๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
วันนี้เป็นวันอังคารที่ ๑๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบายเพื่อตั้งใจฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเราจะได้รู้ได้เข้าใจ เพื่อเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไปใช้เอาไปปฏิบัติ เพื่อเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย
พระธรรมพระวินัยนั้นคือหน้าที่ของเราทุก ๆ คน ธรรมะคือหน้าที่ของเรา หน้าที่คือธรรมะ เอาปัจจุบันที่เกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความสงบกับความสุขนี้อันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสงบเราก็มีความสุข
พระธรรมพระวินัยจะสาเหตุให้เกิดความสุขให้เกิดความสงบพระธรรมพระวินัยนี้จะหยุดความฟุ้งซ่าน จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน พระธรรมพระวินัยนี้จะหยุดเรื่องอดีตจะยกเลิกเรื่องอนาคต ปัจจุบันนี้พระธรรมพระวินัยนี้จะเป็นสาเหตุให้ว่างจากตัวจากตน พระธรรมพระวินัยนี้คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย
ให้เรารู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้จะหยุดตัวหยุดตน หยุดสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงต้องเคารพในพระธรรมพระวินัย เพราะเหตุผลว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือกฎแห่งกรรม เพื่อจะมาหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราต้องรู้เข้าใจ จะไปทำอะไรจากความไม่รู้ไม่เข้าใจ จะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้
ความเคารพในพระธรรมในพระธรรมพระวินัยนั้นจึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ เราจะเกิดความสงบได้ก็ต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย
ด้วยเหตุผลนี้เราจะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นถึงเป็นการทำไม่ได้ ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ อาศัยพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำอย่างน้อยต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไป คือ ๒๑ วัน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน จะได้เดินไปข้างหน้าไม่ถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม
พระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะเหตุผลว่าพระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความสงบและความสุขนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจในเรื่องกรรม ในเรื่องกฎแห่งกรรม และผลของกรรม พระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อให้เราได้หยุดกรรม หยุดกฎแห่งกรรม หยุดเรื่องผลของกรรม
ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยในข้อวัตรกิจวัตรนั้นจึงสาเหตุให้หยุดเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม หยุดเรื่องผลของกรรม ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ จะไม่ได้เป็นสีลัพพัตตรปรามาส ไม่ได้ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ
ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยในพระรัตนตรัย นี้ไม่ใช่การยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยนี้เป็นการมายกเลิกความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยในข้อวัตรกิจวัตร เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เป็นความรู้ที่เราจะเอามาใช้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ถ้าเรารู้เข้าใจ เราไม่เอามาใช้ไม่เอามาปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนั้นก็จะเป็นเพียงปรัชญา เป็นเพียงจิตวิทยา
การประพฤติการปฏิบัติใจการฝึกใจนั้นถึงมาปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทมาปฏิบัติที่อาชีพ เพราะใจของเราทุก ๆ คนนั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจถึงต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ
ให้เราพากันรู้พากันเข้าใจ การปฏิบัติภายนอกนั่นแหละคือการปฏิบัติภายใน สติปัฏฐานทั้ง ๔ ที่รู้กายในกาย รู้เวทนาในเวทนา รู้จิตในจิต รู้ธรรมในธรรม ก็เพราะเหตุผลว่า สิ่งภายนอกกับสิ่งภายในมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน
การปฏิบัติใจจึงต้องมาปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้
การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะเข้าถึงความวิเวก วิเวกทางกาย ทางวาจา ทางกิริยามารยาท ทางอาชีพ ใจของเราถึงจะสงบ
ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ คิดว่าอะไรก็อยู่ที่ใจ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้ถึงเป็นเพียงปรัชญา เป็นเพียงจิตวิทยา ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้มันแก้ปัญหาไม่ได้ มันดับทุกข์ไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เธอทั้งหลายจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด
พรหมจรรย์นั้นหมายถึงความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ การปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพถึงจะเข้าสู่จิตวิเวก ถึงจะเข้าสู่อุปธิวิเวก
ที่เราพากันคิดว่าทุกอย่างนี้อยู่ที่ใจเลยไม่มีการประพฤติไม่มีการปฏิบัติ เราเลยพากันเป็นเพียงนักปรัชญาเป็นเพียงนักจิตวิทยา เลยแก้ปัญหาไม่ได้
ความรู้ถึงคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ให้ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่อง ความเคารพกับการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นถึงจบลงได้ที่ปัจจุบัน จบลงด้วยความรู้ความเข้าใจ จบลงด้วยพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติ
สติสัมปชัญญะเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความรู้เรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องดีเรื่องชั่ว สติสัมปชัญญะนั้นคือตัวผู้รู้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้เอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
ความรู้ความเข้าใจนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอามาใช้เอามาปฏิบัติในปัจจุบัน ปัจจุบันเราจะไม่ได้เป็นเพียงนักปรัชญานักจิตวิทยา
ความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยเอามาใช้เอามาปฏิบัติ ถึงจะหยุดสัญชาตญาณที่เวียนว่ายตายเกิดได้
สติสัมปชัญญะนี้ถึงเป็นตัวสำคัญ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้พระธรรมพระวินัยได้ทำงานติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เพื่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะได้จบลงที่ปัจจุบันจบลงที่ผัสสะด้วยพระธรรมพระวินัย ด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราเป็นประชาชนคนไม่ได้บวชก็ต้องรู้ต้องเข้าใจ เราเป็นนักบวชก็ต้องรู้เข้าใจ ทั้งประชาชนคนไม่ได้บวช ทั้งนักบวชก็ใช้หลักการเดียวกันนี้เอง ประชาชนทานอาหาร นักบวชฉันภัตตาหารมันก็อย่างเดียวกัน ประชาชนนอนพักผ่อน นักบวชจำวัดมันก็อย่างเดียวกัน
ธรรมวินัยที่เป็นกฎของกายวาจากิริยามารยาทอาชีพก็มารวมอยู่ที่ใจ ที่ใจรู้ใจเข้าใจ ประชาชนทุกคนทั้งผู้ที่บวชผู้ที่ไม่ได้บวชก็ใช้หลักการอย่างเดียวกันนี้เอง
การทานอาหารที่เราบริโภคอาหารนี้เป็นอาหารทางร่างกาย เรานอนเราพักผ่อนนี้เป็นอาหารทางร่างกาย พระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่ยกเลิกนิติบุคคลตัวตนนี้เป็นอาหารทางจิตใจ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้เข้าใจ รู้จักให้อาหารกาย รู้จักให้อาหารใจ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องให้อาหารทั้งทางกายให้อาหารทั้งทางใจไปพร้อม ๆ กัน
ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี ทำความดีเพื่อความดีนี้จะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนี้จะเป็นขั้วบวกขั้วลบ
พระธรรมพระวินัยถึงเป็นการหยุดอัธยาศัย ถึงเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ เป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
การประพฤติการปฏิบัติใจนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจเพราะใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การปฏิบัติใจจึงต้องไปปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทที่อาชีพ การประพฤติการปฏิบัติเราถึงต้องรู้ต้องเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งใจไม่ได้ ภาชนะใดที่จะใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่ล้มภาชนะที่คว่ำเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้
ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยข้อวัตรกิจวัตรนั้นเป็นความตั้งใจตั้งเจตนา ความตั้งใจตั้งเจตนาเป็นสาเหตุให้เราไม่มองข้ามกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เป็นสาเหตุไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท ทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบันถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท
ปัจจุบันเราต้องไม่ประมาททางกายทางวาจาทางกิริยามารยาททางอาชีพเอากายของเราทำหน้าที่มาทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เอาวาจากิริยามารยาทมาทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เอาอาชีพมาทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ด้วยอาศัยความตั้งใจตั้งเจตนา เพราะการประพฤติการปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เกิดจากความตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตน มาอาศัยพระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนเราต้องรู้ต้องเข้าใจ อาศัยความรู้ความเข้าใจ ไม่ตั้งอยู๋ในความประมาท ความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง.ของเมืองไทยประเทศไทย
