๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

เราต้องรู้ เราต้องเข้าใจนะ
ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ
เราจะผ่านสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจไปไม่ได้นะ

เราต้องผ่านด่านให้ได้น่ะ
เราต้องผ่านด่าน
ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นะ
เพื่อไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒
มันแอบมาครอบงำปัญญาเรา

ปัจจุบันเราต้องรู้ เราต้องเข้าใจ
ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ มันผ่านไม่ได้หรอก
เพราะทุกอย่างมันอร่อยที่สุดในโลกเลยนะ
รูปก็อร่อย เสียงก็อร่อย
ทุกอย่างอร่อยหมด
เราไม่รู้ไม่เข้าใจ
เห็นรูปสวยๆ แล้วก็ร้องโอยๆๆ
เสียงเพราะๆ ก็ร้องโอยๆๆ ไปเรื่อย
อาหารอร่อยก็ร้องโอยๆๆ ไปเรื่อย
เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราจะเป็นคนบ้านะ

ความไม่รู้ไม่เข้าใจ
มันไปคิดเอาเอง เออเอาเองน่ะ
มันไม่ถูกต้องนะ
เราต้องรู้เข้าใจ

. . .

เราต้องรู้ต้องเข้าใจน่ะ
เราก็ต้องผ่านมันไป

เราจะผ่านไปได้ยังไง
เราก็ต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมน่ะ
มีความสุขในการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมน่ะ
มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมว่า เรายืน เดิน นั่ง นอนน่ะ
มีความรู้ความเข้าใจ
แล้วก็ผ่านไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ

ผู้มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ต้องมีสติสัมปชัญญะนะ
เพื่อไม่ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายะตะยะ ๑๒
มันมาครอบงำใจเรานะ
ถ้าสู้ไม่ได้ไม่ไหวก็กลั้นลมหายใจมันเลย
เดี๋ยวใจมันจะขาดมันก็กลับมา
ต้องเข้าใจอย่างนี้

อย่างเราขับรถ มันจะง่วงนอนนี่น่ะ
ทำอย่างงัย มันไม่หายง่วง
กลั้นลมหายใจ ทำอย่างนี้
ทำสักสองสามครั้ง
ตามันสว่างขึ้นมาเลยนะ

เราต้องรู้เข้าใจ
ถ้าไม่รู้เข้าใจ เดี๋ยวเราจะอ้วนขึ้นมาได้นะ
มันไม่อ้วนแต่ทางกายนะ
ความหลงก็จะอ้วน

. . .

ศีล สมาธิ ปัญญา
นี่มัน คือ สติสัมปชัญญะนะ
เรามีสติสัมปชัญญะ
เราก็จะศีล สมาธิ ปัญญา

ทุกคนต้องรู้เข้าใจ
ไม่ต้องไปแก้ที่คนอื่นหรอก
แก้ที่ตัวเองน่ะ

ทำอย่างนี้ดีน่ะ มีความสุข
ความสุขกับความสงบ มันคืออันเดียวกัน
ถ้าอยากสมองดีให้ทำงานมีความสุขนะ
ทำงานมีความสุขใจน่ะ
ใจดีใจสบายด้วย รวยด้วย
น่าสนใจนะ น่าสนใจมั้ย

พวกอากงอาม่าทั้งหลายน่ะ
ถ้ามีความสุขน่ะ
ด้วยการเสียสละ
ยกเลิกตัวตนยกเลิกตนน่ะ
พวกนี้จะมีความสุขเมื่อแก่นะ
ยิ่งแก่ยิ่งมีความสุขน่ะ
ต้องเข้าใจง่ายๆ อย่างนี้

เพราะปัญหามันจะกลายเป็นปัญญา
ปัญญามันจะเป็นความสงบน่ะ
ความสงบจะเป็นการเสียสละนะ

เป็นคนดีมัวแต่ซื่อบื้อเป็นสุภาพบุรุษ
ไม่เสียสละน่ะ
เสียสละตัวเองนะ
ไม่ต้องไปแก้ไขคนอื่น

ความยั่งยืนน่ะ คือ ยกเลิกตัวตนนะ
ตระกูลไหนจะยั่งยืนหลายร้อยปี
ต้องยกเลิกตัวตนนะ
อย่าคิดไปว่ามีกินมีใช้
แล้วไม่เสียสละอย่างนี้ไม่ยั่งยืนนะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
ศีล สมาธิ ปัญญานี้ คือ ความยั่งยืนนะ

นั่งสมาธินี้ . . .
ก็เพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย เข้าสู่สมองนะ
หายใจเข้าก็เอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
หายใจออกก็เอาของเสีย คาร์บอนไดออกไซด์ออกไปอย่างนี้

การมีสติสัมปชัญญะ
ก็คือ การเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย
เห็นด้วยมั้ยๆ
การมีสติสัมปชัญญะ
คือ การเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ

การปล่อยวางนี้ เค้าเรียกว่า
เป็นการเอาของเสีย
เอาความไม่ถูกต้อง
เอาของปฏิกูลออกทั้งกายทั้งใจนะ

 

---------------------------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันอังคารที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

Visitors: 105,870