๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๔ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นคำสอนที่บริสุทธิคุณเพื่อให้มนุษย์รู้เข้าใจในการดำเนินชีวิตที่เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับใจ วัตถุกับใจต้องเอาไปใช้งานพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งวัตถุอันหนึ่งจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องเอาไปใช้พร้อม ๆ กัน

 

มนุษย์เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องของเหตุเรื่องของปัจจัยจะได้เอาไปใช้ให้มันทันโลกทันสมัย ทันกาลทันเวลา มนุษย์เราจะไม่ได้เอาอวิชชาเอาความหลงนำชีวิต

 

เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจุบันเราต้องมีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง ให้เป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจให้ไปพร้อม ๆ กัน

 

เอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อมาทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ เพื่อให้ความดีและปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ น้ำไหลที่ติดต่อต่อเนื่องไปสู่ลำห้วย สู่ทะเล สู่มหาสมุทร ที่ไหลติดต่อต่อเนื่องนี้เรียกว่าสายน้ำ น้ำหยด หยดเป็นหยด ๆ ไม่ติดต่อต่อเนื่อง น้ำหยดนั้นไม่ได้เป็นสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ทำหน้าที่ที่เป็นความดีและปัญญาอยู่ที่ปัจจุบัน ให้ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องของเหตุของปัจจัย เพื่อเราทุกคนจะได้เป็นผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นผู้ทันโลกทันสมัย

 

ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องเป็นผู้ทันโลกทันสมัย ถ้ายังไม่รู้เหตุรู้ปัจจัย ยังไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์คือผู้ไม่ทันโลกทันสมัย ยังไม่รู้ยังไม่เข้าใจในเรื่องอริยสัจ ๔ เรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

กุลบุตรลูกหลานทั้งหลายต้องพากันมาเข้าใจ เพื่อกุลบุตรลูกหลานจะเป็นผู้ทันโลกทันสมัย ต้องรู้เข้าใจในเรื่องของชาติ ศาสน์ กษัตริย์

 

ชาตินี้หมายถึงความเกิด ความเกิดต้องเกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุจากปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็ย่อมเป็นเช่นนั้น ชาตินั้นคือเรื่องของกรรม กฎแห่งกรรม แล้วก็เป็นผลของกรรม เป็นกรรมลิขิต

 

ศาสน์นี้คือความรู้ความเข้าใจว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุจากปัจจัย เหตุปัจจัยนั้นจะเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

พระศาสนานั้นคือความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัยทางเรื่องจิตเรื่องกับเรื่องทางวัตถุถึงต้องไปพร้อมๆ กันอยู่ที่ปัจจุบัน พระศาสนานี้คือปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

พระศาสนานั้นเอาทางสายกลางนำชีวิต เอาวัตถุกับใจไปพร้อม ๆ กันเป็นปัจจุบันธรรมะหรือว่าเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ พระศาสนาถึงเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ พระศาสนานี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่สังคมนิยม พระศาสนาคือธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

ประชาธิปไตยนั้นเอาเสียงส่วนมาก คนส่วนใหญ่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ยังเป็นสามัญชน ยังเป็นปุถุชน ถ้าประชาธิปไตยเสียงข้างมากนั้นก็ต้องพัฒนาสู่ธรรมาธิปไตย ถึงจะเป็นธรรมนูญรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ยังเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน ยังเป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน

 

ประชาธิปไตยนั้นถึงแก้ปัญหาไม่ได้ มีการซื้อสิทธิซื้อเสียง ขายสิทธิขายเสียง

 

ด้วยเหตุผลนี้ โลกนี้จะออกกฎหมายการปกครองก็ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต เพราะประชาธิปไตยก็ยังเป็นสงคราม มีสงคราม ยังเป็นตัวเป็นตน ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ยังไม่ใช่ความสงบ ไม่ใช่ความดี ไม่ใช่ปัญญา ยังไม่ใช่ปัญญาชน ไม่ใช่บริสุทธิคุณ ปัญญาบริสุทธิคุณปัญญาที่ยกเลิกตัวตนถึงจัดว่าเป็นปัญญาชน ถ้าปัญญาเป็นตัวเป็นตนนั้นยังนั้นยังไม่เรียกว่าปัญญาชน เพราะเป็นปัญญาที่ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ยังเป็นปัญญาที่เห็นแก่ตัวอยู่

 

สังคมนิยมก็ย่อมแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะสังคมนิยมนั้นยังเป็นความปรุงแต่ง ยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ยังมีการแบ่งชนชั้น ยังคิดว่าตัวเราตัวเค้า ตัวกูของกู ตัวเองดีกว่าเค้า ตัวเองเก่งกว่าเค้า ตัวเองรวยกว่าเค้า มีเพาเวอร์สูงกว่าเค้า สังคมนิยมก็ยังเป็นอัตตาตัวตน สังคมนิยมนี้ก็ยังไม่จัดว่าเป็นปัญญาชน

