๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

 

ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม

 

ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย    ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๘ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันนี้... คำว่าวันหมายถึงปัจจุบัน ปัจจุบันนี้หมายถึงขณะ สมมติสัจจะเป็นธรรมนูญ ธรรมนูญนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน คำว่าวันนี้หมายถึงปัจจุบัน หมายถึงธรรมนูญ ธรรมนูญนี้ถึงเป็นบริสุทธิคุณ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ธรรมนูญเป็นปัญญาที่บริสุทธิคุณ ไม่ใช่ปัญญาที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

วาระนั้นได้แก่วัน วันนั้นได้แก่ขณะ ขณะนั้นมีเพียงขณะเดียวไม่มีหลายขณะ สัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดเหตุเกิดจากปัจจัย ความเกิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ วาระนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความเกิดกับวาระนั้นจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ชาติได้แก่ความเกิด ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เราเข้าใจเพื่อเอาธรรมนูญมาใช้อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นได้แก่ความเกิด ปัจจุบันนั้นเป็นชาติเป็นความเกิด

 

ด้วยเหตุผลนี้ปัญญาสัมมาทิฏฐิเป็นความรู้ความเข้าใจว่าวันนั้นคือได้แก่ขณะ

 

วงจรการเวียนว่ายตายเกิดนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นเรื่องใจ เน้นที่ขณะ เพราะขณะนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ธรรมนูญเป็นบริสุทธิคุณ เป็นความรู้ความเข้าใจ เราทุกคนจะเข้าไปปรุงแต่งนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนนั้นจึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะธรรมนูญเป็นความบริสุทธิคุณ เราทุกคนจะเข้าไปปรุงแต่งทางใจนั้นไม่ได้ ธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เราทุกคนจะเข้าไปปรุงแต่งนั้นไม่ได้ ถ้าใจของเราเข้าไปปรุงแต่งใจของเราก็ย่อมเสียหาย ใจของเราก็จะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ธรรมนูญนั้นจึงเป็นวิมุตติความหลุดพ้นจากความปรุงแต่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ เราจะเข้าไปปรุงแต่งทางใจนั้นไม่ได้

 

ท่านผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจว่าใจของเรานั้นจะเข้าไปปรุงแต่งนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจ วิมุตติหลุดพ้นนั้นจึงได้แก่พุทธกิจที่เป็นกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิมุตติหลุดพ้นนั้นจึงได้แก่ศาสนกิจของพระอรหันต์

 

ด้วยเหตุผลนี้ความรู้จึงเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ วันนั้นได้แก่ขณะ ชาติได้แก่ขณะ วิมุตติความหลุดพ้นนั้นจึงอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ที่วันหรืออยู่ที่ขณะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ สมาธิสมาบัตินั้นไม่ใช่วิมุตติความหลุดพ้น เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนทางใจทางกายชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น

 

ด้วยเหตุผลนี้ ท่านผู้ฟังต้องเข้าใจ ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราไม่เข้าใจแล้วเราก็ไม่รู้ในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

การประพฤติการปฏิบัติเราต้องเอาวงจรภพชาติทางใจ ไม่เอาภพชาติทางร่างกาย เราต้องเอาภพชาติทางใจ ถ้าเราเอาภพชาติทางร่างกายเราจะหยุดภพชาติทางใจนั้นไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาภพชาติทางใจ

 

ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม เราจะปฏิบัติใจของเราได้เราก็ต้องอาศัยกายเป็นผู้ประพฤติเป็นผู้ปฏิบัติ เพราะใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การปฏิบัตินั้นถึงมาปฏิบัติที่กาย อาศัยกายเป็นผู้ประพฤติเป็นผู้ปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไปปฏิบัติที่กาย เพราะใจเป็นนามธรรมต้องอาศัยกายเป็นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ

 

