๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ความดับทุกข์ . . .
ความไม่มีทุกข์ของเราทุกคนน่ะ
มีอยู่ที่ปัจจุบัน
เพราะอดีตก็มาอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว
อนาคตที่จะไปข้างหน้า อยู่ที่ปัจจุบันน่ะ
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เราอย่าไปอยากให้เป็นอย่างโน้น อยากให้เป็นอย่างนี้
เพราะความอยาก ความไม่อยาก
มันเป็นตัวเป็นตน มันเป็นความปรุงแต่ง
ผู้มีปัญญามากๆ ก็ต้องสงบมากๆ
ผู้มีความสงบมากๆ ก็ต้องเสียสละ
ไม่เสียสละ มันก็ไม่มีปัญญานะ
เราจะได้ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เราทุกคนจะได้ไม่มีความทุกข์
จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้
จะว่าความสงบก็ได้
จะว่าสติสัมปชัญญะก็ได้
หรือจะเรียกสิ่งนั้นว่านิพพานก็ได้
ให้เอาที่ปัจจุบันน่ะ
คนเรามีความสุขในการทำงาน
มันก็ได้เงินได้ตังค์ด้วย ได้ของด้วย
จิตใจก็ดีด้วยน่ะ
ความรู้ความเข้าใจนี้ ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญน่ะ
ความรู้ความเข้าใจ ถึงไม่ใช่ความจำน่ะ
ลูกศิษย์หลวงพ่อ
ส่วนใหญ่มันความรู้รอบโต๊ะน่ะ
มันไปจำนักธรรม ตรี โท เอก
หรือว่าเปรียญธรรมมาน่ะ
เดี๋ยวไม่กี่ปีมันก็ลืมน่ะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
คนเราทุกคน
ถ้ามันมีสติสัมปชัญญะ
นั่นคือออกซิเจนน่ะ
คนเราถ้ารู้เข้าใจ
เราปล่อยวางนั้น
คือ ปล่อยวางของเสีย ของปฏิกูลน่ะ
เราต้องมารู้มาเข้าใจ
มีความสุขที่สุดในโลกเลย
อย่างหม่าม้านี่ ก็จะได้มีความสุขเมื่อแก่
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ
ก็ทุกข์ทั้งสองอย่าง ทุกข์ทั้งกายทั้งใจนะ
เราต้องรู้เข้าใจนะ
เราจะได้เอาปัญหานั้น เป็นปัญญาน่ะ
เอาปัญญานั้น เป็นความสงบน่ะ
เอาความสงบมาเสียสละน่ะ
ถ้าไม่เสียสละ มันจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง
เหมือนนักบวชนี่น่ะ เป็นผู้เอาน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
ช่างหัวเผือกช่างหัวมัน
เราก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างนี้
เราก็ต้องเข้าใจอย่างนี้
ทุกคนว่าทำอย่างนี้ดีมั๊ย
. . . .
เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง
เดี๋ยวมันจะเป็นคนโฮมเลส (Homeless)
คนไม่มีบ้านนะ
คนไม่มีบ้าน คือ คนไม่สงบนะ
เพราะตัวตน ไม่อิ่ม ไม่พอ ไม่เต็มสักทีน่ะ
. . .
เราต้องรู้ปัญหา
เพื่อปัญหาจะได้เป็นปัญญา
ต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
ไม่ต้องกลัวปัญหาหรอก
ต้องขอบใจปัญหาถึงจะถูกต้องนะ
ถ้าเราไม่มีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก
มันจะมีประโยชน์อะไร
. . .
เราต้องรู้เข้าใจอย่างนี้น่ะ
จะไปรักคนโน้น ชอบคนนี้
เป็นคนผีบ้าทำไม
เราก็ต้องรักทุกคนน่ะ
คนดี คนชั่ว คนอะไร
เราก็ต้องรักทุกคนน่ะ
คำว่า รักนี้
ก็หมายถึง มีสติมีสัมปชัญญะนั่นน่ะ
เห็นด้วยมั้ย
เราต้องรู้เข้าใจ
เราจะได้ไม่ไปตามผัสสะ
ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อมน่ะ
เรารู้เข้าใจน่ะ
เราไม่ต้องไปห่วงใครหรอก
ไม่ต้องไปห่วงพ่อห่วงแม่ ห่วงลูกห่วงหลาน ห่วงประเทศชาติ
เราเน้นที่ตัวเรา ยกเลิกตัวตนอย่างนี้
เราต้องรู้เข้าใจ
เพราะเราเองก็ยังเอาตัวเราเองไม่รอดเลย
ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจ
เรามีความสุขอย่างนี้
ความสุขนั้น คือ ความสงบ
ความสงบ มันคือ ยกเลิกตัวตนน่ะ
เราก็ช่วยคนอื่นได้
พวกนี้น่ะ ไปชวนคนอื่นมาแก้ไขประเทศ
…แต่ไม่ได้แก้ไขตัวเอง
เห็นด้วยมั้ย
เราทำอย่างนี้แหละ
เราเป็นคนฉลาดมาก มีปัญญามาก
เราก็ต้องสงบมากๆ อย่างนี้
เราต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันพุธที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