๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๓ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ให้ทุกท่านทุกคนพากันนั่งให้สบาย เพื่อฟังการบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เราจะได้พากันเอาไปใช้เอาไปปฏิบัติ

 

เราพากันมาบวช มาประพฤติมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด เพื่อทำประโยชน์ตนและประโยชน์ของผู้อื่น เราอาศัยหลักการพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาอยู่ร่วมรวมกันอยู่ที่อาราม มาสมัครสมานสามัคคี เอาความดีและปัญญา เพื่อมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ

 

เรามากันจากคนละทิศละทาง หลายชาติหลายภาษา ความตั้งใจ จุดมุ่งหมายปลายทางเป็นทางเดียวกัน เป็นมรรคเป็นอริยมรรคทางกายวาจาทางกิริยามารยาทอาชีพ

 

เราทุกคนมายกเลิกตัวยกเลิกตน เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรเป็นข้อปฏิบัติ ประพฤติปฏิบัติไปทางหนึ่งทางเดียวกัน ทานศีลสมาธิภาวนาเป็นหนทางเป็นทางเดิน เป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ

 

คำว่าพระคือพระธรรมคือพระวินัย ยกเลิกทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยเอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรข้อปฏิบัติ มาอยู่ร่วมรวมกันในอาราม สถานที่นั้นถึงเรียกว่าวัด

 

วัดนั้นหมายถึงข้อวัตรข้อปฏิบัติ ปฏิบัติตามพระธรรมพระวินัยนั้นเรียกว่าวัด

 

วัดนั้นคือข้อวัตรข้อปฏิบัติ ผู้ที่มาอยู่อารามถึงไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย ทุกคนต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน ถึงจะเป็นพระธรรมพระวินัย ถ้าเราไม่ยกเลิกตัวยกเลิกตนเราก็จะไม่มีพระธรรมพระวินัย เราก็จะไม่มีพระศาสนา

 

คำว่าพระนี้มีความหมายคือพระนิพพาน เราต้องพากันรู้จักความหมายของคำว่าพระ พระนั้นหาใช่นิติบุคคลตัวตนไม่ พระนั้นหมายถึงพระธรรมพระวินัย ถ้าใครไม่ยกเลิกตัวตน บุคคลนั้นก็ไม่ใช่พระ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า จะเป็นใครมาจากไหนก็ไม่เป็นไร เมื่อมายกเลิกตัวยกเลิกตนแล้วคนนั้นก็เป็นพระ เป็นพระธรรมพระวินัยเป็นพระศาสนา ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนต้องมามีความสุขในการประพฤติในการปฏิบัติ ในการทำหน้าที่ที่เป็นความดีและปัญญาของเราทุก ๆ คน

 

คำว่าความสุขหมายถึงพระนิพพาน พระนิพพานคือความสุข ความทุกข์นั้นหมายถึงนรก ถ้าเรามีความทุกข์นั้นคือนรก นรกหรือพระนิพพานอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ให้เรารู้เข้าใจ อดีตทั้งหลายก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็รวมกันอยู่ที่ปัจจุบันนี้เอง ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาประพฤติปฏิบัติให้มีความสุข เพราะความสุขคือไม่มีความทุกข์ ความสุขนั้นคือพระนิพพาน ความสุขที่ไม่มีความทุกข์เลยได้แก่พระนิพพาน

 

ความสุขนี้ก็มีอยู่หลายระดับ ให้เราเข้าใจ ความสุขสำหรับเด็ก ความสุขสำหรับคนกลาง ความสุขสำหรับผู้เฒ่า ความสุขนั้นหลายมีหลายระดับ สรุปแล้วความสุขก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้แหละ

 

พวกเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความสุขที่ทำความดี เห็นว่าความดีนี้คือความถูกต้องไม่หวังอะไรตอบแทน นี้มันเป็นความสุขของผู้ใหญ่ ที่ผู้ใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องความสุข

 

ความสุขที่ทำความดีเพื่อหวังอะไรตอบแทนอันนี้แหละนี้เป็นความสุขสำหรับเด็ก ๆ ผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจหวังอะไรตอบแทน มันเป็นการทำความดีเพื่ออยากจะเป็นคนดี

