๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันอาทิตย์เป็นวันหยุด วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงาน วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด

 

หลักการดำเนินชีวิตของหมู่มวลมนุษย์เอาธรรมนำชีวิตเอาธรรมนูญนำชีวิต เพื่อเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่าทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี

 

อริยมรรคคือความรู้ความเข้าใจ ทุกคนต้องเอามาใช้เอามาปฏิบัติในปัจจุบัน ความรู้ต้องเป็นคู่กับการประพฤติกับการปฏิบัติ

 

การดำเนินชีวิตของเราถึงต้องเอาธรรมนูญ ธรรมนูญเป็นทางสายกลาง เป็นการพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุ ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน

 

ธรรมะถึงเป็นหน้าที่ ธรรมนูญคือหน้าที่ เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้องแล้วปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน อดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตจะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันเราทุกคนต้องตั้งใจตั้งเจตนา ความตั้งใจตั้งเจตนานี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ภาชนะที่ใช้ได้ต้องเป็นภาชนะที่ตั้งไว้ ภาชนะที่คว่ำ ภาชนะที่ล้มเป็นภาชนะที่ใช้งานไม่ได้

 

ใจเราทุกคนเป็นนามธรรม การประพฤติการปฏิบัติใจถึงต้องไปปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ใจเป็นผู้ตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้

 

การปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กาย ปฏิบัติที่วาจา ปฏิบัติที่กิริยามารยาท ปฏิบัติที่อาชีพ เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ การปฏิบัติใจต้องปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพ

 

พระธรรมพระวินัย ที่เราจะต้องเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ เพื่อจะได้ปฏิบัติใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ การปฏิบัติกายวาจากิริยามารยาทปฏิบัติที่อาชีพนั่นแหละคือการปฏิบัติใจ

 

เราทุกคนส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้า นั้นไม่ใช่พระอรหันต์ ยังเป็นเสขบุคคล บุคคลที่จะพึงประพฤติพึงปฏิบัติ

 

มงคล ๓๘ ข้อแรกถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา การคบกับบัณฑิต เอาบัณฑิตเป็นกัลยาณมิตร บัณฑิตนั้นก็ได้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บัณฑิตนั้นก็ได้แก่พระอรหันต์ขีณาสพ บัณฑิตนั้นก็ได้แก่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ว่าพระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย ที่พระอานนท์ทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว จะเอาใครเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์เอย อานนท์ต้องเข้าใจนะ พระพุทธเจ้านั้นคือพระธรรมคือพระวินัย พระธรรมพระวินัยนั่นแหละคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นได้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย พระพุทธปฏิมาหลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปประมาณ ๕๐๐ ปี ถึงมีการหล่อพุทธปฏิมา

 

เพราะเหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสให้พุทธบริษัทรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่นั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระพุทธเจ้านั้นได้แก่พระธรรมได้แก่พระวินัย ผู้ใดรู้ผู้ใดเข้าใจ เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ผู้นั้นก็จะมีพระพุทธ มีพระธรรม มีพระอริยสงฆ์อยู่ที่กายวาจากิริยามารยาทอยู่ที่อาชีพของผู้นั้น

 

ความรู้ความเข้าใจ มีความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือเคารพในพระธรรมในพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่ ผู้ใดมีความเคารพมีศรัทธาในพระธรรมคำสั่งสอน ผู้นั้นก็จะเกิดความสงบ ความสงบจะเกิดได้ก็จากความเคารพ

 

พระธรรมพระวินัย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นเราเป็นคนอื่น เป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกูตัวสูของสู พระธรรมพระวินัยจะหยุดสัญชาตญาณนั้นได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งการประพฤติพร้อมทั้งการปฏิบัติ

 

พระธรรมพระวินัยนั้นได้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตนได้

 

ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมในพระวินัย ที่เป็นข้อวัตรกิจวัตร การประพฤติการปฏิบัติอย่างนั้นจะเป็นยานเพื่อหยุดสัญชาตญาณ

 