 

ความชอบความไม่ชอบนี้มันเป็นอัตตาตัวตน มันเป็นความปรุงแต่ง

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ความปรุงแต่งมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ ความปรุงแต่งมันคือความไม่สงบ ความปรุงแต่งคือความไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

กษัตริย์หมายถึงตัวปัญญา ปัญญาบริสุทธิคุณหรือว่าปัญญาชน มนุษย์ถ้าเอาปัญญาสัมมาทิฏฐินำชีวิตไม่ใช่เอาความไม่รู้ไม่เข้าใจนำชีวิต ต้องเอาความรู้ความเข้าใจนำชีวิต

 

มนุษย์เราถึงได้มีการเรียนการศึกษาทั้งหมด ๑๘ ศาสตร์ รวมลงที่ตัวผู้รู้ รวมลงที่พุทธศาสตร์ พุทธศาสตร์คือความรู้ความเข้าใจ มีความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งมีการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ ๒ อย่างนี้เดินทางไปพร้อม ๆ กัน อันหนึ่งความรู้อันนหนึ่งปฏิบัติ อันหนึ่งปริยัติอันหนึ่งปฏิบัติ อันหนึ่งสมถะอันหนึ่งวิปัสสนาต้องไปพร้อม ๆ กัน เหมือนขาเราทุกคน ทุกคนต้องมีขาซ้ายขาขวา เวลาจะเดินก็สลับไป ขาขวาก้าวไปหยุดอยู่ ขาซ้ายก้าวไปหยุดอยู่ ความสงบและปัญญาเป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่อง เพื่อเข้าสู่ปัญญาพร้อมทั้งการประพฤติการปฏิบัติ กษัตริย์ถึงหมายถึงตัวปัญญา

 

เรามาคิดดูดี ๆ นะ ว่าทำไมพระพุทธรูปทำไมพระเศียรถึงแหลม ที่พระเศียรที่แหลมนั้นหมายถึงตัวปัญญาบริสุทธิคุณ

 

การปกครองตัวเองและปกครองคนอื่นนี้ถึงต้องเอาปัญญา การปกครองต้องไม่เอาอวิชชาไม่เอาความหลง ต้องเอาปัญญา ปัญญานั้นหมายถึงกษัตริย์ จะเรียกว่ากษัตริย์ก็ได้ หรือจะเรียกว่าประธานาธิบดีก็ได้

 

ถ้ากษัตริย์ ถ้าประธานาธิบดี ถ้านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีข้าราชการนักการเมืองไม่เข้าใจ ประเทศนั้นก็ย่อมเสียหาย ประเทศนั้นก็ย่อมพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

กุลบุตรลูกหลานเป็นคนสมัยใหม่ ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราต้องรู้เข้าใจเรื่องชาติ เรื่องศาสน์ เรื่องกษัตริย์ เรื่องธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็เน้นที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพผู้ที่ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดา เมื่อก่อนท่านก็เป็นสามัญชน ท่านรู้เข้าใจ ท่านรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ท่านก็เน้นที่ตัวของท่านเอง ท่านก็เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ

 

เราทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ จะได้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เราจะได้มาเน้นที่ตัวเรา ทำหน้าที่ของตัวเรา มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสงบก็เป็นเงาตามตัว เรามีความเคารพมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัยในเรื่องทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เรามีความเคารพเราก็มีความสงบทันที

 

ถ้าเรายังเอาสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ นั้น นี้คือความไม่เคารพ เราไม่มีความเคารพความสงบนั้นก็ไม่มี ชีวิตของเราก็มีแต่สงคราม สงครามในตัวของมันเอง สงครามกับคนอื่น สงครามครอบครัว สงครามหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัดประเทศ สงครามต่างประเทศ สงครามโลก

 

ด้วยเหตุผลนี้กุลบุตรลูกหลานต้องพากันเข้าใจว่าตัวตนนั้นมันคือความสงบ มันเป็นความไม่รู้ไม่เข้าใจ เราได้สร้างสงครามให้กับตัวเอง สร้างสงครามให้กับผู้อื่น

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เพื่อกุลบุตรลูกหลานทั้งหลายจะได้เป็นคนทันโลกทันสมัย

 

ความเป็นพระนั้นอยู่ที่เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระก็จะเกิดได้อย่างนี้ ความเป็นพระนั้นไม่มีใครแต่งตั้งให้กันได้ ความเป็นพระนั้นเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ความเป็นพระนั้นเกิดได้อย่างนี้

 

ผู้ที่มาบวชนี้ยังไม่ได้เป็นพระนะ เป็นเพียงสาเหตุที่จะเป็นพระ ให้เรารู้ให้เข้าใจ ความเป็นพระนั้นคือความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นเอามาใช้เอามาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบัน ๒ อย่างนี้ต้องปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้เป็นขบวนการ เป็นกระแสของมรรคผลนิพพาน