 

เราต้องรู้เข้าใจ เราเอาความอยากความต้องการนำนี้เป็นความสุขสำหรับเด็ก ๆ ความสุขสำหรับผู้ใหญ่ ผู้รู้ผู้เข้าใจมันเป็นความสุขจากการทำความดีเพราะเห็นความดีนั้นมันเป็นความถูกต้อง ผู้ใหญ่มีปัญญาแล้วรู้ความหมายว่าทำความดีแล้วมันก็เป็นความดี เลยไม่มีความอยากความต้องการ จึงมีความสุขในการทำความดี มีความเข้าใจการทำหน้าที่ ไม่หวังอะไรตอบแทน มันเป็นความดับไม่เหลือด้วยหลักการและความรู้ความเข้าใจ

 

การให้ทานการรักษาศีลการทำสมาธิการเจริญภาวนาเบื้องต้นท่ามกลางที่สุดถึงจะเป็นพระนิพพาน

 

เราทุกคนพากันมารู้มาเข้าใจ พากันมามีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติอยู่กับปัจจุบัน เพราะเหตุผลว่าอดีตก็มารวมอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็อยู่ที่ปัจจุบันนี้แล้ว ปัจจุบันเราต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะความสุขนั้นมันเป็นพระนิพพาน เราต้องมารู้ทุกข์อย่างนี้ มารู้เหตุเกิดทุกข์อย่างนี้ มารู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์อย่างนี้ เพราะนี้คือหน้าที่ของเรา นี้คือการงานของเรา

 

เราพากันมาประพฤติปฏิบัติให้มันติดต่อต่อเนื่องด้วยความรู้ความเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วการประพฤติการปฏิบัติของเรามันจะไม่ติดต่อต่อเนื่อง ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นมันจะไปตามผัสสะตามสิ่งแวดล้อม อิทธิพลสิ่งแวดล้อมมันจะครอบงำใจของเรา ครอบงำสติครอบงำปัญญาเรา

 

เราทุกคนต้องพากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน

 

วันหนึ่งคืนหนึ่งเราพากันนอนพากันพักผ่อนให้เพียงพอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอนอนวันละกี่ชั่วโมง มนุษย์เราน่ะ นอนพักผ่อน ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ ๒๔ ชั่วโมงนอนพักผ่อน ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ เรามาบวชมาประพฤติปฏิบัติธรรม นอน ๕ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ 

 

มนุษย์เรารู้เข้าใจในพระธรรมพระวินัย มีความสุขในการทำหน้าที่ มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เอาพระธรรมพระวินัยเป็นหลักการที่ยกเลิกตัวยกเลิกตนอย่างมีความสุข พากันนอนพากันพักผ่อน ๖ ชั่วโมงก็เพียงพอ ปฏิปทาของหลวงปู่มั่น ท่านให้ผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมนอน ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๒ เพื่อไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

พระธรรมพระวินัยให้พวกเราเข้าใจ เป็นหลักการเพื่อไม่ให้ใครทำอะไรตามใจ ตามอัธยาศัย เพื่อยกเลิกอัธยาศัยของตัวเอง เอาเวลาเป็นหลักการ เอาพระธรรมเอาพระวินัยเป็นหลักการ ยกเลิกตัวตน ทำไมถึงยกเลิกตัวตน เพราะตัวตนคือความทุกข์เกิดขึ้น ความทุกข์ตั้งอยู่ ความทุกข์ดับไป เพราะตัวตนนั้นคือความทุกข์ เปรียบอุปมาเหมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มันมีความขาดตกบกพร่องอยู่เป็นนิจ พระธรรมพระวินัยสิกขาบทน้อยใหญ่มีตั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์เพื่อยกเลิกอัธยาศัย ไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

ก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็บดับขันธ์สู่ปรินิพพาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับพระอรหันต์ขีณาสพทั้งหลายว่า สิกขาบทใดที่จะยกเลิก สิกขาบทใดที่จะเอามาเพิ่ม ให้เพิ่มให้ตัดได้นะ เพื่อจะได้เป็นหลักการในการประพฤติการปฏิบัติ

 

