๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑๖ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงาน ไปให้ทานฟังธรรมรักษาศีลประพฤติปฏิบัติธรรมะ

 

มนุษย์เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพื่อเอาความรู้เอาไปใช้เอาประพฤติเอาไปปฏิบัติ

 

อดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ เพื่อเอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

สัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตนมีกับเราทุก ๆ คน

 

 เราทุกคนต้องรู้เข้าใจต้องมาหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

พระธรรมพระวินัยนั้นเราต้องเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เราทุกคนจะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ จะไปทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยนั้นไม่ได้

 

เราจะไปปล่อยไปตามสัญชาตญาณ สัญชาตญาณได้แก่รักความสุข เกลียดทุกข์ ระแวงภัย ต้องการสืบพันธุ์ เราไปปล่อยตามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนอย่างนี้ไม่ได้

 

เราทุกคนต้องรู้สัญชาตญาณที่มันเป็นนิติบุคคลตัวตนที่เรามีความยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เรารู้เข้าใจ เพราะทุกอย่างนั้นเป็นกรรม เป็นกฎแห่งกรรม เป็นผลของกรรม

 

พระธรรมพระวินัยที่เป็นอุปกรณ์ที่เราจะเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นเราต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

ใจของเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจการปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยาที่มารยาท ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยความตั้งใจด้วยเจตนา

 

ใจของเรานั้นมันเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ตัวตนนั้นมันติดความสุข ตัวตนนั้นไม่อยากเสียสละ ตัวตนนั้นมันอยากทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

พระธรรมพระวินัยเป็นอุปกรณ์ที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคล เพื่อประพฤติปฏิบัติให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ธรรมวินัยเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้จะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าพระธรรมพระวินัย เราต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

เพื่อยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ตัวตนนั้นมันเป็นขั้วบวกมันเป็นขั้วลบ พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดขั้วบวกขั้วลบ  พระธรรมพระวินัยนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เข้าถึงความว่างจากที่เป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราจะไปปล่อยใจของเราตามสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นไม่ได้

 

เราต้องหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลตัวตนด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ด้วยการประพฤติด้วยการปฏิบัติ

 

ทานศีลสมาธิภาวนาวิปัสสนา เราทุกคนต้องเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ความเคารพในพระธรรมในพระวินัยเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ พระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมพระวินัย

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ถ้าเราไม่มีความเคารพ ความสงบนั้นก็จะไม่มี

 

การที่เราเอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิตนั้น นี้คือความไม่เคารพต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เคารพในพระธรรมในพระวินัย นี้คือเราได้ปล่อยตัวเองให้ไปตามสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

ธรรมะนั้นให้เราเข้าใจ ธรรมะนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติจะไปตรึกนึกคิดในเรื่องของกาม จะไปตรึกนึกคิดในเรื่องของพยาบาทนั้นไม่ได้ เพราะการไปตรึกนึกคิดในเรื่องของกามของพยาบาทนั้นคือความไม่เคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ปฏิปทาในการประพฤติในการปฏิบัติของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนให้เราประพฤติปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอะไรที่ติดต่อต่อเนื่องนั้นถึงจะได้ผล ถ้าไม่ติดต่อต่อเนื่องมันก็จะเป็นการเดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาอยู่ที่เดิม

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนถึงตั้งอยู่ในความประมาทไม่ได้ ความประมาทนั้นมันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ เราทุกคนนั้นเป็นสามัญชน ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า ยังไม่ใช่พระอรหันต์

 

เรายังเป็นผู้ที่เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิต ชีวิตของเรากำลังตกอยู่ในอันตราย ตกอยู่ในสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความเป็นนิติบุคคลตัวตนนั่นแหละคืออันตราย

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจ ความยึดมั่นในพระธรรมในพระวินัยนั้นไม่ใช่สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ตัวตนที่มันรักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัย มีความต้องการในการสืบพันธุ์

 

การยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยที่เอาพระธรรมพระวินัยเป็นข้อวัตรกิจวัตร จึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ที่ว่าให้ปล่อยวาง หมายถึงให้ปล่อยวางสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน

 

เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจเราจะพากันไปปล่อยวางพระธรรมพระวินัย ไปปล่อยวางข้อวัตรข้อปฏิบัติ คำว่าปล่อยวางนี้หมายถึงปล่อยวางสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน ไม่ใช่ไปปล่อยวางพระธรรมพระวินัยข้อวัตรกิจวัตร

 

พระธรรมพระวินัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้เราทุกคนยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัย นั่นจะเป็นเหตุปัจจัยได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เราทุกคนส่วนใหญ่ ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ไม่เข้าใจ ไปปล่อยวางพระธรรมพระวินัย ไปปล่อยวางพระธรรมพระวินัยเลยไม่มีการประพฤติ เลยไม่มีการปฏิบัติ

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจในพระธรรมพระวินัย การประพฤติการปฏิบัติเพื่อจะเอา เพื่อจะมี เพื่อจะเป็น การปฏิบัติเพื่อจะเอาเพื่อจะมีเพื่อจะเป็นนี้มันเป็นขั้วบวกขั้วลบ นี้ไม่ใช่พระธรรมไม่ใช่พระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้มันเป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน

 

๙๙ เปอร์เซ็นต์ของมนุษย์ยังไม่รู้ไม่เข้าใจ ได้เอาสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนำชีวิต

 

การเรียนรู้เพื่อเอาความรู้ไปใช้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าความรู้ความเข้าใจเป็นสาระที่สำคัญ เรามีตาทางร่างกาย มีตาทางจักษุนั้นไม่เพียงพอ เราต้องมีตาปัญญาจากการเรียนจากการศึกษา เพื่อรู้เพื่อเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นจะเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐินี้เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมีได้

 

เราจะยากจนก็มาจากเหตุจากปัจจัย เราจะรวยก็มาจากเหตุจากปัจจัย เราจะเวียนว่ายตายเกิดที่ไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้นก็มาจากเหตุจากปัจจัย เราจะหยุดเวียนว่ายตายเกิดก็มาจากเหตุจากปัจจัย

 

ความรู้ความเข้าใจถึงเป็นสาระสำคัญ การที่เราไปเรียนหนังสือเพื่อไปเอาใบประกาศ เพื่อวัดระดับความรู้ของการเรียนการศึกษา ว่าความรู้ความเข้าใจของเราได้มาตรฐาน เค้าจะสร้างบ้านสร้างเรือนสร้างประเทศเค้าต้องวัดความสั้นความยาว ความสูงความต่ำ วัดน้ำหนัก

 

การเรียนการศึกษานั้นเป็นการวัดความรู้ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำ ถ้าความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นจะไม่หลงไม่ลืม ถ้าเป็นความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม

 

เพราะความจำนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ตั้งอยู่ในความไม่แน่ไม่เที่ยง ถ้าความรู้ความเข้าใจ ความรู้นั้นจไม่หลงลืม

 

ด้วยเหตุผลนี้การเรียนการศึกษาก็เพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อความจำเพื่อรับเอาใบประกาศนียบัตร

 

ความรู้ความเข้าใจ เราทุกคนถึงเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ การเรียนการศึกษาของเราถึงจะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการทำงานเพื่องาน ไม่ใช่การทำงานเพื่อความอยากความต้องการ การทำงานเพื่องานนั้นจะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ การทำงานเพื่อความอยากต้องการนั้นจะเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราเรียนเราศึกษาเราต้องให้รู้ให้เข้าใจในเรื่องของเหตุในเรื่องของปัจจัย การเรียนการศึกษานั้นจะไม่ได้เป็นเพียงนักปรัชญานักจิตวิทยา

 

การเรียนการศึกษาของเราก็เพื่อหยุดสัญชาตญาณ ยกเลิกสัญชาตญาณ เพื่อเอาความรู้มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนถึงมารู้มาเข้าใจ เพื่อจะหยุดสัญชาตญาณความยึดมั่นถือมั่นในนิติบุคคลตัวตนนั้นให้ได้ ให้รู้เข้าใจว่าสิ่งภายนอกกับสิ่งภายในนั้นคือสิ่งเดียวกัน ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจเราก็จะไปปล่อยวางภายนอก เราก็จะไปทิ้งพระธรรมทิ้งพระวินัย ที่เราไปทิ้งพระธรรมพระวินัยนั้นมันเป็นเพียงนักปรัชญานักจิตวิทยา

