๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๑๙ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงาน การทำงานนี้คือความก้าวไปทั้งทางวัตถุและจิตใจ วัตถุกับจิตใจต้องก้าวไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลาง วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานทางวัตถุ ให้ไปประพฤติปฏิบัติในเรื่องจิตเรื่องใจ มนุษย์เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ใช้หลักเดียวกันนี้หมด

 

ปัจจุบันมนุษย์เราในโลกนี้มีแปดพันกว่าล้านคน มีประเทศทั้งหมด ๑๙๕ ประเทศ เอาทางสายกลางพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุไปพร้อม ๆ กัน มีการปกครองตัวเองและปกครองคนอื่นด้วยธรรมนูญ ถ้าส่วนรวมปกครองด้วยรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวคือธรรมนูญ มีระบบปกครองทั้งกายวาจากิริยามารยาทาอาชีพเพื่อให้เป็นธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ

 

ทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ มันเป็นความรู้ความเข้าใจ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันกี่เดือนกี่ปีมันก็จะหลงลืม แต่ความรู้ความเข้าใจนั้นมันจะไม่ลืม ทุกคนรู้เข้าใจในการประพฤติในการปฏิบัติ

 

สมมติบัญญัติที่อยู่ในโลกนี้มีอยู่หลายล้านสมมติ ได้สมมติในเรื่องดีเรื่องชั่วเรื่องผิดเรื่องถูก ไม่ดีไม่ชั่ว ไม่ผิดไม่ถูก เพื่อจะเอาสมมตินั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประพฤติการปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้เราต้องพากันรู้พากันมาเข้าใจ เราจะได้ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ จะไม่ได้เอาความไม่รู้ไม่เข้าใจนำชีวิต เดี๋ยวชีวิตนี้มันจะเกิดการเสียหายมันจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย ตึกใหญ่สูงสามสิบกว่าชั้น แผ่นดินไหวอยู่ตั้งไกลศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ประเทศพม่า ระยะทางเป็นพันกิโล ความไม่ถูกต้องความผิดมันก็ต้องเสียหายมันก็ต้องพังทลายเพราะมันไม่ถูกต้อง

 

เราทุกนมารู้มาเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย แล้วพากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เราจะไม่ได้ทำทั้งผิดทั้งถูกทั้งดีทั้งชั่ว เอาปัญญาและความถูกต้องที่เป็นความถูกต้องที่เป็นความดีและปัญญานั้นเดินทางไปพร้อม ๆ กันอย่างที่มีความสุข การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราต้องประพฤติปฏิบัติในปัจจุบัน เพราะอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนี้คือการประพฤติการปฏิบัติ ถือว่าปัจจุบันนี้เป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ คำว่าความสุขนี้หมายถึงไม่มีความทุกข์ ถ้าเรามีความทุกข์ก็ไม่มีความสุข ไม่มีความสุขก็มีความทุกข์ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะได้มาทำหน้าที่ของเราอย่างมีความสุข จะได้มีแต่สุขเกิดขึ้น สุขตั้งอยู่ สุขดับไป นอกจากความสุขนั้นไม่มีเลย สิ่งที่เป็นปัญญานั้นก็จะเป็นปัญญา สิ่งที่เป็นปัญญาก็จะเป็นความสงบ สิ่งที่เป็นความสงบก็จะได้เสียสละ

 

หลักการในการประพฤติการปฏิบัติ เราต้องเน้นมาที่ตัวของเราเอง มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติของเราเอง เรามีความสุขในการทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ เพราะความสุขนั้นมันอยู่ที่เรา

 

ให้เราทั้งหลายระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 108,090