พระอรหันต์ขีณาสพทั้งหลายได้กราบทูลถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นความพอดี เป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นสติเป็นสัมปชัญญะ ขอพระองค์อย่าได้ตัดอย่าได้เพิ่ม พระธรรมพระวินัยถึงเป็นความพอดีความพอเพียงเพียงพอเป็นความเต็ม ๆ ๆ

 

เราทุกคนต้องพากันมามารู้มาเข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยคือความเป็นพระศาสนา เพื่อให้ปฏิปทานั้นสานต่อติดต่อต่อเนื่อง เพื่อจิตใจของเราทุกคนจะไม่ได้ไปตามผัสสะ ไม่ได้ไปตามสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้ธาตุให้ขันธ์ให้อายตนะมันครอบงำจิตใจของเราได้ ไม่ให้ครอบงำสติปัญญาของเราได้ ด้วยเหตุผลนี้เราถึงต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพราะพระธรรมพระวินัยคือพระนิพพาน

 

คำว่าพระคือพระนิพพาน ให้เราเข้าใจ

 

การให้ทาน การรักษาศีล การทำสมาธิ การเจริญปัญญา นี้ถึงเป็นพระนิพพาน เป็นที่อยู่อาศัยของใจ ผู้มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เราทุกคนถึงพากันมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ยกเลิกการทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย

 

เราทั้งหลายได้มีบ้านมีที่อยู่อาศัยในส่วนร่างกาย ส่วนใจก็ต้องมีพระธรรมพระวินัยเป็นที่อยู่ที่อาศัย ถึงจะเป็นคนมีบ้านทั้งภายนอกทั้งภายใน

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรมเป็นหมู่เป็นคณะเป็นกลุ่มเป็นก้อน เพื่อความสมัครสมานสามัคคี เพื่อให้เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา ความสมัครสมานสามัคคีนี้เป็นออกซิเจน เป็นความสุข การที่เรายกเลิกตัวตน ไม่ทำอะไรตามใจตามอัธยาศัยเป็นการปล่อยวางของเสียออกจากกายวาจากิริยามารยาทออกจากใจของเราเป็นการปล่อยวางคาร์บอนไดออกไซด์ เอาของเสียออกไป

 

ให้รู้ให้เข้าใจ พระธรรมพระวินัยถึงเป็นออกซิเจน การไม่เอาความหลงนำชีวิตไม่เอาความผิดนำชีวิต ความรู้ความเข้าใจละเหยื่อที่มันเป็นความหลงมันเป็นสันติไปเองไปในตัว เราไม่ต้องมีความอยากความไม่อยากเป็นพื้นฐาน

 

ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องมาสงบมาก ๆ ให้ปัญญากับความสงบมันเสมอกัน ผู้มีความสงบมาก ๆ ต้องเสียสละมาก ๆ เพื่อให้ความสงบและปัญญามันเสมอกัน

 

เราเอาหลักการเจริญสติปัฏฐาน เราต้องมีสติเป็นพื้นฐานมีปัญญาเป็นพื้นฐาน เรามามีความสุขในการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมในการยืนเดินนั่งนอนในปัจจุบันต้องให้มีความสุขในการเจริญสติปัฏฐาน เพื่อเราทุกคนจะได้หยุดความฟุ้งซ่านของตัวเอง

 

เรามามีความสุขในการยืน อันนี้เรียกว่ามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เรามามีความสุขในการเดิน นี้เรียกว่ามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เรามามีความสุขในการนั่ง นี้เรียกว่ามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม เรามามีความสุขในการนอน นี้เรียกว่ามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม คำว่าความสุขนั้นแหละคือความสุข เรามีความสุขเมื่อไหร่เราก็มีความสงบเมื่อนั้น เรามีความสงบเมื่อไหร่ก็มีความสุขเมื่อนั้น เราต้องรู้เข้าใจ เพราะ ๒ อย่างนี้มันคืออันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ความสุขความสงบนี้มันจะเป็นพระนิพพาน พระนิพพานไม่มีความปรุงแต่ง เรามีความสุขในการทำหน้าที่ ความสุขนั้นก็จะเป็นความสงบ ความสุขนั้นก็จะเป็นพระนิพพาน ความสุขที่เกิดจากที่เราต้องการ ความสุขนั้นจะไม่เป็นพระนิพพาน เพราะมันยังมีความปรุงแต่งอยู่ มันยังเป็นความปรุงแต่งอยู่