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราคิดดูดี ๆ นะ ที่เราพากันคิดว่าทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ คิดอย่างนั้นไม่ได้นะไม่ถูกต้องนะ

 

ถ้าเราคิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจทำไมเราถึงทานอาหารอยู่ ทำไมเราถึงฉันข้าวอยู่ ทำไมเราไม่พูดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจไม่ต้องทานอาหารไม่ต้องฉันภัตตาหาร

 

ความรู้ความเข้าใจจึงต้องมาปฏิบัติทางกายทางวาจาทางกิริยามารยาททางอาชีพด้วยความตั้งใจตั้งเจตนา ภาชนะที่ใช้งานได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ถึงจะใช้งานได้ ภาชนะที่คว่ำภาชนะที่ล้มเป็นภาชนะที่งานไม่ได้

 

นักปรัชญานั้นแก้ปัญหาไม่ได้ นักจิตวิทยานั้นแก้ปัญหาไม่ได้ ธรรมเหล่าใดที่เป็นไปเพื่อสัญชาตญาณรักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัยต้องการสืบพันธุ์ ที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่เกิดวัฏฏสงสารหมุนรอบตัวเองเป็นวงกลมเป็นโลกหมุนรอบตัวเอง หมุนรอบดวงอาทิตย์

 

ความไม่รู้ไม่เข้าใจจึงหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตนนั้นไม่ได้

 

เราเรียนเราศึกษาเรื่องเหตุเรื่องผล เพื่อให้รู้ทางวิทยาศาสตร์ทางวัตถุ วิทยาศาสตร์ทางจิตใจ เพื่อจะหยุดเพื่อจะยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน สัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนนั้นคืออบายภูมิ ได้แก่ เปรต ยักษ์ มาร อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นความทุกข์เป็นนรกหลุมต่าง ๆ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตนให้ได้

 

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันที่เราต้องทำงานเสียสละสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน ต้องเอาการทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม เอาการปฏิบัติธรรมเป็นการทำงาน เพื่อเอาวิทยาศาสตร์กับทางจิตใจไปพร้อม ๆ กัน ใจกับวัตถุต้องไปพร้อม ๆ กัน

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องหยุดอัธยาศัย ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อตัวเพื่อตน เป็นไปเพื่อสัญชาตญาณ รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัย มีความต้องการในการสืบพันธุ์ เราจะหยุดได้ก็ด้วยความรู้ความเข้าใจ เอาการทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม เอาการปฏิบัติเป็นการทำงาน ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กันทั้งทางวัตถุและจิตใจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราจะไม่ได้แยกการทำงานออกจากการปฏิบัติธรรม เราจะไม่ได้แยกการปฏิบัติธรรมออกจากการทำงาน ถ้าเราไปแยกกันเมื่อไหร่ก็ย่อมเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราจะได้มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็มีความทุกข์กับการประพฤติกับการปฏิบัติ ถ้าเรารู้เราเข้าใจเราก็ย่อมมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ความสุขนั้นก็มีเพียงตำแหน่งเดียว ความทุกข์นั้นก็มีอยู่ตำแหน่งเดียว ตำแหน่งนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ตำแหน่งยืนเดินนั่งนอนกินดื่มคำพูดกิริยามารยาทต่าง ๆ มีเพียงตำแหน่งเดียว ไม่มี ๒ ตำแหน่ง การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราต้องรู้ต้องเข้าใจ การกระทำนั้นเราต้องรู้เข้าใจ ต้องมีความสุขในการทำหน้าที่ ถ้าเรามีความสุขในการทำหน้าที่ความทุกข์นั้นก็ย่อมไม่มี จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขใหม่เกิดขึ้นมายิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

