๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร
ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม
ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิรู้เรื่องเหตุรู้เรื่องปัจจัย สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เราทุกคนนั้นต้องเอาปัญญานำชีวิต ยกเลิกอวิชชา ยกเลิกความหลงนำชีวิต มีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ของอวิชชา ของความหลง เราจะยกเลิกอวิชชายกเลิกความหลงได้ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ พร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
สัญชาตญาณที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นเป็นอวิชชาเป็นความหลง ไม่ใช่ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นมันเป็นอวิชชามันเป็นความหลง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจ วาระที่ปัจจุบันนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ มีเพียงวาระเดียว
ความรู้ความเข้าใจ เราเอาความรู้นั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจะมีความประมาทไม่ได้ ถ้ามีความประมาทแล้วจะเกิดความเสียหาย จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความรู้มีความเข้าใจในเรื่องปัญหา เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ ความรู้เราต้องเอามาคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันในการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจึงมีความประมาทไม่ได้ ธาตุขันธ์อายตนะภายในภายนอกให้เรารู้เข้าใจ เพื่อเราจะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส เพราะเหตุผลว่าอายตนะภายในภายนอกนั้นมันเป็นโซเชียล มันเป็นกระแส เป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจ สติปัญญาของเรา เรามารู้มาเข้าใจ มามีฉันทะมีความพอใจ มีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพราะเหตุผลว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
อย่างเรายกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ในปัจจุบันสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นก็ย่อมไม่มี เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
การตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เป็นความดับไม่เหลือจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ มาเอาความรู้ความเข้าใจมาทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ การตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ใช่เป็นเพียงสมาธิ ไม่ใช่เป็นเพียงสมาบัติ สมาธิสมาบัตินั้นเป็นสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
วิมุตติความหลุดพ้นนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ อยู่ที่เรามีฉันทะมีความพอใจ อยู่ที่เรามีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ นี้คือพุทธะ คือผู้รู้ผู้เข้าใจ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านถึงเสวยวิมุตติสุขจากการตรัสรู้เพียง ๗ สัปดาห์เท่านั้น เพราะความหลุดพ้นนั้นอยู่ที่รู้อยู่ที่เข้าใจ อยู่ที่การทำหน้าที่
พระศาสนานั้นถึงเป็นทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจต้องไปพร้อม ๆ กัน ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ทางวัตถุก็ก้าวหน้า ทางจิตใจก็ยกเลิกปัญหา เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส เอาปัจจุบันนั้นมาทำหน้าที่มาทำพุทธกิจ
เพราะเหตุผลว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว เรามีฉันทะมีความพอใจ มีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มีอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ ความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาทำหน้าที่เป็นยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาบริสุทิคุณ ไม่ใช่เพียงสมาธิไม่ใช่เพียงสมาบัติ เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นพุทธะ เป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกระบบนายทุน ยกเลิกระบบกรรมกร มีความสุขในการทำงานในการทำหน้าที่
ความรู้ความเข้าใจว่าเรามีความสุขในการทำหน้าที่มันก็เป็นความดี เป็นบริสธิคุณ ไม่หวังอะไรแทบตอบ เพราะเหตุผลว่าความหวังนั้นแหละคือความผิดหวัง ถ้าเรามีความหวังก็ย่อมมีความผิดหวัง เพราะความหวังนั้นมันคือระบบจิตใจของนายทุน ใจของเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทำหน้าที่ก็เพื่อหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่มันก็ดีอยู่แล้วจะไปเอาอะไร ถ้าเอามากกว่านั้นมันก็ต้องเป็นโรคประสาทโรคจิต ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจึงเป็นผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ พระพุทธเจ้านั้นจึงได้แก่บริสุทธิคุณ พระธรรมนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ พระอรหันต์ขีณาสพนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ
คำว่าคุณนั้นได้แก่ไม่มีโทษ พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์จึงเป็นสิ่งที่ขลังศักดิ์สิทธิ์ เราคิดดีมันก็ดีอยู่แล้วไม่มีชั่ว เราพูดดีก็ดีอยู่แล้วไม่มีชั่ว เรากิริยามารยาทดีมันก็ดีอยู่แล้วไม่มีชั่ว เราอาชีพดียกเลิกตัวตนมันก็ดีอยู่แล้ว ไม่มีชั่ว ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ เราจะไปเอาอะไร ถ้าเอามากกว่านี้มันก็เป็นคนบ้าเท่านั้นแหละ มันก็มีเชื้อบ้าเท่านั้นแหละ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ อย่าไปเอาอะไร ยกเลิกระบบนายทุน เราลงทุนคิดว่าการงานสำเร็จแล้วเราจะได้รับผลประโยชน์ อันนี้คือระบบนายทุนทางจิตใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราเสียสละยกเลิกตัวยกเลิกตนมันก็ดีอยู่แล้ว มันเป็นพระนิพพานอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก เอามากกว่านี้มันก็เป็นบ้าเท่านั้นแหละ มันก็มีเชื้อบ้าเท่านั้นแหละ กรรมกรคือความไม่รู้ไม่เข้าใจ ไปเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาลงทุนการประพฤติการปฏิบัติ มีความเข้าใจว่าเมื่องานเสร็จแล้วจะได้รับผลประโยชน์ กรรมกรกับนายทุนก็คือคนเดียวกันนี้แหละ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส
การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เราจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำงานเพื่องาน มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ในการทำงาน เราทุกคนต้องก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยกรณียกิจ กิจที่ควรทำ ยกเลิกอกรณียกิจกิจที่ไม่ควรทำ หยุดสัญชาตญาณ ยกเลิกตัวยกเลิกตน
เราทุกคนพากันมาคิดดูดี ๆ ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนจะได้ไหม ก็มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่ได้ เมื่อเรายกเลิกตัวยกเลิกตนจึงจะเป็นธรรมนูญ บริสุทธิคุณถึงจะเกิดได้ เรามีตัวมีตนบริสุทธิคุณจะเกิดได้อย่างไร เพราะตัวตนนั้นไม่ใช่บริสุทธิคุณ ใจของเรานั้นทุกคนรู้ใจของเราเอง ว่าเราเอาสัญชาตญาณหรือยกเลิกสัญชาตญาณ ทุกคนรู้เข้าใจ ด้วยเหตุนี้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเน้นบริสุทธิคุณ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เน้นมายังบริสุทธิคุณ การปฏิบัตินั้นถึงเปรียบเสมือนลมหายใจ การหายใจนั้นก็ต้องมีการหายใจติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่มี ๒ มาตรฐาน ไม่มีต่อหน้าและลับหลัง เน้นบริสุทธิคุณ เน้นที่ใจบริสุทธิคุณ ไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
พระนิพพานนั้นจึงไม่ใช่มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ พระนิพพานนั้นจึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เน้นที่ใจบริสุทธิคุณ ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่น เป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงยกเลิกโลกธรรมทั้งหมด ถ้าเรามีตัวมีตนโลกธรรมที่เป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ เป็นอคติทั้ง ๔ นั้นย่อมครอบงำปัญญาบริสุทธิคุณของเรา ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะไม่มีความประมาท จะไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นความดับไม่เหลืออยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่หน้าที่
ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์นั้นจึงมีอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่ทำงานเสร็จแล้วถึงได้รับรางวัล รางวัลของการประพฤติการปฏิบัตินั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่ปัญญาบริสุทธิคุณในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน นี้ก็คือความดับไม่เหลือแห่งความรู้ความเข้าใจด้วยการทำหน้าที่
ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ เป็นความรู้ความเข้าใจ เหมือนเราไปเรียนหนังสือ เรารู้เข้าใจ เราจะไปอยู่ที่ไหนก็ต้องอ่านออกเขียนได้อยู่ในที่นั้น ความรู้ความเข้าใจก็เป็นเช่นนั้น ถ้าเป็นความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืมเพราะนี้เป็นเพียงสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์นั้นพื้นฐานนั้นตั้งอยู่ในพระไตรลักษณ์คือความไม่แน่ไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ความจำนั้นจึงไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจ ความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ทุกคนจะได้มีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
