๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙

เรามารวมกันเกี่ยวข้องกับศาสนา
ศาสนานี้ หมายถึง ธรรมะ
ธรรมะนี้เป็นกรรม
กรรมของการกระทำของเรานี้คืออันเดียวกัน
เราต้องรู้กรรม เราจะได้ทำให้ถูกต้อง
กรรมนี้มีทั้งฝ่ายให้เป็นวัฏสงสารและหยุดวัฏสงสาร

. . .
ทุกประเทศน่ะ ใช้ธรรมะอย่างเดียวกัน
เพราะชีวิตของเราเป็นความสากลน่ะ
ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากเป็นสากล
สวรรค์ มรรคผลนิพพานก็เป็นสากลนะ
พรหมความสงบก็เป็นสากลน่ะ
ความฟุ้งซ่านก็เป็นสากลเหมือนกันนะ

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เราจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
เราจะไม่ได้สร้างปัญหา
เพราะสิ่งที่จะเกิดปัญหา มันจะเกิดปัญญา
สิ่งที่เกิดปัญญา เราเอามาทำปัจจุบันให้เกิดความสงบ
สิ่งที่เกิดความสงบแล้ว เราเอามาเสียสละ
ถ้าเราไม่เสียสละ มันเป็นเพียงสมาธิเฉยๆ

สมาธินี้มีคำว่า สัมมาสมาธิ
ต้องประกอบด้วยปัญญา
มันถึงจะแก้ปัญหาได้
เรารู้เข้าใจ
มีความสุขกับการประพฤติกับการปฎิบัติ
จะว่าความสุขก็ได้
จะว่าความสงบก็ได้
จะว่าไม่มีความทุกข์ก็ได้
จะเรียกสิ่งนั้นๆ ว่าเป็นพระนิพพานชั่วขณะก็ได้

ความดับทุกข์ของเราต้องอยู่ที่ปัจจุบันนะ
ไม่ใช่อยู่ที่อนาคต
ปัจจุบันต้องเป็นพื้นฐานเป็นฐานของอนาคต
หลวงพ่อพูดอย่างนี้ทุกคนเข้าใจเนาะ

ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฎิบัติน่ะ
กับคำว่า พุทธะ คือ ผู้รู้ผู้เข้าใจ
มีความสุขกับการประพฤติการปฎิบัติน่ะ

อย่างเราทำงานมีความสุขอย่างนี้
เราก็ได้นิพพานน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
ต้องทำงานให้มีความสุข
ล้างจานมีความสุขนะ ถึงจะได้นิพพานน่ะ
อ่านหนังสือมีความสุขนะ ถึงได้นิพพานน่ะ
เราต้องเข้าใจพระนิพพานอย่างนี้

เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
วันนี้ประเทศไทยเค้าเลือกตั้งสส.กัน
นักการเมืองเค้าให้ ๔ ปีครั้งหนึ่ง
การทำอะไรต่อต่อเนื่องกัน
ไม่เกิน ๑๐ ปีจากสิ่งที่ไม่ดีมันก็จะดี
เป็นกฎของธรรมชาติน่ะ
การทำอะไรติดต่อต่อเนื่องกัน ๓ อาทิตย์ขึ้นไป
มันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
ถ้าเราทำอะไรในทางที่ไม่ดีติดต่อต่อเนื่องกัน ๓ อาทิตย์เราก็ได้ผลแล้ว
ปัจจุบันเราถึงมีความสุขในการประพฤติการปฎิบัติน่ะ
เราทำความดีเพื่อความดีนะ
ไม่ใช่ความดีเพื่ออยากเป็นคนดีน่ะ

เราทำความดีเพื่ออยากเป็นคนดี
มันคือความปรุงแต่งนะ
ความปรุงแต่งมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
ไม่ใช่สติไม่ใช่สัมปชัญญะ

ถ้าเราทำความดีเพื่อยกเลิกตัวตนอย่างนี้
ไม่ต้องการอะไร…
เพราะเราเห็นว่า ตัวตนมันมีความทุกข์อย่างนี้
เรามีความสุขในการประพฤติการปฎิบัติ
ไม่หวังอะไรตอบแทนน่ะ
ถ้าเราหวังอะไรตอบแทน
เค้าเรียกว่า เป็นผู้รับจ้าง
เราเป็นกรรมกรรับจ้าง
นี่เข้าใจได้เนาะ