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา การปฏิบัติภายนอกนั้นแหละคือปฏิบัติทางจิตใจ การปฏิบัติกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั่นแหละคือการปฏิบัติทางจิตใจ ใจของเราต้องรู้ต้องเข้าใจ
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราตั้งใจทำความดีเพื่อความดี มีความสุขในการทำความดี มีความตั้งมั่นในการทำความดี การทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะ
เราเป็นนักบวชเราไม่ได้บวชก็ใช้ความรู้ความเข้าใจ เราเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติอย่างเดียวเช่นเดียวกัน คือมาหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน เป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู ตัวสูของสู
พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นธรรมะเป็นธรรมนูญ พระธรรมพระวินัยนั้นถึงเป็นพระนิพพาน พระนิพพานคือความดับทุกข์ ธรรมนูญคือความดับทุกข์ พระนิพพานกับธรรมนูญนั้นมันคือสิ่งเดียวกัน
ความรู้ความเข้าใจ ฆราวาสผู้ครองเรือนก็ต้องเอาธรรมนูญมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ นักบวชก็ต้องเอาธรรมนูญมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะธรรมนูญนั้นคือกรรม คือกฎแห่งกรรม คือผลของกรรม ธรรมนูญนั้นถึงเป็นทางสายกลางระหว่างทางวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจ พระธรรมนูญนั้นคือกรรม คือกฎแห่งกรรม แล้วจะเป็นผลของกรรม
ชาติศาสน์กษัตริย์ เราต้องรู้เข้าใจ ชาติศาสน์กษัตริย์ได้แก่ธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ เป็นความรู้ความเข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงพากันมารู้ธรรมนูญ รู้รัฐธรรมนูญ เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เอาธรรมนูญนำชีวิต
เพราะเหตุผลว่าธรรมนูญนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน
เมื่อเรารู้เมื่อเราเข้าใจ ประพฤติปฏิบัติต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนนั้นหยุดสัญชาตญาณได้ด้วยธรรมนูญด้วยรัฐธรรมนูญ
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้เราตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ให้มองข้ามความรู้สึกนึกคิด ไม่มองข้ามกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ต้องตั้งใจตั้งเจตนา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัย ไม่ลูบคลำในศีลในพรตในข้อวัตรข้อปฏิบัติ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เพื่อเราทุกคนจะได้ผ่านสัญชาตญาณ เพราะสัญชาตญาณนั้นมันกดดันเราทุก ๆ คน เราทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนให้ได้
รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณนั้นคือสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกคนต้องผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมพระวินัย ด้วยความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัย
ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะเราถึงจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราพากันเจริญสติสัมปชัญญะ มีความสุขในการทำหน้าที่มี มีความสุขในการเจริญสติสัมปชัญญะ ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะมาก ๆ มีสติสัมปชัญญะติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นจะค่อย ๆ ลดลงด้วยความรู้ความเข้าใจ ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นจะเป็นสัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ
เราทุกคนจะข้ามสัญชาตญาณ จะหยุดสัญชาตญาณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนรู้จักเหตุรู้จักปัจจัย ว่าปัจจุบันนี้มีเพียงหนึ่งเดียว ปัจจุบันไม่มีสอง พระธรรมพระวินัยนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียว ความปรุงแต่งนี้เป็นขั้วบวกขั้วลบ ความปรุงแต่งนั้นไม่ใช่ตำแหน่งเดียว
พระธรรมพระวินัยนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นให้เราเข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นไม่ใช่ขั้วบวกขั้วลบ ความยึดมั่นถือมั่นไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนไม่หวั่นไหว เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทุกคนจะได้อบรมบ่มอินทรีย์เอาความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง
เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นเราต้องยึดมั่นถือมั่นเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราคิดดูดี ๆ นะ เราทุกคนจะมีสมาธิมีความตั้งใจสัก ๕ นาทีนี้ก็เป็นไปได้ยาก เพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องของการประพฤติการปฏิบัติ เรายังไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ เรายังไม่ทำหน้าที่ของเราให้มีความสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ความปรุงแต่งนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ
ผู้เจริญสติเจริญสัมปชัญญะต้องรู้ต้องเข้าใจ จะได้มีความสุขในการทำหน้าที่ เช่น เราทำงาน เรามีความสุขกับการทำงาน การทำงานนั้นก็จะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูล ถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
อย่างเรานั่งสมาธิ เราก็มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการหายใจเข้า มีความสุขในการหายใจออก มีความสุขในการหายใจเข้าสบาย มีความสุขในการหายใจออกสบาย มีความสุขในการหายใจเข้าว่ามันไม่แน่ไม่เที่ยง มันเข้าไปแล้วออกมา มีความสุขในการหายใจเข้าหายใจออกว่านี้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เป็นเพียงอาคันตุกะสัญจรไปมาชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้แหละเป็นการทำความดีเพื่อความดี ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ การทำงานเพื่อความอยากความต้องการ การทำสมาธิก็เพื่อความอยากความต้องการ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ความอยากความต้องการนี้คือสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราทำงานเพื่องาน ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจในหน้าที่ หน้าที่นั้นเป็นการทำความดีเพื่อความดี ความดีนั้นถึงจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เพื่อจะไม่ได้เอาความหลงนำชีวิต ไม่เอาความผิดนำชีวิต
เราจะได้รู้เข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงจะผ่านสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลผ่านตัวตนไปได้ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นที่มีปัญหาที่เป็นปัญหา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็จะเป็นปัญญาที่เราจะต้องมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ
พระนิพพานนั้นถึงอยู่ที่หน้าที่ หน้าที่นั้นถึงเป็นพระนิพพาน พระนิพพานกับธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญนั้นถึงเป็นสิ่งเดียวกัน เป็นความรู้ความเข้าใจเรื่องชาติศาสน์กษัตริย์
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ท่านให้เรารู้ว่าพระธรรมพระวินัยที่เรารู้เข้าใจให้เรามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เพราะหน้าที่นั้นมันจะเป็นพระนิพพาน หน้าที่นั้นจะเป็นสาเหตุให้เราหยุดสัญชาตญาณ เราข้ามพ้นสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงก็จะมีแต่คุณไม่มีโทษ ความแก่ก็จะเป็นคุณ ความเจ็บก็จะเป็นคุณ ความตายก็จะเป็นคุณ ความพลัดพรากก็จะเป็นคุณ การที่รู้อริยสัจ ๔ คือรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ รู้เข้าใจ ไม่เข้าไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพตามความเป็นจริง เป็นการคืนอธิปไตยให้กับธรรมชาติให้กับความเป็นจริง ไม่ไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ไปแสวงหาในสิ่งที่ไม่มี ถึงจะเกิดหลายล้านชาติหลายล้านปีนั้นก็ย่อมแก้ปัญหาไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ จะปล่อยให้ตัวเองไปตามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นเราต้องยึดมั่นถือมั่นเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ด้วยทุกคนนั้นย่อมตั้งอยู่ในความไม่ประมาท การตรึกในกามนั้นถึงไปตรึกในกามไม่ได้ การไปตรึกในพยาบาทนั้นถึงไปตรึกไม่ได้
การที่เราขอโอกาสขอเวลานั้นถึงเป็นการขอโอกาสขอเวลาไม่ได้ ปัจจุบันถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะปัจจุบันนั้นมันคือตำแหน่ง ตำแหน่งยืนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งเดินก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั่งก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนอนก็ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งกายวาจากิริยามารยาทมันคือตำแหน่งเดียว ปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจ เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณ เพื่อจะได้ก้าวล่วงพ้นสัญชาตญาณ เราต้องรู้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว
ด้วยเหตุผลนี้ทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ จะไปง่อนแง่นคลอนแคลน ทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องผ่านสัญชาตญาณไปให้ได้ ความกลัวนี้เป็นอาการของตัวตน ความกลัวนี้สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน สัญชาตญาณในวัฏฏสงสารคือความกลัวตาย ระแวงภัย และสืบพันธุ์ นี้เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราทุกคนต้องรู้ว่า ความกลัวนี้มันเป็นสัญชาตญาณเป็นเครื่องหมายของตัวเอง ความระแวงภัยนี้เป็นเครื่องหมายของนิติบุคคลตัวตน เอาตัวตนเป็นที่ตั้งนี้คือการสืบพันธุ์ เป็นการดำรงเผ่าพันธุ์
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราทุกคนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราข้ามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องรู้จักสัญชาตญาณ สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะมีความกลัว มันจะมีความระแวงภัย มันมีความยึดมั่นถือมั่นเป็นนิติบุคคลตัวตน มีความสำคัญมั่นหมายว่าเราเป็นผู้หญิงเป็นผู้ชาย เป็นคนแก่คนเฒ่าคนชรา เป็นคนดีกว่าเค้าเก่งกว่าเค้ารวยกว่าเค้ามีอำนาจมากกว่าเค้าหรือว่าเสมอเขาหรือสู้เขาไม่ได้
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนเราต้องรู้เข้าใจ สัญชาตญาณนั้นจะจบลงได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้เราจะเอามาใช้ด้วยการเจริญสติสัมปชัญญะ ถ้าเราไม่ไปปรุงแต่งให้เป็นขั้วบวกขั้วลบ ความกลัวนั้นก็ย่อมไม่มี ถ้าเราไม่มีความปรุงแต่งความระแวงภัยของเรานั้นก็ไม่มี ถ้าเราไม่มีความปรุงแต่ง เรื่องของกามเรื่องของพยาบาทนั้นก็ย่อมไม่มี
ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ
สติสัมปชัญญะนั้นจะหยุดความปรุงแต่ง สติสัมปชัญญะนั้นจะเป็นความดับทุกข์ ความดับทุกข์ความไม่มีทุกข์มันคือความสุข ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ความเคารพที่ไม่เข้าไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพ มันจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ เป็นสาเหตุไม่เป็นนักรบ เป็นสาเหตุให้ไม่มีสงคราม สงครามในตัวของความไม่รู้เอง สงครามระหว่างภายนอกภายใน สงครามในครอบครัว สงครามขยายวงกว้างออกไปหมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดเมืองหลวง สงครามภายในประเทศ สงครามต่างประเทศ สงครามโลก สงครามนั้นคือความไม่สงบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าใจ พระอรหันต์ขีณาสพผู้ฟังพระธรรมเทศนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ที่เป็นพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นศาสนกิจของพระอรหันต์
เราทุกคนก็ทำได้ปฏิบัติได้อย่างเดียวเช่นเดียวกัน ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติไม่ได้ก็ได้แก่คนที่ตายไปคนที่ละสังขารไปแล้ว คนที่เป็นบ้าคนที่เสียจริต เอาตัวตนนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิตจนเป็นบ้าเป็นคนบ้า คนที่ไม่ยกเลิกตัวไม่ยกเลิกตน เอาตัวตนเป็นที่ตั้งผู้นั้นก็ปฏิบัติไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องของทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ด้วยเหตุผลว่า ทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ เพราะเรามีลมปราณอยู่ทุกคนนั้นย่อมประพฤติย่อมปฏิบัติได้
เราทุกคนต้องหยุดสัญชาตญาณที่เป็นความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป เราต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยพระธรรมด้วยพระวินัยที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะปล่อยให้ตัวเองเวียนว่ายตายเกิดที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนได้อย่างไร
สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นจะยกเลิกได้ด้วยพระธรรมพระวินัย ด้วยอาศัยข้อวัตรกิจวัตร
เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็ไม่มีอยู่แล้ว เราต้องรู้เข้าใจว่าตำแหน่งนั้นมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็จะไม่มี
ความสุขความดับทุกข์ที่หยุดสัญชาตญาณนั้นถึงอยู่ที่การทำหน้าที่ด้วยอาศัยพระธรรมอาศัยพระวินัย ความสุขนั้นมันมีเพียงตำแหน่งเดียว ถ้าเรามีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความทุกข์นั้นก็จะไม่มี
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การทำหน้าที่ที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ให้รู้เข้าใจการทำหน้าที่นั้นจะเป็นพระนิพพานอยู่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้าที่พระแสดงธรรมว่าพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ
พระนิพพานอยู่ที่รู้เข้าใจ พระนิพพานนี้อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะความดับทุกข์มันมีเพียงตำแหน่งเดียวอยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้พระนิพพานถึงไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นถึงจบลงที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านถึงตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
