๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขอพรก็ต้องรู้จักพรนะ
เราต้องรู้เข้าใจว่า พรนั้นมันเป็นยังไงนะ
พรนั้นเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา
พรนั้นเป็นความสุขน่ะ
ความสุขนั้นมีตำแหน่งเดียว
ความทุกข์ก็ตำแหน่งเดียว
เราต้องรู้เข้าใจ
เรายกเลิกตัวยกเลิกตน
เราไม่มีความทุกข์
เราต้องเข้าใจอย่างนี้
เรามีความสุขในการดำเนินชีวิต
พระพุทธเจ้าบอกว่าตรัสว่า
ความสุข มันอยู่ที่ปัจจุบัน
ความทุกข์ อยู่ที่ปัจจุบัน
พระพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ
เพราะว่าอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน
อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน
ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ
เพราะว่าปัจจุบันมีตำแหน่งเดียว
ตำแหน่งนั่งอย่างนี้ ก็ตำแหน่งเดียวนะ
ตำแหน่งยืนขึ้น ก็ตำแหน่งเดียว
ตำแหน่งเดินไป ก็ตำแหน่งเดียว
ตำแหน่งนอน ก็ตำแหน่งเดียว
เราต้องรู้เข้าใจ
ความรู้ความเข้าใจอย่างนี้
เราเอาปัจจุบันเป็นการดำเนินชีวิต
หน้าที่การงาน คือความสุขนะ
เรามีความสุขกับการทำงาน
ให้เข้าใจ
ถ้าปัจจุบันเรามีความสุขอย่างนี้
เพราะมันมีตำแหน่งเดียว ความทุกข์ก็ไม่มี
ความรู้ความเข้าใจ
มันจะก้าวไปอยู่ที่ปัจจุบัน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ทิ้งมันไปอดีตน่ะ
ทิ้งไปเลยอนาคต
ปัจจุบันนี้เป็นการประพฤติการปฏิบัติ
***
เราต้องรู้เข้าใจว่า
ความยึดมั่นถือมั่น ที่เป็นตัวเป็นตน
มันเป็นความทุกข์นะ
…เราต้องเปลี่ยนอิริยาบท
เห็นด้วยมั้ยๆ
ความยึดมั่นถือตัวถือตน มันเป็นทุกข์น่ะ
. . .
เรายกเลิกตัวตน ทุกคนก็รักเรานะ
เอาตัวตนนี่ ถึงจะไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีก็ไม่น่ารัก
เห็นด้วยมั้ย
เรามีตัวมีตนมาก จะไปแก้ไขตั้งแต่ภายนอก
กว่าจะมาถึงวัดหลวงพ่อ
ส่องกระจกตั้งหลายครั้ง
อยู่ในรถยังไปส่องกระจกอีก
ลงจากรถยังมาส่องอีก
เป็นผู้พิพากษาอัยการ ไม่ใช่เราบาปเหรอ
เพราะเค้าทำอะไร เค้าก็รับกรรมของเค้าไป
เค้าเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง
เค้าก็เกิดแก่ เจ็บ ตายก็เป็นเรื่องของเขา
เค้ามีความผิด มันก็เรื่องของเขา
. . .
การพัฒนาใจ ก็ต้องพัฒนากาย
การพัฒนาใจ เค้าต้องเอานิติบัญญัติน่ะ
เราต้องรู้เข้าใจ
การพัฒนาธรรมนูญ ก็ต้องพัฒนานิติบัญญัติน่ะ
เห็นด้วยมั้ยๆ
ใจไม่สงบก็ช่างหัวมัน ให้กายมันสงบ
ให้วาจา กิริยามารยาท อาชีพมันสงบก่อน
การพัฒนาธรรมนูญ ก็ต้องพัฒนาภายนอกน่ะ
พวกศาลต้องรู้ต้องเข้าใจ
ถ้าอย่างนั้น มันจะสู้ศาลพระภูมิไม่ได้
. . .
***
เรายกเลิกตัวตน
เราไปด่ากับใคร มันก็ไม่ได้
เพราะเรายกเลิกตัวตน มีแต่เมตตา
คนที่อุปัฏฐากคนอื่น
คนที่เทคแคร์คนอื่น ใครเค้าจะว่า
ใครที่ดูแลพ่อแม่ดี ใครเค้าจะว่าน่ะ
. . .
นิติบัญญัติกับธรรมนูญ มันต้องไปพร้อมๆ กัน
ต้องรู้เข้าใจนะ
เราไม่ต้องห่วงหรอก
เรามีความสุขกับการทำหน้าที่
ถ้าเรายกเลิกตัวตน ปัญญามันถึงมา
ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวตน
ปัญญาที่ไหนมันจะมาได้
. . .
เดี๋ยวนี้น่ะ เรามีตัวตนมาก
ตัวตนเค้าเรียกว่า เป็นโรคภูมิแพ้นะ
มันแพ้โลกธรรมน่ะ
ไม่ได้เอาวิทยาศาสตร์กับจิตใจไปพร้อมๆ กัน
เรียกว่า โรคภูมิแพ้
พระเข้าใจนะ
อย่าไปกลัวไม่มีที่อยู่น่ะ
อย่าไปกลัวว่าไม่มีที่อยู่
เราตัวตนเป็นที่ตั้ง
อย่างมากเราก็เป็นสัมภเวสี
อาศัยเค้ากินไปเป็นวันๆ น่ะ
พวกนี้น่าเกลียดมาก
พวกนี้ดูแล้วก็นักหลอกลวงน่ะ
ยิ่งกว่าสิบแปดมงกุฎอีก
เพราะว่ามันเป็นโจรในเครื่องแบบน่ะ
ยกเลิกตัวตนเมื่อไหร่
ธรรมะมันจะออกมานะ
ธรรมะออกมาน่ะ
พวกมีปัญญาก็ต้องสงบ
ถ้าไม่สงบไม่ได้ เพราะสมาธิกับปัญญา
มันจะไม่เสมอกัน
ผู้มีปัญญามาก ก็ต้องสงบมากๆ
ผู้มีความสงบมากๆ มีความสุขมากๆ ต้องเสียสละ
ถ้าไม่เสียสละ . . .
หลายปีมา หลวงพ่อมองดู
พระที่มาบวชเป็นหัวหน้าขี้เกียจเลย
#หลวงพ่อกัณหา_สุขกาโม
#วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
#ธรรมะ@กุฏิหลวงพ่อ
วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