ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ

ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ

 

ความเป็นพระของเราทุกคนอยู่ที่ใจสงบ อยู่ที่ใจที่เสียสละ อยู่ที่ใจมีศีล

เราทำอะไรทุก ๆ คนนั้น ไม่ว่าระบบความคิด ระบบคำพูด ระบบการกระทำนั้นย่อมให้ผล ถึงเป็นกฎธรรมะหรือเป็นกฎธรรมชาติ

ชีวิตของเราทุกคนนั้นถือว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ เป็นชีวิตที่เกิดมาเพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่คุณธรรมความดี

 

“ตนแลเป็นที่พึ่งของตน...” การหายใจเข้าหายใจออก เราทุกคนก็หายใจเอง เราทานอาหารเราก็ทานอาหารเอง เราพักผ่อนก็พักผ่อนเอง ทำงานก็ทำงานเอง ทุกอย่างนั้นมีแต่เราที่จะต้องประพฤติปฏิบัติ

ความเป็นพระนั้นพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอยู่ที่ใจ กายนี้มีแต่ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก

วันหนึ่งคืนหนึ่งนั้นมี ๒๔ ชั่วโมง เวลานอนของเราส่วนใหญ่ก็ไม่เกิน ๘ ชั่วโมง หรือ ๖ ชั่วโมง เวลาตื่นขึ้นของเรานี้ตั้ง ๑๖ ชั่วโมง หรือ ๑๘ ชั่วโมง

การกระทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเรานั้นน่ะ... พระพุทธเจ้าให้เราปฏิบัติธรรมควบคู่กับการทำงาน เราจะไปแยกงานแยกธรรมะคนละอย่างไม่ได้

 ที่เรามีปัญหาอยู่ทุกวันนี้หรือว่าคนอื่นมีปัญหา ก็เพราะเราไม่ให้ทาน เราไม่เสียสละ เราไม่รักษาศีล เราไม่ปฏิบัติธรรม

การเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีน่ะ ต้องเอาพระพุทธเจ้า เอาพระธรรม เอาพระอริยสงฆ์เป็นตัวอย่าง เป็นที่ตั้ง เราจะไปตามใจ ตามใจอารมณ์ของเราไม่ได้ ต้องตามศีลนะ ตามศีลทั้ง ๕ ข้อน่ะ

“ถ้าเรามีศีล ธรรมะมันถึงจะมี...”

ศีลคืออะไร..? ศีลก็คือระเบียบวินัย คือกฎหมายบ้านเมือง เช่น ศีล ๕ ข้อนี้เป็นต้น

การรักษาศีลของเรานี้ เราเน้นเพื่อ “ธรรมะ” เราไม่ได้รักษาศีล เพื่อปรารภโลก เรารักษาศีลเพื่อปรารภธรรม

(อ่านต่อ : PDF File)


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 80,323