สมมติสัจจะเราต้องรู้เราต้องเข้าใจ สมมติสัจจะนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมมตินั้น ๆ เพื่อใจจะได้เอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาทำหน้าที่ เพื่อเอาสมมติสัจจะนั้นมาให้ใจใช้มาให้ใจได้เอาสมมตินั้นมาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม ต้องอาศัยร่างกายเป็นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ สัญชาตญาณที่เกิดเป็นความยึดมั่นถือมั่น ความยึดมั่นถือมั่นนั้นเป็นนิติบุคคลตัวตน ความเป็นตัวเป็นตนนั้นเป็นความยึดมั่นถือมั่น เป็นการไม่เสียสละ การไม่เสียสละนั้นจึงเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน ใจเราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจต้องเสียสละ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ต้องพากันมาเสียสละ ถ้าไม่เสียสละแล้วจะเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน

 

ธรรมนูญนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นจึงไม่มีตัวไม่มีตน ถ้ามีตัวมีตนแล้วธรรมนูญนั้นจะไม่มี ด้วยเหตุผลนี้ธรรมนูญถึงเป็นบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นถึงไม่ได้เป็นตัวเป็นตน

 

ธรรมนูญนั้นจึงเป็นไปความก้าวไปของปัญญาบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นจึงเป็นการยกเลิกความทุกข์ทางใจ

 

สมมติสัจจะที่เป็นกฎหมายที่เราจะต้องเอามาบังคับใช้ สมมติสัจจะนั้นเป็นพระธรรมเป็นพระวินัยที่เราจะมาบังคับใช้

 

เพราะเหตุผลว่าใจของเรานั้นเป็นนามธรรม ต้องอาศัยกฎหมาย อาศัยธรรมวินัย

 

ความยึดมั่นถือมั่นในกฎหมาย ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัยนั้นจึงเป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยกฎหมายนี้จึงไม่ใช่นิติบุคคลตัวตน การยึดมั่นถือมั่นในกฎหมายนั้นไม่มีความทุกข์ทางใจไม่มีความเครียดทางใจเราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจเมื่อเรายกเลิก เมื่อเราไม่มีตัวไม่มีตนความทุกข์ทางใจนั้นย่อมไม่มี ความทุกข์ทางใจของเรามีได้ก็เพราะมีตัวมีตน ที่นั้นย่อมมีทุกข์ทางใจ

 

เพราะเหตุผลว่าการยกเลิกตัวตนนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ตัวตนนั้นมันคือความทุกข์ทางใจ ท่านผู้ฟังทั้งหลายพากันรู้เข้าใจ ถ้าเราไม่เข้าใจธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ จะเป็นโลกธรรม จะเป็นนิวรณ์ทั้ง ๕ เป็นอคติครอบงำใจของเรา เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยยกเลิกความทุกข์ทางใจของเราทุก ๆ คน

 

พระพุทธเจ้านั้นคือผู้ยกเลิกตัวตน พระอรหันต์ขีณาสพนั้นคือผู้ยกเลิกตัวตน ความทุกข์ทางใจของท่านนั้นจึงไม่มี ความทุกข์ทางใจของเรามีก็เพราะเรามีตัวมีตน เมื่อใจของเรามีปัญญาสัมมาทิฏฐิยกเลิกชาติ ความทุกข์ใจของเราก็ไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้ พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ขีณาสพอยู่ที่ไหนความทุกข์ทางใจนั้นก็ย่อมไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันมารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ทุกข์ทางใจนั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ ทุกข์ทางใจนั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ การปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายเพราะใจเป็นนามธรรม การปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กาย สมมติสัจจะเป็นพระธรรมเป็นพระวินัย เป็นกฎหมาย เพื่อให้ใจเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นที่คำว่าวัน วันนั้นได้แก่ปัจจุบัน วันนั้นคือ ๑ ... ๑ นั้นไม่มีขั้วบวกขั้วลบ ๑ นั้นถึงเป็นความสงบและปัญญา ปัญญาที่บริสุทธิคุณ