การประพฤติการปฏิบัติที่เรารู้เราเข้าใจ จะเป็นการเดินไปข้างหน้าไม่ถอยกลับมาที่เก่าที่เดิม จะเดินไปข้างหน้า การประพฤติการปฏิบัตินั้นจะหยุดกาลจะหยุดเวลา จะไม่มีขั้วบวกขั้วลบ จะเป็นความสุข ความสุขกับความสงบมันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าเรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความสงบนั้นก็จะมีเป็นเงาตามตัว ถ้าเรามีความเคารพในพระธรรมพระวินัย มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติความสงบนั้นก็จะเป็นเงาตามตัว

 

เราทุกคนส่วนใหญ่ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ไม่เข้าใจจึงได้เอาสัญชาตญาณที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัยยินดีในการสืบพันธุ์ นี้มันเป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ด้วยเหตุนี้ มงคล ๓๘ ในเรื่องการเรียนการศึกษา การเรียนการศึกษาเป็นการเอาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร เป็นการเอาพระอรหันต์ขีณาสพเป็นกัลยาณมิตร เป็นการเอาพระธรรมเอาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่เป็นกัลยาณมิตร เป็นการเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมารู้มาเข้าใจนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือพระอรหันต์ขีณาสพ

 

พระธรรมพระวินัยคือเหตุคือปัจจัยที่จะหยุดสัญชาตญาณยกเลิกสัญชาตญาณที่รักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัยยินดีในการสืบพันธุ์

 

ความรู้ความเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนี้คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มงคล ๓๘ ตรัสว่า อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา

 

พ่อแม่ญาติพี่น้องสายโลหิตก็ยังไม่สำคัญเท่ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ญาติทางสายโลหิตนั้นยังไม่สำคัญเท่ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่สำคัญเท่ากับพระอรหันต์ขีณาสพ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัย เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ

 

เพื่อหยุดสัญชาตญาณที่รักความสุขเกลียดความทุกข์ระแวงภัย ยินดีในการสืบเผ่าพันธุ์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราจะได้ยกเลิกสัญชาตญาณ เราต้องรู้เข้าใจ เราไปแสวงหาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ รักความสุข ไม่ชอบความทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์

 

นี้คือการแสวงหาความทุกข์ให้กับตัวเอง เลยเป็นความทุกข์ได้เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป ความทุกข์ใหม่เกิดขึ้นมาที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องของความทุกข์

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจ สายโลหิตทางร่างกายเราก็ต้องพัฒนา ใจที่เป็นส่วนปัญญาสัมมาทิฏฐิเราก็ต้องพัฒนา ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อม ๆ กันเสมอกัน เพื่อความรู้ความเข้าใจ เพื่อเป็นคนทันโลกทันสมัย

 

ความกตัญญูกตเวทีเป็นสมบัติของผู้ดีเป็นสมบัติของคนดี เราเอาความหลงนำชีวิต เอาสัญชาตญาณที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ ยังไม่จัดว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวที ยังไม่จัดว่าเป็นคนดีเป็นคุณสมบัติของผู้ดี

 

ความกตัญญูกตเวที เราต้องเอาทั้งวิทยาศาสตร์ เอาทั้งปัญญาไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลางเพื่อหยุดสัญชาตญาณที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัย ยกเลิกวัฏฏสงสารที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน

 

เอาความรู้ความเข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยมามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดสัญชาตญาณ เพื่อให้ปัญญากับความสงบได้เดินทางควบคู่กันไป

 

ความรู้ความเข้าใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็ดับทุกข์ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความรู้ความเข้าใจของพระอรหันต์นั้นก็ดับทุกข์ของพระอรหันต์

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติให้กันได้ สัญชาตญาณที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์ ตัวของเราต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อจะได้เอาความรู้มาคู่กับการประพฤติมาคู่กับการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ

 

ความกตัญญูกตเวทีนั้นถึงเป็นสมบัติของคนดีของผู้ดี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ นะ เราเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาประพฤติมาปฏิบัติที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่เป็นสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่รักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัยยินดีในการสืบพันธุ์นั้นจึงไม่ใช่ความกตัญญูกตเวทีไม่ใช่คนดีไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ดี

 

เราปล่อยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพไปตามสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น รักความสุขไม่ชอบความทุกข์ ระแวงภัย ยินดีในการสืบพันธุ์นี้ถึงไม่ใช่ความกตัญญูกตเวที

