๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

เรามารู้มาเข้าใจเพื่อเอาทรัพยากรที่มีอยู่กับเราเอามาใช้เอามาทำหน้าที่ในการดำรงชีวิต เพื่อเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส

 

เอาปัจจุบันนี้มาสร้างคุณมาสร้างประโยชน์ด้วยความรู้ความเข้าใจ เอาธรรมาธิปไตยมาทำหน้าที่ ทรัพยากรอยู่ตัวเราได้ดินน้ำลมไฟ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในที่เป็นทรัพยากรที่เราต้องเอามาใช้เอามาทำหน้าที่

 

ใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม อาศัยความรู้ความเข้าใจที่จะต้องเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพต้องเอามาใช้เอามาทำหน้าที่

 

เป็นโครงสร้างเป็นธรรมาธิปไตยเพื่อหยุดวัฏฏสงสารในการเวียนว่ายตายเกิด การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาวงจรการเวียนว่ายตายเกิดในเรื่องของจิตของใจ เพราะเหตุผลว่ากายวาจากิริยามารยาทนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ของใจเท่านั้น ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ ต้องเอาวงจรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ เอาวินาทีต่อวินาที ถ้าเอานาทีต่อนาทีนั้นมันแก้ปัญหาไม่ได้เพราะมันนานเกิน ถ้าเราไปเอาวงจรทางร่างกายแล้วยิ่งไปกันใหญ่ คนเรากว่าจะตายมันนานเกินหลายสิบปี ผู้ที่อายุยืนนั้นอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปีหรือมากกว่าร้อยปี

 

การเวียนว่ายตายเกิดนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เอาวงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ เอาวินาทีต่อวินาที

 

เราต้องพากันมารู้มาเข้าใจ ต้องเอาวงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัญญาสัมมาทิฏฐิต้องเอากายวาจาอาชีพเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันเพื่อให้ปฏิปทาของเรานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ไม่รู้หลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นจึงได้เป็นวัฏฏสงสาร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสรู้จากความรู้ความเข้าใจในกระบวนการของเหตุของปัจจัย เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส

 

ท่านได้พิจารณากระบวนการของวัฏฏสงสารว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ท่านถึงถือเอาธรรมาธิปไตยเป็นโครงสร้างเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ท่านบอกทางให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจในหลักการในโครงสร้างของการประพฤติการปฏิบัติ อาศัยความรู้ความเข้าใจมาทำหน้าที่ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย ไม่มีอะไรที่ไม่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย

 

เอาวงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ เอาวินาทีต่อวินาทีด้วยความรู้ความเข้าใจด้วยธรรมาธิปไตยได้แก่พระธรรมพระวินัย เอาทรัพยากรที่เป็นธาตุที่ ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน เอามาใช้เป็นหลักการเป็นโครงสร้างเป็นระบบในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงได้ยกเลิกความประมาท โอวาทสำคัญขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือปัจฉิมโอวาทเรื่องความไม่ประมาท เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเอาวินาทีต่อวินาที

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยในธรรมาธิปไตย ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องเข้าใจเพื่อเอามาใช้เป็นยานในการดำรงชีวิตทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เพื่อมายกเลิกวัฏฏสงสาร มายกเลิกตัวมายกเลิกตน

 

ทานศีลสมาธิปัญญานั้นถึงเป็นยานเพื่อจะมาหยุดสัญชาตญาณยกเลิกภพยกเลิกชาติยกเลิกตัวยกเลิกตน ทานศีลสมาธิปัญญานั้นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจว่าทานศีลสมาธิปัญญานั้นคือความบริสุทธิคุณที่เป็นทรัพยากรที่ได้เอามาใช้เพื่อยกเลิกวัฏฏสงสาร ยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ความยึดมั่นในธรรมาธิปไตยนั้นจึงไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน จึงไม่ใช่อัตตาตัวตน หากเป็นอุปกรณ์ที่เอามาใช้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

ความไม่ประมาทจึงเป็นโอวาทที่สำคัญของโอวาททั้งหมดที่เอาวินาทีต่อวินาทีวงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจที่เป็นความยึดมั่นถือมั่นในธรรมาธิปไตย ที่เอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เน้นมายังความตั้งใจตั้งเจตนา การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นความดับไม่เหลือที่เป็นวินาทีต่อวินาทีของวงจรทางจิตใจ เพื่อให้ปฏิปทาของเรานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ เหตุปัจจัยนั้นเป็นธรรมชาติสำเร็จรูปอยู่ในตัวของธรรมชาติเอง

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในมาครอบงำใจที่เป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ ที่เป็นอคติทั้ง ๔ ครอบงำวงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ

 

ผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ จะได้เอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส เพื่อเราทุกคนจะได้ยกเลิกวัฏฏสงสารด้วยไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในที่เป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ เป็นอคติทั้ง ๔ ที่เป็นโลกธรรมครอบงำจิตใจของเรา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาปัญญาวิปัสสนาด้วยเอาทานศีลสมาธิที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณนั้นมายกเลิกตัวตน เอาวินาทีต่อวินาทีที่เป็นหลักการเป็นโครงสร้างที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เราจะเป็นนิติบุคคลตัวตนไม่ได้ เราต้องยกเลิกนิติบุคคลยกเลิกตัวยกเลิกตน ทานศีลสมาธิปัญญาจึงเป็นอุปกรณ์เป็นทรัพยากรที่เอามาใช้เพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ เรารู้เข้าใจ ถ้าเรามีตัวมีตนนั้นมันคือวัฏฏสงสาร การยกเลิกตัวยกเลิกตนด้วยการให้ทานรักษาศีลเจริญปัญญา เอาทานศีลสมาธิปัญญาเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นการเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตมาเป็นโอกาส ปัญญาสัมมาทิฏฐินั้นจึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติกับการทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในที่เป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ ที่เป็นอคติทั้ง ๔ นั้นถึงครอบงำปัญญาบริสุทธิคุณที่เป็นปัญญาที่ยกเลิกตัวตนนั้นจึงครอบงำไม่ได้

 

ให้เราทั้งหลายระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรม                 ความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบัน                   ไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 151,585