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลายว่าเรามีตัวมีตนทุกคนก็รู้อยู่ที่ใจแล้วว่าเรามีความทุกข์ เรามีความเครียด เอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ เอไอนั้นต้องเป็นเอไอบริสุทธิคุณ ไม่ใช่เอไอที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เอไอนั้นถึงจะเป็นธรรมนูญ เอไอนั้นถึงจะเป็นพระนิพพาน เอไอนั้นจะไม่ได้เป็นเพียงเอไอที่เป็นปรัชญา เอไอนั้นจะเป็นเอไอที่บริสุทธิคุณ

 

เอไอย่อมไม่คิดว่าการลงทุนนั้นเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทน เอไอย่อมไม่คิดว่าการทำงานนั้นย่อมได้ผลประโยชน์ตอบแทน ความคิดความเข้าใจอย่างนี้ยังไม่ใช่บริสุทธิคุณ ยังเป็นตัวเป็นตนอยู่ การพัฒนาการทำหน้าที่เพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนนั้นจึงไม่ใช่ความบริสุทธิคุณ

 

อย่างเรามีความต้องการเพื่อต้องการให้สุขภาพแข็งแรง แต่ความแข็งแรงนั้นต้องไม่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนผู้อื่นสัตว์อื่น ต้องไม่ได้มาจากการโกงกินคอร์รัปชั่น ต้องมาจากการเสียสละ เพราะการเสียสละนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เราไม่เสียสละจะเข้าถึงบริสุทธิคุณได้อย่างไร

 

ความแข็งแรงมาจากฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม สิ่งเสพติดต่าง ๆ นั้นไม่ใช่บริสุทธิคุณ เอไอต้องรู้ต้องเข้าใจ การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จโกหกหลอกลวง ดื่มเหล้าดื่มเบียร์ บริโภคสิ่งเสพติดของมึนเมาทั้งหลายนั้นไม่ใช่ความบริสุทธิคุณ  

 

ความบริสุทธิคุณนั้นจึงเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน การยกเลิกตัวยกเลิกตนนั้นคือการเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละความบริสุทธิคุณนั้นก็เกิดกับเราไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ทานศีลสมาธิปัญญานั้นจึงเป็นความบริสุทธิคุณ วิมุตติสุขความหลุดพ้นนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่บริสุทธิคุณ วิมุตติหลุดพ้นนั้นจึงเป็นปัจจุบันขณะ ปัจจุบันนั้นขณะนั้นจึงเป็นวัน วันนั้นคือความเป็นหนึ่ง ความเป็นหนึ่งนั้นถึงเป็นความสงบ เป็นความสงบที่ประกอบด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิ

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ว่าเราทุกคนจึงไปมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนั้นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพี่อให้ปฏิปทาในการประพฤติการปฏิบัติของเราเพื่อให้จะปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจึงอยู่ที่รู้เข้าใจ อยู่ที่เราทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตรัสว่า สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นอยู่ที่นักบวชหรืออยู่ที่ข้าราชการนักการเมืองประชากรของโลก อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอยู่ที่การทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้เราพากันรู้พากันเข้าใจ จะได้เอาความรู้ความเข้าใจมาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะความเป็นพระเป็นสมณะนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่ที่ความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติอยู่ที่การทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง

 

ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั่นแหละคือการประพฤติคือการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องมารู้ความหมายว่าวัน วันนี้เป็นวันจันทร์ วันนั้นต้องเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ด้วยเหตุผลนี้วันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันนั้นจะได้เป็นชาติศาสน์กษัตริย์ ปัจจุบันนั้นจะเป็นทานศีลสมาธิปัญญา

 

 เราจะดับทุกข์ได้ด้วยปัญญาบริสุทธิคุณ ท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลายเราพากันมาพัฒนาสแกมเมอร์เพื่อให้สแกมเมอร์ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นสแกมเมอร์ที่เป็นบริสุทธิคุณ วาระนั้นท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ วาระนั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ

 