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในเรื่องกตัญญูกตเวที เราคิดดี ๆ พูดดี ๆ กิริยามารยาทดี ๆ อาชีพดี ๆ ที่ยกเลิกสัญชาตญาณที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัย ไม่ยินดีในความหลงหรือว่าไม่ยินดีในการสืบพันธุ์ เพราะมารู้มาเข้าใจ ว่าญาติสายโลหิตที่เป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มีทั้งคุณมีทั้งโทษ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้กตัญญูกตเวทีต่อธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ว่าเราจะไม่ต้องไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของธรรมชาติของความเป็นจริง

 

เราไม่อยากให้แก่ให้เจ็บให้ตายให้พลัดพรากนั้นแหละคือความไม่กตัญญูกเตวที นี้แหละคือไม่มีคุณสมบัติของผู้ดีไม่ใช่คนดี

 

การที่เราไปก้าวก่ายหรือว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพของธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มันคือความไม่ถูกต้อง นี้คือเรายังไม่รู้ไม่เข้าใจ จะให้สิ่งที่มันเป็นไปได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากนี้เป็นธรรมชาติของธรรมชาติในสิ่งทีมีอยู่

 

เราต้องรู้เข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราลิดรอนสิทธิเสรีภาพของความเป็นจริง เราจะได้กตัญญูกตเวที มันทุกข์ตั้งแต่กายก็พอ เราอย่าไปซ้ำเติม ล้มแล้วอย่าไปซ้ำเติม มันไม่ถูกต้อง เรารู้เข้าใจ เราทั้งหลายจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เหมือนคติธรรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านให้เรารู้เข้าใจในเรื่องอริยสัจสี่ ให้เรารู้ทุกข์... เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เราอยากได้มากมันก็ไม่มาก เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อย เพราะมันเป็นอย่างนั้น เรารู้เข้าใจ เราต้องเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้พระธรรมพระวินัยจึงเป็นเหตุปัจจัยให้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่รักสุขเกลียดทุกข์ระแวงภัยมีความต้องการในการสืบพันธุ์

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยคือการยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น เป็นความหมายหยุดยกเลิกสัญชาตญาณที่เรารักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัยมีความต้องการในการสืบพันธุ์

 

พระธรรมพระวินัยคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจเพื่อจะได้หยุดสัญชาตญาณแห่งความเป็นนิติบุคคลตัวตน ด้วยเหตุผลนี้เราถึงเอาสัญชาตญาณนำชีวิตไม่ได้ เราเอาความเกียจคร้านนำชีวิตไม่ได้ เราต้องหยุดสัญชาตญาณด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมพระวินัย เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัติของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นก็จะเป็นออกซิเจนไปในตัว เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปในตัว

 

ความสุขความดับทุกข์นั้นจะเป็นธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญ ธรรมนูญกับพระนิพพานนั้นมันคืออันหนึ่งอันเดียวกันนะ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราต้องรู้เข้าใจ ทุกคนนั้นทำได้ปฏิบัติได้ ธรรมะนั้นเป็นสากล

 

เราต้องหยุดตัวเองด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ ตั้งมั่นในสัมมาสมาธิเพื่อให้ปฏิปทาของเราติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

เราทำหน้าที่ของเราให้มีความสุข พระธรรมพระวินัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นพระนิพพาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนพากันรู้เข้าใจจะได้หยุดสัญชาตญาณที่รักความสุขไม่ชอบความทุกข์ระแวงภัยยินดีในการสืบพันธุ์ ให้เรารู้เข้าใจ จะได้มีความเห็นถูกต้อง มีความตั้งมั่น ถือเอาปัจจุบันนี้เป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันนี้เป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสปัจฉิมโอวาทก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานเพื่อไม่ให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความประมาท เพื่อหยุดสัญชาตญาณของตัวของเราเอง เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องสายน้ำ

 

การทำอะไรต้องให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ อย่างน้อยต้องใช้เวลา ๓ อาทิตย์ขึ้นไปทางฝ่ายรูปธรรมนามธรรมนั้นถึงจะได้ผลเห็นผล

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น’

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

Visitors: 115,890