เราจะเดินทางไกลเราก็ต้องอาศัยยานในการเดินทางเพราะหนทางนั้นไกล ทางอากาศก็ต้องอาศัยเครื่องบินอย่างดี ทางทะเลก็ต้องอาศัยรถยนต์ขนาดใหญ่อย่างดี เพราะทะเลมหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ทางบนบกก็ต้องอาศัยรถยนต์อย่างดีถึงจะเดินทางไปได้ปลอดภัยสวัสดิภาพ

 

พระธรรมพระวินัยนี้จะเป็นยานในการเดินทาง ความยึดมั่นถือมั่นในพระธรรมพระวินัยในขัอวัตรกิจวัตรถึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ด้วยเหตุผลนี้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายถึงต้องมีหลักการในการดำเนินชีวิต วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันทำงานกับเป็นวันปฏิบัติธรรมไปพร้อม ๆ กัน ต้องเอาทั้งวัตถุเอาทั้งใจไปพร้อม ๆ กัน

 

การปฏิบัติธรรมกับการทำงานถึงแยกกันไม่ได้ ต้องทำ ๒ อย่างไปพร้อม ๆ กัน

 

วันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดทำงานภายนอก มาเน้นเรื่องจิตเรื่องใจ ตัดสิ่งภายนอกตัดปริโพธิกังวลออกไปหมด

 

ธรรมะนั้นคือธรรมนูญ ธรรมะนั้นคือหน้าที่ ธรรมะนั้นคือความดีและปัญญา ธรรมะนั้นคือพระธรรมคือพระวินัย

 

ใจของเราน่ะเป็นนามธรรม การปฏิบัติใจถึงต้องมาปฏิบัติที่กายที่วาจาที่กิริยามารยาทอาชีพด้วยความตั้งใจตั้งเจตนาเหมือนดั่งภาชนะที่ตั้งไว้

 

ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงต้องประพฤติปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง จะไม่ได้เดินไปข้างหน้าถอยกลับมาอยู่ที่เก่าที่เดิม

 

ด้วยเหตุผลนี้ทุกคนถึงต้องเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะธรรมวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้หยุดสัญชาตญาณ เพราะใจของเราเป็นนามธรรม ถ้าเราไม่มีความเคารพก็จะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติถึงไปตรึกนึกคิดในกามไม่ได้ ไปตรึกนึกคิดในพยาบาทไม่ได้

 

เราต้องเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจก็จริง แต่ตัวของเรานั้นรู้เห็นเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นถึงจะเป็นไปได้

 

เราเอาพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร เพราะมงคล ๓๘ ข้อแรกนี้สำคัญที่สุดคือการคบบัณฑิต เอาพระพุทธเจ้าเอาพระธรรมพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร

 

ทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือบัณฑิต พระธรรมพระวินัยนั้นคือกัลยาณมิตร ความเคารพนั้นจะเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ การไม่ตรึกนึกคิดในกาม การไม่ตรึกนึกคิดในพยาบาท มีการประพฤติการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ มีความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ให้เราทุกคนพากันเข้าใจ ถ้าเรามีความรู้ไม่คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันดับทุกข์ไม่ได้ เราไม่ทานอาหารเราก็ดับทุกข์ไม่ได้ เราไม่พักผ่อนเราก็ดับทุกข์ไม่ได้ เรายกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมพระวินัยให้เรารู้ให้เข้าใจ นั่นแหละคือการทานอาหาร นั่นแหละคือการพักผ่อน นั่นแหละคือการยกเลิกนิติบุคคลตัวตนที่มันเป็นสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู ตัวสูของสู

 

ความรู้ถึงเป็นคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ พระธรรมพระวินัยนั้นเป็นความดับทุกข์

 

เราคิดดูดี ๆ นะ พระพุทธเจ้าท่านก็ดับทุกข์ของท่าน พระอรหันต์ท่านก็ดับทุกข์ของพระอรหันต์

 

เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความรู้ความเข้าใจเอาพระธรรมพระวินัยมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เพื่อให้เป็นความดีและปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ พระพุทธเจ้าต้องมีอยู่ที่เราถึงจะดับทุกข์ได้ พระธรรมต้องอยู่ที่ตัวเราถึงจะดับทุกข์ได้ พระอริยสงฆ์นั้นต้องอยู่ที่ตัวเราถึงจะดับทุกข์ได้ ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ถึงจะดับทุกข์ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ ถ้าเราไม่ทานอาหารเราจะดับทุกข์ได้อย่างไร ถ้าเราไม่พักผ่อนเราจะดับทุกข์ได้อย่างไร

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันมาตั้งใจตั้งเจตนา มาทำหน้าที่

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราเอาพระธรรมเอาพระวินัย พระธรรมพระวินัยนี้เป็นพระนิพพาน เป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่รู้เข้าใจ ใจที่ยกเลิกตัวตน ยกเลิกสัญชาตญาณ ใจที่เอาพระธรรมพระวินัยนำชีวิต มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราทุกคนมารู้มาเข้าใจ ไม่มีใครช่วยเหลือเราได้ เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้รู้ว่าตนแลเป็นที่พึ่งของตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ว่าทุกอย่างนั้นมันคือกรรม คือกฎแห่งกรรม คือผลของกรรม กรรมนั้นเป็นของส่วนบุคคล กรรมนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตน

 

ธรรมะถึงเป็นธรรมนูญ ถึงเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่

 

มีคำถามว่าประพฤติปฏิบัติอย่างนี้เราจะไม่มีความทุกข์เหรอ เราจะไม่มีความเครียดเหรอ..? ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้เราจะไม่มีความทุกข์เราจะไม่มีความเครียด เพราะการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้มันไม่ได้เป็นขั้วบวกไม่ได้เป็นขั้วลบ มันเป็นความสงบ เป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นความพอดี ไม่มากเกินไม่น้อยเกิน

 

เรารู้เข้าใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความสุขนั้นจะไม่มีความทุกข์ จะไม่มีความเครียด จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ผู้ที่รู้ผู้ที่เข้าใจในเรื่องเหตุของปัจจัย มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ ความทุกข์นั้นจะไม่มี เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่ได้เป็นขั้วบวกไม่ได้เป็นขั้วลบ

 

ถ้าเราไม่รู้ถ้าเราไม่เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัติของเราเพื่อความอยากเพื่อความต้องการ การกระทำอย่างนี้การปฏิบัติอย่างนี้จะเป็นความทุกข์ทันที จะเป็นความเครียดทันที เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราจะได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความ เพื่อไม่ให้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้จะไม่มีความทุกข์ จะไม่มีความเครียด ด้วยความรู้ความเข้าใจที่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิอย่างนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัตินั้นจะไม่มีความทุกข์จะไม่มีความเครียด                   

             

บุคคลที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ เอาสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน ไม่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความคิดว่า การทำงานกับการปฏิบัติธรรมที่ไม่มีเวลาพักผ่อนก็ย่อมเกิดความทุกข์เกิดความเครียด

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ การปฏิบัติธรรมการปฏิบัติธรรมนูญนั่นแหละคือการยกเลิก นั่นแหละคือการพักผ่อน นั่นแหละคือการหยุดสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือที่เป็นตัวเป็นตน นั่นแหละคือการพักผ่อน

 

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าท่านทรงตรัสรู้ ท่านเป็นผู้ยกเลิกวัฏฏสงสาร ด้วยความรู้ความเข้าใจ ว่าอริยมรรคมีอยู่ ๘ ที่เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อจะมาหยุดมายกเลิกที่จะมาตรัสรู้

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ

 

ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ นี้เรียกว่าอริยมรรค การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา อริยมรรคเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ การปฏิบัติกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั่นแหละคือการปฏิบัติใจ ผู้ประพฤติปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ การปฏิบัติใจนั้นถึงต้องปฏิบัติที่กายวาจากิริยามารยาทที่อาชีพ นั่นแหละคือการปฏิบัติทางใจ

 