ธาตุขันธ์อายตนะมันเป็นโซเชียลมันเป็นกระแส เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องผ่านโซเชียลผ่านกระแสด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย สติกับปัญญา ๒ อย่างนี้เราต้องเอามาใช้เป็นสติปัฏฐานทั้งกาย วาจา กิริยามารยาท อาชีพ เพื่อเราจะได้ผ่านสัญชาตญาณ เราจะได้ผ่านกระแส เราจะได้ผ่านโซเชียล เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจว่าปัจจุบันนั้นมันสำคัญมาก ปัจจุบันนั้นถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ถ้าเรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเราจะหยุดกระแสได้ หยุดโซเชียลได้ เราจะข้ามสัญชาตญาณ ข้ามโซเชียลได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่านี้คือการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน นี้เราต้องรู้เข้าใจในเรื่องโซเชียล เรื่องกระแส เพื่อจะได้เอาวิกฤตนี้มาเป็นโอกาส เพื่อเราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา
เรามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมด้วยสติสัมปชัญญะ ให้เข้าใจว่า สติสัมปชัญญะนั้นจะยกเลิกเรื่องอดีตเรื่องอนาคต ปัจจุบันเรามีสติสัมปชัญญะเราก็จะไม่มีตัวไม่มีตนหยุดสัญชาตญาณได้
ปัญญาที่เป็นสัมมาสมาธินั้นจึงเป็นความตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปตามโซเชียลตามกระแส เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาสด้วยสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธินั้นจะเป็นบริสุทธิคุณ เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณ
เราทุกคนต้องรู้เข้าใจว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว เรายกเลิกตัวยกเลิกตนเราก็ทำได้ เราไม่ยกเลิกตัวไม่ยกเลิกตนทุกคนก็ทำไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องยกเลิกระบบนายทุนคือความต้องการ เราต้องยกเลิกระบบกรรมกร ไม่เป็นทาสรับใช้อวิชชา ไม่เป็นทาสรับใช้ความหลงด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเอาสมาธิกับปัญญามาทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
ความรู้ความเข้าใจทุกคนนั้นประพฤติทุกคนนั้นปฏิบัติได้ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นแหละเป็นการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกกาลเลือกเวลาเลือกสถานที่ ไหนเป็นปัจจุบันที่นั่นแหละคือการประพฤติการปฏิบัติ ที่ไหนไม่ใช่ปัจจุบันที่นั้นไม่ใช่สถานที่ประพฤติไม่ใช่สถานที่ปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงยกเลิกความคิดว่าเมื่อทำงานเสร็จแล้วจะมีความสุข ที่เป็นความคิดระบบนายทุน เรารับใช้รับจ้างทำงาน เสร็จงานแล้วเราจะมีความสุข ความคิดอย่างนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความคิดอย่างนี้มันยังเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจที่มีความคิดว่าทำงานเสร็จแล้วจะได้มีความสุข รับจ้างทำหน้าที่เสร็จแล้วจะได้มีความสุข
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เราต้องยกเลิกระบบนายทุนระบบกรรมกร เราทำงานในการทำงานมันก็ดีอยู่แล้วจะไปเอาอะไรอีก ระบบนายทุนระบบกรรมกรนั้นจึงเป็นระบบบ้าระบบผีบ้า มันมีเชื้อบ้า
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงมายกเลิกตัวตน เรามีความสุขในการเสียสละ เรามีความสุขกับการทำหน้าที่เพื่อหยุดสัญชาตญาณ หยุดความเป็นนิติบุคคลตัวตนของเราให้ได้ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทุกคนปฏิบัติได้ ทุกชาติทุกศาสนา รู้เข้าใจ มีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ทุกคนนั้นย่อมทำได้ เราทุกคนนั้นประพฤติปฏิบัติได้
เราต้องรู้เราต้องเข้าใจว่าทุกคนปฏิบัติได้ เราคิดด้วยปัญญาดูสิว่า เราคิดดีมันก็เรื่องของเราทำไมเราจะปฏิบัติไม่ได้ เราพูดดีมันก็เรื่องของเราทำไมเราจะปฏิบัติไม่ได้ เรากิริยามารยาทดีมันก็เรื่องของเราทำไมเราจะปฏิบัติไม่ได้ เราอาชีพดียกเลิกตัวตนไม่เอาความหลงนำชีวิตไม่เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลนี้มันก็เรื่องของเราทำไมเราจะปฏิบัติไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจต้องปฏิบัติได้ เรามีฉันทะมีความพอใจมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานเราทำได้ปฏิบัติได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจอยู่ที่เราทำหน้าที่ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราต้องยกเลิกอวิชชา ยกเลิกความหลง ยกเลิกระบบนายทุน ระบบกรรมกร