 

ที่เค้าพูดกันว่า ถ้าเป็นพระโสดาบันคือผู้ที่ตกกระแสของมรรคผลนิพพาน เปรียบเสมือนดั่งสายน้ำที่ไหลสู่ลำห้วย สู่ทะเล สู่มหาสมุทร เป็นผู้เที่ยงแท้แน่นอนต่อมรรคผลพระนิพพาน

 

ความเป็นพระนั้นไม่ได้อยู่ที่ผู้มาบวช ความเป็นพระนั้นคือผู้รู้อริยสัจ ๔ รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์

 

ด้วยเหตุผลนี้ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่รู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ อยู่ที่ทำหน้าที่ ที่เรียกว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ

 

ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเราจะไม่ได้เอาชาติศาสน์กษัตริย์มาเป็นนิติบุคคลตัวตน เราจะได้เอาหลักการของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาใช้มาประพฤติปฏิบัติเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจ สงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นทะเลาะกัน การทะเลาะกันมันก็คือสงคราม คือความไม่สงบ ความไม่รู้ไม่เข้าใจเกิดเป็นนิติบุคคลตัวตน เลยเกิดเป็นสงครามเกิดเป็นสังฆเภท

 

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พระวินัยธรกับธรรมกถึกทะเลาะกัน ความไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาพระศาสนาเป็นไฟต์เป็นสนามรบ พระศาสนาคือความรู้ความเข้าใจ คือปัญญาสัมมาทิฏฐิ พระศาสนานั้นจะไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน พระศาสนานั้นยกเลิกตัวยกเลิกตน พระศาสนานั้นถึงไม่มีสงคราม ไม่ใช่สงคราม ถ้ามีสงครามนั้นแสดงถึงไม่ใช่พระศาสนา การแตกแยกสมัครสมานสามัคคีเป็นเครื่องหมายนิติบุคคลตัวตน ไม่ใช่ศาสนา ถ้าพระศาสนาแล้วจะไม่มีการทะเลาะวิวาท ถ้ามีการทะเลาะวิวาทจะไม่ใช่พระศาสนา

 

พระศาสนานี้เป็นความดีและปัญญา เป็นการยกเลิกอัตตาตัวตน เพราะความรู้ความเข้าใจเรื่องชาติศาสน์กษัตริย์จะยกเลิกตัวยกเลิกตน จะเป็นการทำงานเพื่องาน ทำความดีเพื่อความดี จะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ จะเป็นหนึ่งเป็นเอกัคคตา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

ในพระพุทธศาสนา ธรรมกถึกกับวินัยธรทะเลาะกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ห้ามว่าพระศาสนานั้นมีความหมายเพื่อให้ยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เรามีตัวมีตนเราทุกคนถึงทะเลาะกัน ถ้าเราไม่มีตัวไม่มีตนทุกคนย่อมไม่ทะเลาะกัน

 

(ให้ผู้แสดงธรรมเล่าเรื่องพระวินัยธรกับพระธรรมกถึกเถียงกันเรื่องวินัยจนถึงภิกษุชาวเมืองโกสัมพีทูลขอขมาพระศาสดา)

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เราเข้าใจ เพื่อจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี เพื่อไม่ให้เป็นขั้วบวกขั้วลบ เพื่อจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

เรื่องของชาติ ของศาสน์ ของกษัตริย์ กุลบุตรทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อเราทุกคนจะได้เอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต เรียกว่าเข้าสู่ความเป็นปัญญาชน ถ้าเราไม่รู้เข้าใจ การดำเนินชีวิตของเราก็จะไม่ใช่ทางสายกลาง การแก้ปัญหาก็ยิ่งไปเพิ่มปัญหา เรารู้เข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ พระนิพพานนั้นก็อยู่ที่ปัจจุบันเป็นดั่งสายน้ำที่ไหลติดต่อต่อเนื่อง

 

ปัจจุบันนี้ถึงเป็นวาระสำคัญ เราจะได้เข้าถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

กุลบุตรลูกหลานต้องรู้เข้าใจว่าพระนิพพานนี้อยู่กับเราในปัจจุบัน พระนิพพานที่อยู่กับพระพุทธเจ้านั้นดับทุกข์เราไม่ได้ พระนิพพานที่อยู่กับพระอรหันต์นั้นดับทุกข์เราไม่ได้ พระนิพพานอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ขอแสดงความยินดีกับคนรุ่นใหม่สมัยใหม่ ได้มาบรรพชาได้มาอุปสมบทเพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

การทำอะไรต้องทำให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ๓ อาทิตย์ขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล

 

การบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนของเช้าวันศุกร์นี้ก็สมควรแก่เวลา ขอยุติการบรรยายไว้เพียงเท่านี้

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 113,312