เราคิดดูดี ๆ นะว่า ทำไมว่าทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจทำไมถึงทานอาหารอยู่ ทำไมถึงไม่บอกตัวเองว่าอยู่ที่ใจ ทำไมฉันอาหารอยู่ทำไมไม่บอกตัวเองว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ

 

การปฏิบัติกายนั่นแหละคือการปฏิบัติใจที่เกิดจากกายที่เกิดจากวาจากิริยามารยาทที่เกิดจากอาชีพ ใจของเราถึงจะเข้าสู่ความวิเวก เข้าสู่อุปธิเวกที่หยุดสัญชาตญาณความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตนได้

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจแล้วพากันมาเน้นที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ใช้เวลา ๓ อาทิตย์ ๒๑ วันขึ้นไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะได้ผลเห็นผล ทั้งทางรูปธรรมนามธรรม การประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ถึงจะได้ผลเห็นผล

 

การทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้คือเราถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร ถือเอาพระธรรมพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจจะให้เรามองเห็นความสำคัญในพระธรรมในพระวินัย เราจะไม่ได้มองข้ามปัจจุบันไป เราจะได้มีความเคารพในพระธรรมในพระวินัย เพราะเหตุผลว่า ความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ว่าปัจจุบันนั้นเราต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ เพราะปัจจุบันเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน พระนิพพานกับวัฏฏสงสาร

 

ความเคารพนี้แหละจะเกิดความสงบ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านกับภิกษุทั้งหลายว่าเธอทั้งหลายจงพากันประพฤติพรหมจรรย์เถิด

 

ให้ถือเอาพระธรรมถือเอาพระวินัย เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเคารพในพระธรรมในพระวินัย เราก็จะเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพนี้ถึงเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ

 

ความเป็นพระนั้นเป็นสากล ทุกชาติทุกศาสนา ความเป็นพระของผู้นั้นมีได้เป็นได้

 

ที่มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าความทุกข์หรือว่าพระนิพพานมีเฉพาะเจาะจงกับผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเหรอ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ความดับทุกข์นั้นเป็นสากล ความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ ทุกชาติทุกศาสนาก็เป็นพระได้ เพราะความดับทุกข์นั้นเป็นสากล ความทุกข์นั้นก็เป็นสากล เช่น ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากเป็นสากล ความไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายไม่พลัดพรากก็เป็นสากลเหมือนกัน

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าทุกคนนั้นเป็นพระได้ พระนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านนับเอาอย่างนั้น

 

ผู้ที่มาบวชมานุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้เรียกผู้นั้นว่าเป็นพระ ท่านเรียกผู้นั้นว่าเป็นภิกขุ

 

ภิกขุแปลได้ ๒ อย่าง อย่างหนึ่งเรียกเป็นผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร เอาพระธรรมเอาพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่มาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เป็นสุปฏิปันโนเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ปฏิบัติสมควร

 

แปลอีกอย่างหนึ่ง ภิกขุแปลว่าผู้ขอ มีชีวิตอยู่ด้วยการภิกขาจาร ยกเลิกตัวยกเลิกตน มีสภาพเช่นเดียวกับขอทานฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียวฉันในบาตร ไม่ได้ฉันในภาชนะอื่น ไม่ฉันโต๊ะจีนโต๊ะไทยโต๊ะฝรั่งโต๊ะลาวโต๊ะเขมรโต๊ะเกาหลี มีอะไรก็เอาใส่ลงในบาตร ไม่รับเงินไม่รับปัจจัยเป็นของส่วนตัว ไม่เก็บอะไรไว้ ไม่เก็บสังฆทานไว้ที่กุฏิที่ที่พัก เอาพระธรรมเอาพระวินัยเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกปริโพธกังวลทางภายนอกทั้งหมด เป็นผู้ตัดขาดจากเรือนจากญาติจากวงศ์ตระกูลไม่เกี่ยวข้องด้วยญาติด้วยวงศ์ตระกูล

 

ถือเอาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ได้แก่พระธรรมได้แก่พระวินัย เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นกัลยาณมิตร ที่กล่าวไว้ว่าอะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวนา เพื่อให้ปฏิปทาติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติที่เป็นภิกขุอย่างนี้ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ท่านผู้นั้นยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตนที่ยึดมั่นถือมั่นที่เป็นตัวเป็นตน ด้วยพระธรรมพระวินัยด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

บุคคลเช่นนี้ก็จะมีแต่ความสุขเกิดขึ้น ความสุขตั้งอยู่ ความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยพระธรรมด้วยพระวินัยด้วยความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

พระธรรมพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงเป็นสิ่งที่ขลังศักดิ์สิทธิ์ เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นจะหยุดสัญชาตญาณที่เป็นความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป

 

พระธรรมพระวินัยที่เรารู้เข้าใจ ที่กล่าวว่าอะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวะนา ผู้ที่รู้ผู้ที่เข้าใจ เอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติผู้นั้นก็จะเข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน เข้าถึงพระนิพพานเป็นขณะ ๆ ด้วยพระธรรมพระวินัย

 

ด้วยเหตุผลนี้เรารู้เราเข้าใจแล้วเอาพระพุทธเจ้ามาไว้ที่ตัวเรา เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาไว้ที่ตัวเรา มีความสุขกับการประพฤติกับการปฏิบัติ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ที่เป็นบรรพชิตเข้าใจอย่างนี้ ให้ฆราวาสเข้าใจอย่างนี้ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจแล้วมีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ เราประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ความทุกข์ของเราก็จะไม่มี ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมพระวินัย

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรารู้ให้เราเข้าใจ ความเป็นพระนั้นถึงเป็นได้กับเราทุก ๆ คน ผู้ที่บวชหรือผู้ที่ไม่ได้บวชก็เป็นพระได้

 

ด้วยเหตุผลนี้พระนิพพานถึงอยู่ทุกหนทุกแห่งที่เรารู้เข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะพระนิพพานนั้นถ้าอยู่นอกตัวเรานั้นมันดับทุกข์ไม่ได้ พระนิพพานต้องอยู่ที่ตัวเราถึงจะดับทุกข์ได้

 

พระนิพพานนี้ถึงต้องอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ที่อนาคต อนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญมันดับทุกข์ได้มั๊ย ไม่ได้ อดีตมันดับทุกข์ได้มั๊ย ไม่ได้ พระนิพพานคือความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการทำหน้าที่มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ

 

ทำความดีเพื่อความดีนั้นไม่ใช่ขั้วบวกขั้วลบ ทำความดีเพื่อความอยากความต้องการนั้นคือขั้วบวกขั้วลบ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจในเรื่องของความเป็นพระ พระนั้นก็คือพระธรรมคือพระวินัย ถ้าเราไปทิ้งพระธรรมทิ้งพระวินัยก็ทิ้งความเป็นพระ

 

ความประมาทนั้นคือการเสียหายนั้นคือการพังทลายอย่างเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

เราปฏิบัติธรรมเพื่อธรรมนั้นความเครียดมันจะไม่มี เรามีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นก็จะเป็นออกซิเจน เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจ ท่านให้เรามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันเราต้องทำความดีเพื่อความดี เพื่อไม่ให้การประพฤติการปฏิบัติของเราเป็นขั้วบวกขั้วลบ

 

การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นความพอเพียงเพียงพอเป็นความพอดี เพราะการประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องไม่มีขั้วบวกต้องไม่มีขั้วลบ

 

ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัติถึงเป็นความรู้ความเข้าใจ มีความสุขกับการประพฤติการปฏิบัติ เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญญานั้นมายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เราเสียเวลาเพียง ๑ วินาทีเดียวไม่เป็นไร

 

ด้วยเหตุผลนี้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติในปัจจุบันต้องยกทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อให้ปัญญาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราพิจารณาทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ทั้งฆราวาสทั้งนักบวชต้องยกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ เพื่อเราจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่อง

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันมีความเพียร เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท ดั่งปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพาน ท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

Visitors: 115,890