อย่างเราทำงาน…
เราก็มีความสุขในการทำงาน เราก็ได้ออกซิเจนนะ
เราต้องเข้าใจอย่างนี้

อย่างเรานั่งสมาธิ
เรามีความสุขในการหายใจเข้าก็ได้ออกซิเจนแล้ว
หายใจออกเอาของเสียเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
เราทำอย่างนี้มันจะเป็นความสมดุล
เป็นความพอเพียงเพียงพอไม่มากไม่น้อย

อย่างหลวงพ่อยังไม่ลงมาอย่างนี้
หลวงพ่อก็สมาธิเอาออกซิเจนเข้าร่างกายก่อนน่ะ
โยมไม่รู้ไม่เข้าใจ
ก็มีความสุขกับการเล่นโทรศัพท์ไลน์โทรศัพท์น่ะ ไม่ได้ออกซิเจนน่ะ

หลวงพ่อมาคิดดู
ทำไมประเทศเกาหลีเค้าทำเครื่องออกซิเจนเป็นถังใหญ่ๆ ตัวหนึ่งหลายล้านน่ะ
เพราะให้เค้าไปอยู่ในนั้นน่ะ ไปพักผ่อนในนั้น
ไปนอนมีความสุขอยู่ในนั้น ๑ ชั่วโมง
มันจะมีคุณค่าเท่ากับ ๔ ชั่วโมงในการพักผ่อนน่ะ
เพราะว่าออกซิเจนน่ะ
หลวงพ่อว่าออกซิเจนน่ะนั้นมันหลายล้านเกิน
หลวงพ่อมองว่า
หายใจเข้ามีความสุข
หายใจออกมีความสุข ไม่ต้องเสียตังค์

คนนอนกรนเสียงดังออกซิเจนไม่พอ
ที่เค้าเอาเครื่องออกซิเจนครอบจมูกเนี่ยนะ
เวลาคนนอนหลับมันปล่อยวาง
มันหายใจแรง มันต้องการออกซิเจน
ออกซิเจนไม่พอ มันเลยนอนกรน
เค้าเลยผลิตเครื่องออกซิเจนมาครอบนะ

เราทำสมาธิเพื่อเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายนะ
เราไม่รู้ไม่เข้าใจน่ะ
จะไปเอาพระนิพพาน ได้โรคประสาทนะ
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
อริยมรรคมีองค์ ๘ ถึงไม่มีเฉพาะเวลานั่งสมาธินะ
เราทำทุกอย่างให้มีความสุขนะ

รวยเท่าไหร่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจ
ถ้าเรารู้เข้าใจ เรามีความสุขในการเรียนหนังสืออย่างนี้
เราก็ได้พระนิพพานแล้ว

พระนิพพาน คือความสุข คือไม่มีทุกข์อะไร

. . .
ถ้าเรามีความสุข
ถ้าเรายกเลิกตัวตน ปัญญาถึงจะเกิดน่ะ
เพราะว่าเราต้องเข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจ เราก็จะไปแก้ไขตั้งแต่คนอื่น
ยกเลิกตัวเองไม่ได้แก้ไข

เรายกเลิกตัวตนน่ะ
ลูกหลานไม่เถียงเรา ไม่มาเดินขบวนนะ
พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณ ใครเค้าก็อยากเคารพนับถือ
ใครก็ไม่อยากจะเถียง
แต่มันเหลือเกินเค้าเลยเถียงนะ

. . .
ถ้ายกเลิกตัวตน ลูกมันไม่มีปัญหาหรอก
เรายกเลิกตัวตน ครอบครัวเราก็อบอุ่นนะ
ยกเลิกตัวตน ความขี้เกียจก็ยกเลิกไปด้วยนะ
มีแต่ความขยัน มีแต่การเสียสละนะ
เห็นด้วยกับหลวงพ่อมั้ย
ปัญหาหย่าร้างมันจะไม่ได้มี
เอาแต่ตัวแต่ตน หลวงตามหาบัว บอกว่า
มันเหม็นไปหลายแดนโลกธาตุนะ

. . .
ต้องรู้ต้องเข้าใจที่หลวงพ่อพูดนะ
ที่ให้มีความสุขในการเรียนนะ มีความสุขน่ะ
ถ้าเรามีความสุขในการเรียน สมองเรามันก็จะดี

ใครใจดีใจสบายเท่าไหร่ สมองมันจะดีนะ
ถ้าภิกษุณีใจดีใจสบาย สมองยิ่งดีนะ
อยากสมองดี ก็ต้องใจดีนะ

 

----------------

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ

Visitors: 108,364