๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
หลักการของมนุษย์นี่
การบริหารน่ะเอาธรรมนำชีวิตนะ
พัฒนาวัตถุ พัฒนาทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาใจไปพร้อมๆ กัน
เพราะทุกอย่าง มันคือเหตุคือปัจจัย
ใครจะเหนือกรรม เหนือกฎแห่งกรรมไปไม่ได้…ไม่มี
เราเข้าใจง่ายๆ อย่างนี้
เพื่อเอาทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจ
ให้ไปพร้อมๆ กันอย่างมีความสุข
การทำธุรกิจหน้าที่การงานของเราเป็นสัมมาทิฏฐิน่ะ
ให้เรารู้ให้เราเข้าใจ
. . .
การเรียนการศึกษาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจ
ให้มีความสุขในการปฏิบัติประพฤติการปฏิบัติ
การทำงานเราต้องมีความสุขนะ
ถ้าเรามีความสุขในการทำงาน
เราก็ได้นิพพานไปในตัว
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
เราอย่าไปคิดว่าทำงานเพื่อจำเป็น
เราอย่าไปคิดอย่างนั้น
ทำงานเพื่อนิพพานน่ะ
ทุกคนไม่ต้องไปแก้ที่ใครหรอก
แก้ที่ตัวเรานี่แหละ
เราอย่าให้ธาตุ ให้ขันธ์ ให้อายตนะ สิ่งแวดล้อมครอบงำเรา
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ
เดี๋ยวเราเป็นทุกข์เมื่อแก่นะ
ทุกข์ทวีคูณเลยเนาะ
หลวงตามหาบัวบอกว่า
เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เอาความทุกข์เป็นที่ตั้ง
มันเป็นผีบ้านะ
เราบวชแล้ว เราจะเป็นบักผีบ้าไม่ได้นะ
มาบวชแล้ว เป็นแม่ชีผีบ้าไม่ได้นะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
เราต้องรู้เข้าใจ
ปัญหาจะได้เป็นปัญญา
ปัญญาจะได้เป็นความสงบน่ะ
ความสงบจะได้เอามาเสียสละน่ะ
วันหนึ่งคืนหนึ่งมนุษย์ถึงนอนถึงพักผ่อน
ถ้าเป็นพวกปฏิบัติธรรม
พวกเป็นพระอยู่ที่วัด ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง…นอนนะ
๑๘ ชั่วโมงเป็นเวลาที่มีความสุข
ในการเดินจงกรม นั่งสมาธิ
ทำหน้าที่ของตัวเองให้เป็นนิพพานนะ
. . .
พระนี้ตามใจไม่ได้
ถ้าตามใจแล้วไม่ใช่พระ
เป็นพวกโกนหัว ห่มผ้าเหลือง
เห็นด้วยมั้ยๆ
เดี๋ยวนี้น่ะตัวที่อันตราย
คือเจ้าเสือร้ายเบอร์หนึ่ง คือพระนั้นเอง
เพราะว่าแต่งตัวเลียนแบบ
แล้วก็ไม่ได้ปฏิบัติศาสนา
หลวงพ่อพูดอย่างนี้ ศาสนาจะอยู่ได้ยังไง
ศาสนาจะเสื่อมหมด
ถ้าเรายกเลิกตัวตนน่ะ ธรรมะก็จะออกมานะ
มันถึงจะมีธรรมะธัมโมสอนประชาชน
ถึงจะมีอริยสัจ ๔ สอนประชาชน
ความไม่รู้ไม่เข้าใจจะเอาความหลงนำชีวิต
. . .
เราน่ะถ้ายกเลิกตัวตน
จากปัญหาก็จะเป็นปัญญานะ
การยกเลิกตัวตนคือ
ยกเลิกริดลอนสิทธิเสรีธรรมนะ
อย่างเราเป็นพ่อเป็นแม่ ยกเลิกตัวตนนี่
บ้านเราครอบครัวของเราจะเย็นเป็นแอร์คอนดิชั่น
ที่ไม่ต้องติดมิเตอร์
ลูกก็เข้ากับเราได้ หลานก็เข้ากับเราได้
ไม่ต้องไปเข้ากับพวกขี้ยา
เรามีความสุขในการทำงาน
ในการทำหน้าที่ มันได้ออกซิเจนนะ
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
เรารู้เข้าใจ เราไม่เอาความหลงนำชีวิต
มันเป็นการปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์
ของเสียของปฏิกูลออกไปนะ
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
อย่างเรานั่งสมาธินี้
หายใจเข้ามีความสุขก็ได้ออกซิเจน
หายใจออกสบายก็ได้
นอนไม่หลับนี้
หายใจเข้ามีความสุข
หายใจออกสบายนี้
ยิ่งกว่าให้ยาสลบอีก
ลองเอาไปทำดูนะ
หลวงพ่อดูแล้ว
เอาแต่ตัวตนน่ะ หลายเดือนไป แย่เลย
ดูแล้วป้ำๆ เป๋อๆ
จมแต่เรื่องอดีตไม่ทันสมัย ไม่ทันปัจจุบัน
พูดแต่เรื่องเก่า ๗ วัน ๗ คืนก็ไม่จบ
. . .