 

เรามาบวช เรามาประพฤติปฏิบัติธรรม เราต้องมาเจริญสติสัมปชัญญะ มามีสติรู้ตัวทั่วพร้อม รู้เรื่องผิดเรื่องถูก เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่อไม่ผิดไม่ถูก เรื่องไม่ดีไม่ชั่ว เราต้องรู้เข้าใจ

 

ความรู้ความเข้าใจนี้สำคัญนะ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย  ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ความรู้นั้นก็จะลืม ถ้าเป็นความรู้ความเข้าใจแล้วจะไม่ลืม ระบบความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพรวมลงที่ใจ ใจจะไม่ลืม เพราะใจรู้อริยสัจ ๔ ใจรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ใจที่มีความสุข ใจที่มีพระนิพพาน ใจไม่เอาความหลงนำชีวิต ไม่เอาความผิดนำชีวิต เอาความหลงนำชีวิตเอาความผิดนำชีวิตเดี๋ยวมันจะล้มละลายพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย แผ่นดินไหวอยู่ตั้งไกลโน้น อยู่ที่ประเทศพม่า ศูนย์กลางอยู่ที่มัณฑะเลย์ ห่างจากกรุงเทพมหานครร่วมพันกิโล แผ่นดินไหวเป็นสาเหตุให้ตึก สตง.พังทลาย ตึกใหญ่สูง ๓๐ กว่าชั้นสร้างยังไม่เสร็จดี ตึกอื่นนั้นมีหลายตึกอยู่ใกล้เคียงกันสูงกว่าใหญ่กว่าเค้าก็ไม่พังทลาย เพราะความถูกต้องเค้ามีมากกว่า เค้าโกงกินคอร์รัปชั่นน้อยกว่า

 

ความรู้ความเข้าใจนี้มันจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันจะจบลงที่ปัจจุบัน จบลงที่ผัสสะนี้

 

มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอันนี้นะขึ้นอยู่ที่เหตุที่ปัจจัย เหตุอย่างไรผลก็เป็นอย่างนั้น

 

ด้วยเหตุผลนี้แหละเราต้องประพฤติต้องปฏิบัติใจปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเราต้องเข้าถึงสติเข้าถึงสัมปชัญญะอย่างมีความสุขตั้งแต่ปัจจุบันนี้ เพราะอดีตก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมันผ่านมาแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง ปัจจุบันนี้แหละเป็นการประพฤติการปฏิบัติของเรา เราต้องมีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติเพื่อดับไม่เหลือแห่งความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงในปัจจุบัน เพื่อเราจะได้ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

คำว่ามานะ ๙ หมายถึงทิฏฐิมานะอัตตาตัวตนที่สำคัญว่าตัวเองดีกว่าเค้า เก่งกว่าเค้า ฉลาดกว่าเค้า มีเพาเวอร์มากกว่าเค้า หรือว่ามีมานะทิฏฐิเห็นว่าเสมอกับเขาหรือกว่าต่ำต้อยกว่าเขาอย่างนี้

 

เราต้องรู้เข้าใจ เราต้องยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน เพราะเหตุผลว่าตัวตนนั้นแหละคือปัญหา คือเจ้าปัญหา เราต้องรู้เข้าใจ จะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาปัญหานั้นมารีไซเคิลให้เป็นปัญญา เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เราจะได้เอาความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากมาเป็นความสุข สุขเพราะเรารู้เข้าใจ เราจะไม่ได้ให้ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ มาครอบงำใจของเรา ครอบงำสติปัญญาของเรา เราจะได้ยกเลิกจะได้แคนเซิลหยุดก่อนลาก่อนวัฏฏสงสาร หยุดก่อนลาก่อนปัญหา ได้รีไซเคิลเป็นปัญญา เราทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เอาสิ่งที่ปฏิกูลทั้งหลายนี้มาทำปุ๋ยเพื่อให้เกิดประโยชน์

 