ระบบการปกครองตัวเอง ระบบการปกครองคนอื่นจึงเป็นระบบธรรมนูญ เป็นหลักการที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ยกเลิกตัวยกเลิกตนจึงจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองจึงจะเป็นนักบวช ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนมันจะเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักบวชได้อย่างไร เพราะตัวตนนั้นไม่ใช่ข้าราชการไม่ใช่นักการเมืองไม่ใช่นักบวช เพราะตัวตนมันก็เป็นตัวเป็นตนตัวตนนั้นจึงเป็นโปรแกรมเมอร์สีดำจางลงหน่อยก็สีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิรู้เข้าใจว่าการยกเลิกตัวยกเลิกตนนี้มันมีความสุข การยกเลิกตัวตนนี้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ มันเข้าถึงความดับทุกข์ตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรออนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ไม่ได้เป็นความคิดว่าเราทำงานเดี๋ยวเราจะได้รับเงินเดือน เดี๋ยวเราก็สบาย ปัจจุบันนี้ทุกข์ไปก่อนทนไปก่อนไม่เป็นไร ความคิดอย่างนี้มันเป็นความคิดของนายทุนเป็นความคิดของกรรมกร ไม่ใช่สัมมาสัมพุทธะ
เราพากันคิดดูดี ๆ เราจะมาเอาความสุขจากระบบนายทุนระบบกรรมกรนั้นไม่ได้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว อย่างปัญหาที่ตรัสถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่าให้รู้เข้าใจว่าทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็เป็นอย่างนั้น เมื่อมีเหตุก็ย่อมมีผล
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านแนะแนวว่าอดีตก็มาอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เป็นประโยชน์ตั้งแต่ปัจจุบัน เป็นประโยชน์ทั้งอนาคต เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องมีฉันทะมีความพอใจมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเอาทางจิตใจกับทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอไอเพื่อบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ อาชีพเราต้องเป็นอาชีพที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนเราจะเข้าถึงบริสุทธิคุณได้อย่างไร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่เอาตัวตนเป็นที่ตั้งนั้นย่อมเป็นอบายมุขอบายภูมิ ผู้มีตัวมีตนคือผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในอบายมุขอบายภูมิ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน
ปัญญาชนมีความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อพัฒนาไปสู่อริยชนด้วยความรู้ความเข้าใจ เพื่อยกเลิกอบายมุขอบายภูมิ
ผู้ที่รู้เข้าใจเอาพระธรรมพระวินัยประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจไม่ใช่ความจำ พระโสดาบันจะกลับมาเกิดอีกเพียงไม่เกิน ๗ ชาติ พระสกิทาคามีจะกลับมาเกิดอีกเพียง 1 ชาติ เท่านั้น ก่อนจะบรรลุเป็นพระอรหันต์และเข้าสู่พระนิพพาน พระอนาคามีจะไม่กลับมาเกิดในกามภูมิ (มนุษย์และสัตว์โลก) อีกเลย แต่จะไปเกิดเป็นพรหมในชั้นสุทธาวาส และจะปรินิพพานในพรหมโลก
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เอาปัจจุบันที่เป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าเรายกเลิกตัวยกเลิกตนเราทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ ผู้ที่ปฏิบัติไม่ได้มองดูแล้วมีเพียง ๒ คน คือบุคคลที่ตายแล้วปฏิบัติไม่ได้ และบุคคลที่เป็นบ้า เอาตัวตนนำชีวิต เอาเชื้อบ้านำชีวิตมันเลยทำไม่ได้
เรามารู้มาเข้าใจว่าเราทำได้ปฏิบัติได้ เรามีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานอยู่ที่ปัจจุบันอยู่กับการทำหน้าที่ ทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว เราเอาตัวเอาตนนั้นก็ย่อมทำไม่ได้ เรายกเลิกตัวยกเลิกตนเราก็ทำได้ ผู้ที่ทำไม่ได้ก็มีตั้งแต่คนตายและคนบ้าเท่านั้น
เราไม่รู้ไม่เข้าใจในปัญหา ปัญหานั่นแหละคือปัญญา ตัวตนนั่นแหละให้เรายกเลิกเสีย ถ้าไม่ยกเลิกเราก็ย่อมทำไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันไม่จบ ธาตุขันธ์อายตนะภายนอกภายในมันไม่จบ
กระแสนั้นมันคือกระแสมันไม่จบ โซเชียลนั้นมันเป็นโซเชียลมันเป็นธรรมชาติอยู่อย่างนี้มันไม่จบ อานิสงส์ของกระแสของโซเชียลนั้นมันคือความแก่เจ็บตายพลัดพราก เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส เราต้องหยุดโซเชียลให้ได้ หยุดกระแสให้ได้
วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมเราก็รู้อยู่แล้วว่านี้มันมีเพียงวาระเดียว ทำไมเราไม่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ความรู้นั้นต้องเอามาคู่กับการประพฤติการปฏิบัติมามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเพื่อไม่ให้ไปตามกระแสไม่ไปตามโซเชียล
ธรรมวินัยเราต้องเอามาใช้ให้เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ เพราะวาระนั้นเป็นเพียงวาระเดียว ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมอดีตอนาคตปัจจุบันก็ทำอะไรเราไม่ได้ เพราะเรามีสติมีสัมปชัญญะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ในเรื่องโซเชียลในเรื่องกระแส ความแก่เจ็บตายพลัดพรากนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนจะเข้าไปปรุงแต่งไม่ได้ จะไปแก้ไขไม่ได้ เพราะความแก่เจ็บตายนั้นเป็นบริสุทธิคุณได้ทำหน้าที่ของกรรม กฎแห่งกรรม และเป็นผลของกรรม
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงต้องมีสติมีสัมปชัญญะ เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส ถ้าไม่มีความแก่เจ็บตายพลัดพราก ไม่มีปัญหาปัญญาของเราจะมีได้อย่างไร ถ้าไม่มีวิกฤตโอกาสของเราจะมีได้อย่างไร
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นถึงยกเลิกปัญหา เอาปัญหามาเป็นปัญญา ยกเลิกวิกฤต เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส
อานาปานสติเป็นหลักการที่ให้เราเกิดสติสัมปชัญญะ อานาปานสติได้แก่ลมหายใจ ลมหายใจของเรานี้คู่กับเราตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงละสังขารวายชนม์
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นให้เรามีสติมีสัมปชัญญะมาอยู่กับลมหายใจเข้าที่สบาย หายใจออกที่สบาย เพื่อเราจะได้เจริญสติเจริญสัมปชัญญะ เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดโซเชียลจะได้หยุดกระแส ไม่ไปตามโซเชียลไม่ไปตามกระแส
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจเราหายใจเข้าสบายมันก็นสบายอยู่แล้วเราจะเอาอะไรอีก จะไปเอามากกว่านั้นมันก็เป็นโรคประสาทเท่านั้นแหละ เราหายใจออกสบายมันก็สบายอยู่แล้วจะไปเอาอะไรอีก จะไปเอามากกว่านั้นมันก็เป็นบ้าเป็นโรคประสาทไปเท่านั้นแหละ
อานาปานสติเป็นอุปกรณ์ให้เราเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ อานาปานสติของพระพุทธเจ้าของพระอรหันต์นั้นจึงไม่ได้ใช้เฉพาะเวลานั่งสมาธินะ ใช้ทุก ๆ อิริยาบถ เพราะอานาปานสตินี้เราจะเอามาใช้ให้เกิดสติเกิดสัมปชัญญะ เพื่อเราจะไม่ได้ไปตามโซเชียล ไม่ได้ไปตามกระแส
เพื่อชีวิตของเรานั้นจะยกเลิกโซเชียลยกเลิกกระแส เพื่อไม่ให้ธาตุไม่ให้ขันธ์อายตนะภายนอกภายในที่เป็นโลกธรรมจะมาครอบงำจิตใจของเรา อานาปานสตินั้นถึงเป็นสิ่งที่ดีมาก พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ขีณาสพปกติอิริยาบถทั้ง ๔ นี้จะอยู่กับอานาปานสติ เพราะอานาปานสตินั้นจะเป็นการพัฒนาสติสัมปชัญญะสำหรับเสขบุคคล บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติ
อานาปานสตินั้นถึงเป็นบ้านพักของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจว่าอานาปานสตินี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ดีจริง ๆ อดีตจะจบลงได้ อนาคตจะไม่มีวิตกกังวลด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยอานาปานสติที่เป็นบริสุทธิคุณ
อานาปานสติถึงใช้ได้ทั้งความสงบและปัญญา เป็นทั้งสมถะและวิปัสสนาอยู่ที่ปัจจุบัน
อริยมรรคนั้นจึงเป็นความรู้ความเข้าใจที่เราจะเอามาใช้เพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณ เพราะความหลุดพ้นนั้นอยู่ที่รู้เข้าใจอยู่ที่ทำหน้าที่ไม่ใช่เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ
ด้วยเหตุผลนี้ พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจึงเน้นมายังบริสุทธิคุณ รู้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้เป็นไฟต์ของการประพฤติการปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้ก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานเพื่อไม่ให้คำสอนนั้นเป็นเพียงปรัชญาเป็นนักจิตวิทยาเพื่อให้ความรู้มาคู่กับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ เพื่อให้ปัจจุบันเอาทางสายกลาง เพื่อให้เป็นเอไอ วัตถุกับจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อมกันด้วยทางวิทยาศาสตร์ต้องก้าวหน้า ปัญญาบริสุทธิคุณที่เป็นความงามในเบื้องต้นท่ามกลางถึงที่สุดด้วยความรู้ความเข้าใจ อย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความเสียหาย จึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา