๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะนี่
ความทุกข์ก็ไม่มี
ถ้าเรามีความสุขในการทำอะไรนี่
ความทุกข์ก็ไม่มีน่ะ
เพราะใจของเรา มันคิดได้ทีละอย่างน่ะ
 
ถ้าเราเอาธรรมนำชีวิตอย่างนี้
มันก็ยกเลิกตัวตนน่ะ
ถ้าเรามีความสุขในการทำงาน
กับการทำหน้าที่อย่างนี้
ความทุกข์เราก็จะไม่มี
เราต้องเข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้
 

เราต้องรู้เข้าใจน่ะ
ถ้ามีตัวมีตน …รวยก็แก้ปัญหาไม่ได้
มีตัวมีตนน่ะ มีอำนาจ…ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้
เราต้องรู้เข้าใจ
เราถึงต้องไม่มีตัวเรานะ
 ***
ธรรมนูญน่ะ
เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ
ธรรมนูญนี้ไม่มีตัวไม่มีตน
มีตัวมีตนนี้ เป็นธรรมนูญไม่ได้
 
สมมติสัจจะนี้ มันเป็นสิ่งที่ดีน่ะ
แต่ถ้าเราเอาสมมุติสัจจะ
มาใช้เป็นตัวเป็นตนนี้…ไม่ได้
เราเอาสมมตินั้น
มามีความสุขในการทำหน้าที่
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
 
อย่างกฎหมายอย่างนี้น่ะ
เราเอาความสุขในการปฏิบัติต่อกฎหมายอย่างนี้
นี่เราไม่รู้เราไม่เข้าใจ
เราเอากฎหมายเป็นตัวเป็นตน
มันก็เลยเป็นโรคประสาท
เห็นด้วย เห็นด้วยมั้ย

ศาสนาทุกศาสนาก็เหมือนกันนั่นแหละ
พุทธ คริสต์ อิสลามก็ต้องยกเลิกตัวตนหมด
อย่างเราทุกคนนี่น่ะ
ถ้าไม่ยกเลิกตัวตน ไม่มีศาสนาหรอก
 
. . .
เราทำอย่างนี้น่ะ…
ถ้าอย่างนั้นน่ะ เราเป็นโลกส่วนตัว
นึกว่าเป็นพระนิพพานน่ะ
หลายวันหลายเดือนหลายปี
เดี๋ยวมันเป็นโรคประสาท
เดือดร้อนหลวงพ่ออีก
 
***
สิ่งที่มันเป็นอดีตไปแล้ว
ถึงจะดีจะชั่วก็ช่างหัวมัน
เราก็ต้องยกเลิก

สิ่งเป็นอนาคต เราก็ไม่ต้องไปคิดมัน
เพราะคิดไปแล้ว มันก็แก้ปัญหาไม่ได้
ต้องเอาปัจจุบันนี้
เราจะได้มีความสุขน่ะ
 
. . .
ถ้าเรายกเลิกตัวตนนี่
เราจะไม่มีพุทธ คริสต์ อิสลาม ไม่มีวัดบ้านวัดป่า
ทุกคนก็จะรักกันนะ

ทุกคนก็จะไม่คิดที่จะไปแก้ไขคนอื่นนะ
เพราะแก้คนอื่น มันแก้ไม่ได้
มันไปคิดให้เขาไม่ได้น่ะ
ไปหายใจให้เขาไม่ได้
ต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
 
เราต้องเข้าใจน่ะ
เจ้านั้นตัวสีดำนั้นน่ะ
ถ้ายกเลิกตัวตนน่ะ
คนอื่นเค้ารักมากกว่าคนสีขาวอีกนะ

เรายกเลิกตัวตน . . .
เราก็รักเราก่อนคนอื่นอีกด้วย

เรามีตัวมีตนน่ะ
คนอื่นเค้าไม่มีความทุกข์กับเรานะ

เรามีตัวมีตนน่ะ
เราเป็นโรคประสาทน่ะ ก่อนเค้าอีก
 
. . .
คนเรานี่นะ
ต้องยกเลิกอดีต ยกเลิกอนาคต
ปัจจุบันก็ต้องว่างจากตัวจากตนน่ะ

ยกเลิกได้ยังไงล่ะ หลวงพ่อ
ก็มีสติมีสัมปชัญญะ
มันก็หยุดอดีตอนาคต
ปัจจุบันมันก็ไม่มีตัวมีตนหรอก

คนเราถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะแล้ว
มันก็จะหยุดอดีต
ปัจจุบันก็ไม่มีตัวมีตนน่ะ

ถ้าเรามีความสุขก็มีความสุขแล้ว
ทุกข์มันก็ไม่มีอยู่แล้ว
เราก็จะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอน่ะ
ทำอย่างนี้แหละ ก็มีความสุขแล้ว

อยู่บ้านก็มีความสุข
มาอยู่ที่วัดหลวงพ่อก็มีความสุข
ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว
คนอื่นเค้าจะมองอะไรก็ช่างพ่อช่างแม่เค้า
ไม่ใช่เรื่องของเรา
ทำอย่างนี้แหละ

. .​ .
คำว่าพระ คือพระธรรม คือพระวินัย
ถ้ายังมีตัวตน คนนั้นก็เป็นพระไม่ได้


#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๙

Visitors: 139,857