เราทุกท่านทุกคนพากันมารู้หลักการของการประพฤติการปฏิบัติ เมื่อเรารู้แล้วเอาไปใช้ได้ทุกหนทุกแห่งทุกกาลทุกเวลา หลักการในการประพฤติการปฏิบัติจะเป็นผู้ครองเรือนหรือผู้ออกบวช จะเป็นข้าราชการนักการเมืองนักบวชก็ใช้หลักการเดียวกันนี้หมด จะต่างกันเพียงแต่แบรนด์เนม แบรนด์เนมของฆราวาส ทานศีลภาวนา มีศีล ๕ เป็นพื้นฐาน วัน ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ รักษาศีล ๘ รักษาศีลอุโบสถ วัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ รักษาศีลอุโบสถ เพื่อให้เป็นแบบเป็นพื้นเป็นฐาน เป็นกรรมฐาน ฐานที่ตั้งของกรรมทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ เพื่อจะไม่ได้ทำอะไรตามใจ ตามอัธยาศัย มีปิติมีความสุขเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันนี้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุด เพื่อให้ทุก ๆ ประเทศใช้หลักการอันเดียวกันนี้หมด ถือเอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของทุก ๆ ประเทศเพื่อพัฒนาใจ วันจันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เป็นวันพัฒนาใจกับพัฒนาวัตถุด้วยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นการพัฒนา เพื่อให้ใจกับวิทยาศาสตร์ได้เดินทางไปพร้อม ๆ กันเป็นทางสายกลาง

 

การปกครองตนเอง การปกครองผู้อื่น ต้องอาศัยธรรมนูญ ธรรมนูญก็ได้แก่พระธรรมพระวินัย ไม่ให้ใครทำอะไรตามใจตามอัธยาศัย เราทุกคนต้องเข้าใจ เราทุกคนต้องเอาพระนิพพานนำชีวิต เพราะนิพพานคือความสุข จะได้หยุดปัญหา  เราจะได้ก้าวไปด้วยปัญญา ยกเลิกทิฏฐิมานะอัตตาตัวตน

 

มนุษย์เราทุกคนต้องพากันเข้าใจในเรื่องทุกข์ ในเรื่องเหตุเกิดทุกข์ในเรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เราจะไม่ได้พากันเป็นได้แต่เพียงคน คำว่านี้หมายถึงระคนกัน ทำทั้งดีทั้งชั่วทั้งผิดทั้งถูก เดินไปข้างหน้าแล้วถอยกลับมาอยู่ที่เดิม ย่ำต๊อกอยู่ที่เก่า เค้าถึงมีศัพท์ว่าคน ไปไหนไม่ได้

 

มนุษย์คือผู้ที่รู้อริยสัจ ๔ คือผู้ที่รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ มนุษย์เราถึงต้องมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อเอาพระนิพพานนำชีวิต  เอาความสุขนำชีวิต ไม่ใช่เอาความทุกข์นำชีวิต

 

เราทุกคนต้องพากันมารู้มาเข้าใจ เมื่อรู้เข้าใจแล้วความรู้ต้องคู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ ความรู้กับการประพฤติการปฏิบัติมันแยกกันไม่ได้ เพราะ ๒ อย่างนี้ต้องเป็นเกลอกันเป็นเพื่อนกัน มันแยกกันไม่ได้ ถ้าแยกกันมันเสียหายมันพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. ดังนั้นปริยัติกับการปฏิบัตินี้จึงแยกกันไม่ได้

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงตรัสว่าต้องรู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ อย่าให้ความรู้กับการปฏิบัตินี้แยกกัน ผู้มีความรู้มาก ๆ ต้องปฏิบัติมาก ๆ ให้มันเสมอกันไป การทำอะไรถึงรวดเร็วว่องไว เพราะปัจจุบันเราต้องรู้เข้าใจนะ ปัจจุบันมันคือการชิงแชมป์เปี้ยนโลกนะ

 

