๓๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เราทุกคนเอาความรู้สึกนำชีวิตไม่ได้ ต้องเอาธรรมะเป็นหลัก ธรรมะจะเกิดได้ต้องอาศัยพระวินัย พระธรรมวินัยต้องเอามาใช้ที่ปัจจุบัน ถ้าเราไม่เอาธรรมวินัยธรรมะก็เกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนถึงเอาความรู้สึกนำชีวิตไม่ได้
ความหลุดพ้นนั้นถึงอยู่ที่พระธรรมพระวินัย อยู่ที่การทำหน้าที่
วิมุตติหลุดพ้นนั้นถึงไม่ใช่ความรู้สึก ถ้าเราเอาความรู้สึกนำชีวิต ธาตุขันธ์อายตนะก็ย่อมไหลเป็นกระแส การปฏิบัติของเรานั้นถึงเน้นบริสุทธิคุณ ไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต
การพัฒนาเอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์จึงเป็นบริสุทธิคุณ
เราทุกคนมีความรู้สึกแต่ไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต ต้องเอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรามีฉันทะ มีความพอใจ มีปิติมีความสุขรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ความไม่มีทุกข์ของเราก็มีแล้ว เพราะวาระมีวาระเดียว ไม่มี ๒ วาระ
สมมติสัจจะที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่เราจะเอาสมมติสัจจะมาปฏิบัติ เพื่อมีปิติสุขสดชื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ สมมติสัจจะนั่นแหละจหยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน ด้วยเหตุผลนี้การปฏิบัตินั้นถึงมุ่งเป้ามายังตัวเราที่ตัวเราที่จะต้องหยุดสัญชาตญาณ เพื่อพระธรรมพระวินัยจะต้องติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ จะเอาความรู้สึกไม่ได้ ต้องเอาพระธรรมพระวินัยเป็นหลัก เพื่อความต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การปฏิบัติของเราเน้นบริสุทธิคุณอย่างต่อเนื่อง
ปกติแล้วเราอยู่ที่ไหนทำอะไรก็ต้องหายใจ ถ้าไม่หายใจก็อยู่ไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ การปฏิบัติของเราจึงต้องต่อเนื่อง ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ไปไม่ได้
ใจของเราทุกคนรู้ใจของเราเอง เราปกปิดคนอื่นได้ แต่เราไม่สามารถปกปิดตัวเองได้
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะประมาทไม่ได้ ความประมาทย่อมเสียหายย่อมพังทลายเหมือนตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
การปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง เราเอาความถูกใจนั่นแหละคือความไม่ถูกต้อง เมื่อเราเอาความถูกใจเมื่อไหร่คือความไม่ถูกต้อง ถ้าเราเอาถูกใจเราก็ไปตามกระแส ธาตุขันธ์อายตนะก็ย่อมถูกโลกธรรมครอบงำจิตใจของเรา อคติก็ย่อมครอบงำจิตใจของเรา
เราทุกคนเอาพระพุทธเจ้านำชีวิต พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมพระวินัย พระพุทธเจ้าคือผู้ยกเลิกความถูกใจ ความถูกใจคือความไม่ถูกต้อง
ความสงบนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เรายกเลิกตัวตน ที่ไหนยกเลิกตัวตนที่นั้นมีแต่ความสงบ
สัญชาตญาณเป็นตัวตนจะหยุดได้ด้วยพระธรรมพระวินัย ด้วยเหตุผลนี้ ทุกคนต้องพากันมาเสียสละ ถ้าไม่เสียสละเราก็ไม่มีสติสัมปชัญญะ ถ้าไม่เสียสละเราก็ไม่มีการให้ทาน ไม่มีการเจริญสมาธิ เจริญปัญญา
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ธรรมเหล่านั้นไม่ใช่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
วิมุตติความหลุดพ้นมิใช่สมาธิสมาบัติ
สมาธิสมาบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ใช้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น พระศาสนาถึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นเหตุเป็นปัจจัยไม่ให้เอาความรู้สึกนำชีวิต ให้เอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญจะเกิดได้ก็ต้องอาศัยพระวินัย ไม่มีความประมาท ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ทุกคนถึงเอาความรู้สึกนำชีวิตไม่ได้ พระวินัยนั้นถึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนต้องทวนกระแส
ทุกคนต้องทวนกระแส ไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต ไม่ให้ธาตุขันธ์อายตนะครอบงำธรรมวินัย
ธรรมวินัยถึงไม่เอาความถูกใจ ต้องเอาความถูกต้อง ธรรมวินัยถึงทวนกระแส
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจ เมื่อมีปิติสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสาย้ำ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้พากันปฏิบัตติดต่อต่อเนื่องเป็นเวลา ๕ ปี ๕ พรรษา ไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต ให้เอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต
ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติถึงไม่ใช่เป้าหมายของเรา
สมบัติทั้งหลายเป็นเพียงที่พักชั่วคราวเท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้เอไอต้องเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ
เราคิดดีก็ย่อมเป็นความดี เราทำงานให้มีความสุขก็ย่อมเป็นความสุข เพราะทุกอย่างเกิดจากเหตุจากปัจจัย ปัญญาบริสุทธิคุณนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ ไม่ติดอยู่เพียงมนุษย์สมบัติ สวรรค์ศมบัติ พรหมสมบัติ ก้าวไปด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ วิมุตติหลุดพ้นนั้นถึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ใช่เพียงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ
เราทุกคนช่วยคนอื่นไม่ได้ คนอื่นต้องช่วยเหือตัวเอง คิดดูดี ๆ ในโลกนี้มีใครหายใจแทนกันได้ ทานอาหาร แก่เจ็บตายแทนกันได้ ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่มี
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นเพียงผู้บอกผู้สอน พระอรหันต์ก็เป็นเพียงผู้บอกผู้สอน
ด้วยเหตุผลนี้ พระศาสนาจึงเป็นของว่างจากอัตตาตัวตน
ศาสนาทุกศาสนาก็ฒีความหมายอย่างเดียวกัน ศาสนาคือความรู้ความเข้าใจ เป็นพระธรรมพระวินัยให้เรายกเลิกตัวตน
พระศาสนาทุกศาสนาต้องเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพมายกเลิกสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน เราทุกคนต้องพากันมาเสียสละ ถ้าไม่เสียสละจะเป็นคนมีศาสนามั๊ย ไม่มี มีแต่เอาความรู้สึกนำชีวิต
มีคำถามว่าถ้าเราไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต เอาธรรมวินัยทำหน้าที่อย่างมีความสุขในปัจจุบัน ไม่ใช่ทำงานเสร็จมีความสุข
ชีวิตเป็นปัจจุบันเพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่ใช่มีความเข้าใจว่าทำงานเสร็จก็จะสบาย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีความสุขในการทำงานในปัจจุบันสุขเมื่อทำงาน
ใจจะมีความพร่องเป็นนิจ ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง
ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ ยกเว้นการเบียดเบียนคนอื่น การหลอกลวงคนอื่น การเอาของคนอื่น เพราะการเบียดเบียนคนอื่นคือการเบียดเบียนตนเอง การเอาของคนอื่นคือการทำร้ายตัวเอง
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ไม่เบียดเบียน การเอาของคนอื่นคือการทำร้ายตัวเอง
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ไม่เบียดเบียน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ไม่เอาของที่คนอื่นไม่ได้ให้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายกเลิกคำพูดที่ให้เกิดเป็นตัวเป็นตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ดื่มประเภทแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด ศีล ๕ ถึงเป็นพื้นฐาน หยุดสัญชาตญาณที่เกิดจากใจจากเจตนาที่มุ่งบริสุทธิคุณ
ศีล ๕ จึงเป็นพื้นฐานของทุกศาสนา ศาสนาใดไม่มีศีล ๕ ศาสนานั้นก็ไม่ใช่ศาสนา ผู้มีปัญญามากก็ต้องสงบมาก ผู้สงบมากก็ต้องมีปัญญามาก พระศาสนาถึงเป็นการยกเลิกอัตตาตัวตน
การดำเนินชีวิตของเราเป็นอริยมรรคมีองค์ ๘ ที่เป็นเอไอ เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานพร้อมปฏิบัติธรรมพร้อมกัน ไม่เอาความรู้สึกนำชีวิต เน้นจากใจบริสุทธิคุณ
ระบบความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาทอาชีพต้องอาศัยเหตุอาศัยปัจจัยเพื่อเอาธรรมวินัยทำหน้าที่
วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ถึงเป็นวันหยุดงานเพื่อพัฒนาจิตใจ ไปให้ทานรักษาศีลถือเนกขัมมะภาวนา เราไม่เข้าใจส่วนใหญ่พากันคิดว่านี้มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพของเรา เราไม่ได้ทำอะไรตามใจตามความรู้สึก จริงอยู่ การลิดรอนสิทธิเสรีภาพ...
เราต้องเอาพระธรรมพระวินัยในการทำหน้าที่เพื่อลิดรอนสัญชาตญาณที่เป็นตัวตน เพราะว่าเราเอาความสุขจากความหลง จากการเบียดเบียนจากการโกหกหลอกลวงกับการเสพของมึนเมา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด เล่นการพนัน สิ่งเหล่านี้เป็นอบายมุข เป็นอบายภูมิ เป็นทางแห่งความเสื่อม
ด้วยเหตุผลนี้ถึงต้องอาศัยธรรมวินัยเพื่อลิดรอนนิติบุคคลตัวตน จึงอาศํยการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์ก็ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง วันเสาร์วันอาทิตย์ก็ยิ่งเข้มข้น เพราะเหตุผลว่าปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นการชิงแชมป์ระหว่างความรู้สึกกับธรรมวินัย เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าใจ วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว มีความสุขในการทำหน้าที่ความทุกข์ก็ไม่มีอยู่แล้ว
เราปฏิบัติทุกอย่าง กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มีความสุขในการทำหน้าที่ เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เมื่อยกเลิกตัว มีปิติสุขในการยกเลิกตัวตนความทุกข์ย่อมไม่มี ตัวตนเป็นโลกส่วนตัว เราทุกคนนับถือตัวเองได้อย่างไรถ้ายังมีตัวมีตน เพราะตัวตนคือโปรแกรมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
เรามีตัวมีตนคือเปรต เปรตที่คอยรับส่วนบุญกุศลจากตัวตน
ทุกคนต้องเคารพพระพุทธเจ้าไม่ใช่เคารพเปรต ตัวตนเป็นเปรต ถ้าเป็นเปรตจะเคารพตัวเองได้อย่างไร มีใครบ้างโง่เคารพเปรต ถ้าเราเคารพเปรตเราจะเคารพตัวเองได้อย่างไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงให้ยกเลิกตัวตน ยกเลิกเปรต เพราะเปรตมันไม่อิ่มไม่พอ มันพร่องอยู่เป็นนิจ
พระธรรมพระวินัยจึงยกเลิกเปรต
ให้ทุกคนรู้เข้าใจ ถ้าเรามีตัวมีตนนั่นแหละเป็นเปรต เปรตจะเอาแต่ความรู้สึก
ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในก็จะเป็นนิวรณ์ ๕ ครอบงำจิตใจ เปรตจะครอบงำสติปัญญาของเราทุกคนนะ