ด้วยเหตุนี้ผู้รู้ผู้ปฏิบัติต้องเอาเรื่องตายเกิดที่ให้เป็นการตายเกิดทางจิตใจ เพราะถ้าเราไปเอาการเวียนว่ายตายเกิดทางสรีระร่างกายวงจรนั้นมันนานเกินไป เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนตั้งอยู่ในความประมาท ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ การประมาทเป็นความเสียหายเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้เอากายวาจากิริยามารยาทเน้นที่บริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ใช่เหมือนน้ำหยด น้ำหยดทีละหยดทีละหยดนั้นไม่ใช่สายน้ำ

 

ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะเป็นเหมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ เหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มีความพร่องอยู่เป็นนิจ เรื่องตายเรื่องเกิด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นในปัจจุบัน เพราะความดีและปัญญาจะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำที่เป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางที่สุด ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านถึงให้เราเอาเรื่องตายเกิดอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้เราจะไม่เข้าถึงบริสุทธิคุณ เราพากันคิดว่าพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ความคิดเห็นอย่างนี้มันเป็นความผิดพลาด ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะ ใจของเราทุกคนไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราปกปิดคนอื่นไม่มีใครสามารถปกปิดตัวเองได้

 

ด้วยความดับไม่เหลือท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราทุกคนต้องเสียสละ เสียสละวัฏฏสงสารที่ท่องเที่ยวมานานให้เรารู้เข้าใจ จะได้ไม่เสียเวลา ไม่เสียทรัพยากรในหน้าที่ในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องเอาปัจจุบันมาใช้เป็นเวลาแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติของการทำหน้าที่ ปัจจุบันมันถึงเป็นไฟต์แห่งการประพฤติการปฏิบัติ ที่ไหนเป็นปัจจุบันสถานที่นั้นคือสถานที่ปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกกาลเลือกเวลาเลือกสถานที่

 

เราทั้งหลายต้องรู้จักทุกข์ รู้จักเหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ว่าปัจจุบันคือวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องพากันเข้าใจ เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เอาพระพุทธเจ้าเอาพระธรรมเอาพระอริยสงฆ์มาไว้ในกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเพื่อการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะเป็นออกซิเจนเป็นการยกเลิกความทุกข์ถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปในชีวิตประจำวัน ให้เราเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ นี้คือธนาคารแห่งชีวิตที่เป็นความสมดุลไม่มีความพร่อง เป็นความอิ่มความเต็ม อย่างพระพุทธเจ้าตรัสรู้วันอะไรต่าง ๆ เป็นวันพระจันทร์วันเพ็ญ เข้าถึงความเต็มความพอเพียงเพียงพออยู่ในหน้าที่ที่เป็นความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ยกเลิกความพร่องเป็นความสมดุล

 

เราไม่ต้องแคร์วัฏฏสงสาร เราไม่ต้องไปแคร์ความอร่อยทางตาหูจมูกลิ้นกายใจลาภยศสรรเสริญ ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนท่านตรัสว่าตัวตนนั่นแหละมันคือคนบ้ามันคือคนผีบ้าคือบักผีบ้าอีผีบ้า

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องมายกเลิกความหลง มายกเลิกสายมู สายอวิชชาสายความหลง เรามาพัฒนาสแกมเมอร์เพื่อเข้าสู่ความเป็นพุทธะเพื่อยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

การแก้ปัญหาต้องแก้ปัญหาด้วยธรรมนูญ ธรรมนูญได้แก่ความบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนี้เป็นทางสายกลาง ยกเลิกความปรุงแต่ง ถ้ามีความปรุงแต่งแล้วไม่ใช่ธรรมนูญ ทรัพยากรที่เป็นธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายใน ๑๒ เราต้องเอามาใช้ให้เป็นธรรมนูญ ธรรมนูญนี้เป็นหน้าที่ที่เราจะเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน วาระต่าง ๆ นั้นให้เป็นวาระของธรรมนูญเพื่อเข้าถึงบริสุทธิคุณ

 

ให้เราทั้งหลายระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

---------------------------------

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 145,372