิกการหลอกลวง ยกเลิกการประพฤติการปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน การประพฤติการปฏิบัติต้องมีมาตรฐานเดียว ต่อหน้าบุคคลอื่นก็บริสุทธิคุณ ลับหลังคนอื่นก็บริสุทธิคุณ คนอื่นไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจก็จริงแต่ตัวของเรารู้ตัวของเราเห็นตัวของเรา
เช่นเราต้องพากันรู้เข้าใจ อย่างตัวของเรานี้อยู่หน้าก็ต้องหายใจลับหลังก็ต้องหายใจ ถ้าอยู่ต่อหน้ามหาชนก็หายใจ แต่เมื่อคนอื่นไม่รู้ไม่เห็นเราไม่หายใจ ถ้าเราไม่หายมันตายมั๊ย ตายแน่ พระธรรมพระวินัยต้องเป็นบริสุทธิคุณที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความเคารพในพระธรรมพระวินัยถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดวงตานี้สำคัญเพราะความปลอดภัย เพราะพระธรรมพระวินัยเป็นความสำคัญ เพราะเรื่องของความปลอดภัย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การปฏิบัติของเรานี้จะเป็น ๒ มาตรฐานไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเน้นบริสุทธิคุณในกิจที่ควรทำ กิจที่ไม่ควรทำ เน้นมาที่บริสุทธิคุณ การปฏิบัตินั้นถึงเน้นมาที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทเน้นที่อาชีพ ด้วยปฏิปทาของเราให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาคิดดูดี ๆ ทำไมไม่มีใครได้บรรลุธรรมกันเลย เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องบริสุทธิคุณ ว่าวาระต่าง ๆ นั้นมีเพียงวาระเดียว เมื่อเราเป็นคนปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ต่อหน้าก็อย่างหนึ่ง ลับหลังก็อย่างหนึ่ง
การปฏิบัตินั้นไม่ได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เอาพระธรรมพระวินัยติดต่อต่อเนื่องกันไม่มีต่อหน้าและลับหลัง ถือนิสัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเวลา ๕ ปี ๕ พรรษา เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ให้พากันเอาสมมติสัจจะมาใช้อย่าให้มีต่อหน้าและลับหลัง มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ความทุกข์นั้นก็ไม่มีอยู่แล้ว เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันเข้าใจอย่างนี้ จะได้เอาความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมารู้มาเข้าใจ เพื่อจะได้มีความสุขกับการทำหน้าที่ เพราะการที่มีความสุขกับการทำหน้าที่นั้นความทุกข์นั้นไม่มีอยู่แล้ว เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มี ๒ วาระ
ด้วยเหตุผลนี้ เราเอาความรู้สึกนำชีวิตไม่ได้ ต้องยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นความรู้สึก ถ้าไม่อย่างนั้นจิตใจของเราก็จะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ จิตใจของเราจะไม่เข้าถึงความอิ่มความเต็มความพอ ฉันทะความพอใจอิ่มอกอิ่มใจที่เราจะต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยมามีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจึงประมาทไม่ได้ ปัจจุบันเราจึงประมาทไม่ได้ ถ้าประมาทเมื่อไหร่ก็จะเกิดการเสียหาย ก็จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
เราเอาความรู้สึกนำชีวิตไม่ได้ เราต้องรู้เข้าใจว่าเราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยไม่เอาความรู้สึก ถ้าเอาความรู้สึกก็เป็นวัฏฏสงสาร ถ้าเอาพระธรรมพระวินัยนั้นก็เป็นพระนิพพาน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถามเราทุกคนว่า เราทุกคนมีความทุกข์มั๊ย เพราะเอาสัญชาตญาณเอาตัวเอาตนนำชีวิตความทุกข์นั้นก็ย่อมมี เพราะความทุกข์นั้นมันคือตัวคือตน การยกเลิกตัวตนนั้นถึงเป็นการยกเลิกความทุกข์
ถามว่าทุกคนมีความพร่องไม่อิ่มไม่เต็มไม่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอมั๊ย ทุกคนก็จะตอบว่าไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่พอเพียงเพียงพอ ตัวตนนั่นแหละคือความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามารู้มาเข้าใจ เพื่อจะได้ยกเลิกความทุกข์ของตัวเอง เพื่อจะได้มาหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยพระธรรมพระวินัยที่มีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
เราเอาธรรมวินัยมาทำหน้าที่ด้วยฉันทะด้วยปิติสุขมันก็ดีอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก ถ้าเราไปเอามากกว่านี้มันก็เป็นโรคประสาทเท่านั้นแหละ เป็นโรคจิตเท่านั้นแหละ เอาตัวตนเป็นที่ตั้งท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนท่านตรัสว่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งนั้นมันเป็นคนบ้า คนผีบ้า เพราะตัวตนนั้นมันคือความทุกข์
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน เราเอาตัวเอาตนเราก็พากันเอาความรู้สึก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่พระธรรมไม่ใช่พระวินัยนะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ไม่ให้เราเอาความรู้สึก ให้เราเอาพระธรรมเอาพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้เป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติมาทำหน้าที่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรายกเลิกระบบนายทุน ยกเลิกระบบกรรมกร นายทุนคือผู้ที่ทำงานหวังผลประโยชน์ตอบแทน อย่างนี้เค้าเรียกว่านายทุน ตัวตนผลตอบแทนก็ได้แก่ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพราก อานิสงส์ของนายทุนของตัวตนรู้มั๊ยว่ามันคืออะไร อานิสงส์ของนายทุนคือความแก่เจ็บตายพลัดพราก อานิสงส์ของกรรมกรคืออะไร ก็คือความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพรากเช่นเดียวกัน เพราะตัวตนนั้นคือทาสรับใช้ ทาสรับใช้ของตัวความไม่รู้ ความไม่รู้นี้เอาความรู้สึกนำชีวิตก็ต้องเป็นกรรมกรรับใช้ เพราะความอร่อยความแซบความลำความนัวความหรอยของโลกมันอร่อย มันต้องเป็นกรรมกร เป็นทาสรับใช้
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูดถึงนายทุน พูดถึงกรรมกรนั้นต้องมุ่งเป้ามายังตัวเรา เราจะได้รู้นายทุนภายนอกนายทุนภายใน นายทุนภายนอกมันไม่มีปัญหาสำหรับเรา กรรมกรภายนอกนั้นไม่มีปัญหาสำหรับเรา นายทุนภายนอกภายใน อานิสงส์ของเราก็ได้แก่ความแก่เจ็บตายพลัดพราก
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้เราเอาพระธรรมเอาพระวินัยมามีฉันทะมีปิติมีความสุขความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณ เราจะได้ยกเลิกระบบนายทุนระบบกรรมกร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ทุกคนลงทุนเพื่อสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เป็นทาสรับใช้ เป็นกรรมกร
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้เอากรรมกรมาทำงาน งานที่เอาพระธรรมเอาพระวินัยเอามาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ ด้วยเหตุผลนี้ การปฏิบัติใจถึงมุ่งเป้ามายังกรรมกร มุ่งเป้ามาที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราพากันเข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้ ถ้าเราเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งมันไม่เข้าใจ เพราะตัวตนมันคือความไม่เข้าใจ ถ้ามันเข้าใจแล้วมันจะมีตัวมีตนได้อย่างไร ถ้ามีตัวมีตนแล้วคือความไม่เข้าใจ เพราะตำแหน่งนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงยกเลิกเรื่องอดีตอนาคต ปัจจุบันเรายังยกเลิกตัวตน ถ้าเราไม่มีตัวไม่มีตน พระธรรมพระวินัยถึงจะเกิดได้ เรามีตัวมีตนพระธรรมพระวินัยจะเกิดได้อย่างไร เพราะตัวตนนั้นพระธรรมพระวินัยเกิดขึ้นไม่ได้
เรามาคิดดูดี ๆ ว่าใครมีตัวมีตนนั้นพระธรรมพระวินัยจะเกิดขึ้นได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าพระธรรมพระวินัยเกิดขึ้นไม่ได้เพราะมีตัวมีตน มีตัวมีตนนั้นพระธรรมพระวินัยถึงเกิดขึ้นไม่ได้
ถ้าเรารู้เข้าใจว่าการยกเลิกตัวยกเลิกตน มามีฉันทะมีความพอใจมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