รู้เข้าใจต้องแก้ปัญหาน่ะ
เพื่อให้เป็นปัญญา
เราทุกคนมาแก้ที่ตัวเองน่ะ
ไปแก้ที่อื่นมันยากน่ะ
. . .
เพราะความปรุงแต่งมันกดดันเรา
มันระเบิดตัวเองน่ะ
ความไม่รู้ไม่เข้าใจ
เค้าเรียกว่า เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง
มันระเบิดตัวเอง
เราต้องขอบใจความแก่ ความเจ็บ ความตาย
ความพลัดพราก ให้มีความสุขน่ะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้เนาะ
คนเราต้องก้าวไปด้วยความรู้
คู่กับการประพฤติปฏิบัติอย่างมีความสุขน่ะ
สยามเมืองยิ้ม แปลว่า ไม่มีความทุกข์นะ
เข้าใจอย่างนี้นะ
มีความสุขในการทำหน้าที่
รู้จักอริยสัจ ๔
รู้จักทุกข์ รู้จักเหตุเกิดทุกข์
ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงจะได้จบลงที่ปัจจุบัน
มีความรู้สึกว่า โอ้…ทำไมมีความสุขอย่างนี้
อย่าให้สิ่งแวดล้อมครอบงำ ธาตุขันธ์ครอบงำเรา
เราคิดดีๆ พูดดีๆ กิริยามารยาทดีๆ ยกเลิกตัวตน
มีความสุขที่สุดในโลกเลย
เราต้องรู้เข้าใจน่ะ
อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน
อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง
มีความสุขในการประพฤติปฏิบัติในปัจจุบัน
เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์นะ
เป็นไฟท์เพียงครั้งเดียวนะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
ไม่ต้องโง่คิดว่า
พระนิพพานอยู่อนาคตเบื้องหน้าโน้นเทอญ
การให้ทาน รักษาศีล การทำสมาธิ
มันจะเป็นพระนิพพาน
เราต้องรู้เข้าใจว่า
พระธรรมพระวินัย
ที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เป็นความขลังศักดิ์สิทธิ์นะ
ไม่ใช่ตัวตนขลังศักดิ์สิทธิ์นะ
โยมน่ะมีความสุขที่สุดในโลกไปเลย
เห็นด้วยมั้ย
ต้นไม้ที่แข็งแกร่งเป็นต้นไม้ที่กลางแจ้ง
พร้อมที่จะเผชิญผจญภัย
เราเกิดมาเพื่อพุทธะนะ
เกิดมาเพื่อพระนิพพานนะ
เราเป็นสยามเมืองยิ้มนะ
ให้เอาคติอย่างนี้นะ
ปัญญา คือ ความสุขในการประพฤติการปฎิบัติน่ะ
ต้องเข้าใจอย่างนี้นะ
. . .
ที่อยู่ของเราคือพระนิพพานนะ ไม่ใช่ความทุกข์นะ
โยมถามหลวงพ่อว่า
เค้ามีปัญญามาก ทำไมเค้าไม่สงบ
เพราะโยมไม่มีความสุขน่ะ
เพราะความสุขกับความสงบอันเดียวกัน
หลวงพ่อพูดอย่างนี้ให้เข้าใจง่ายเนาะ
ถ้าเรามีความสุขก็สงบน่ะ เพราะมันอันเดียวกัน
ความสุขมันต้องอยู่ที่ปัจจุบันไม่ใช่อนาคตนะ
แล้วคิดดูสิ
เราหายใจเข้ามีความสุข
หายใจออกมีความสุขอย่างนี้น่ะ
มันหลับง่ายยิ่งกว่าดมยานอนหลับเลย
พวกนี้มันรู้มากเลยนอนไม่หลับ
เห็นด้วยมั้ย
--------------------
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