เราต้องรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัติมันคือการชิงแชมป์เปี้ยนโลกในปัจจุบัน เราเป็นคนเก่งก็ต้องสงบ เราเป็นคนสงบเราก็ต้องเสียสละ เพื่อความไม่ประมาท ผู้ฉลาดนี้มีมากนะ แต่ผู้ฉลาดส่วนใหญ่นั้นจะไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะ ผู้ที่เป็นคนดีนั้นมีอยู่มาก ผู้ที่เป็นคนดีนั้นส่วนใหญ่ไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะนะ ความดีและปัญญาต้องสมัครสมานสามัคคีกัน จะแยกกันไม่ได้ ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ

 

เราพากันเข้าใจว่าการทำอะไรช้า ๆ นั้นเป็นคนใจเย็น ทำอะไรช้า ๆ นึกว่าเป็นคนใจเย็น ใจเย็นนั้นมีความหมายถึงการยกเลิกตัวตนนะ การยกเลิกตัวตนนั้นมันคือการให้ทาน การเสียสละตัวเสียสละตน เป็นการรักษาศีลเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน การทำสมาธิเพื่อยกเลิกตัวตน การเจริญปัญญาเพื่อยกเลิกตัวตน ไม่ใช่ทำอะไรช้า ๆ เป็นคนใจเย็นนะ คนใจเย็นผู้ใจเย็นคือผู้ที่ยกเลิกตัวตนนะ

 

 

ไฟที่มันร้อนอย่างนี้แหละ เรารู้ว่าร้อนเราก็ต้องปัดทิ้งทันที เราไม่รู้เข้าใจ การที่ทำอะไรช้า ๆ เรียกว่าใจเย็นนี้ไม่ใช่นะ เรารู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปกิบัติถึงความดับทุกข์ เราทุกคนต้องยกเลิกตัวตนไม่เอาความสุขทุกข์นำชีวิต เราจะไปใจเย็นอยู่ได้อย่างไร เราจะมาเพลิดเพลินในความแก่ความเจ็บความตายในความพลัดพรากได้อย่างไร คำว่าเพลิดเพลินนี้เป็นคำที่ไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะนะ ถ้าไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะเรียกว่าความเพลิดเพลิน เพลิดเพลินในความอร่อยความแซบความลำความนัวความหรอยในปัจจุบัน นี้คือผู้ที่ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ การทำอะไรช้า ๆ นึกว่าใจเย็น แต่ทำให้ตัวเองเสียหาย ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ต้องรวดเร็วว่องไว

 

ท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านบอกสอนพระทำอะไรต้องทำให้รวดเร็วว่องไวอย่างมีความสุข อย่าให้วัสดุนั้นเสียหายพังทลาย เราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ

 

พวกเราพากันมาบวชนึกว่ามาทำอะไรช้า ๆ มาพูดเหน่อ ๆ มายกแข้งยกขาช้า ๆ นึกว่าใจเย็นนี้ไม่ใช่นะ คำว่าใจเย็นนี้หมายถึงยกเลิกตัวยกเลิกตน ต้องยกเลิกเร็ว ๆ ยกเลิกช้าน่ะ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราจะเอาสมาธิเอาสมาบัติเป็นพระนิพพานนะ

 

ผู้มีความสงบมาก ๆ ถึงต้องเสียสละมาก ๆ อย่าไปถูกสะกดด้วยตัวด้วยตน

 

เรามามีความสุขในการทำข้อวัตรกิจวัตร คนเราความสุขความไม่มีทุกข์มันอยู่ที่เรามีความสุขในการทำหน้าที่ เราทำหน้าที่มีความสุขนั้นแหละคือพระนิพพาน เราไม่มีความสุขในการทำหน้าที่ในการทำธุรกิจหน้าที่การงานนั้นแหละคือนรก นั่นแหละคือตัวตน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราใช้หลักการในการเจริญสติสัมปชัญญะ พากันเจริญสติสัมปชัญญะด้วยใช้หลักการในการเจริญอานาปานสติ หายใจเข้าให้มีความสุข เราหายใจเข้ามีความสุขอย่างนี้ก็เป็นพระนิพพานแล้ว หายใจออกมีความสุขอย่างนี้ก็มีพระนิพพานแล้ว หายใจเข้าก็ให้รู้ว่าไม่แน่ไม่เที่ยงเข้าไปแล้วก็ออกมา หายใจออกก็ไม่แน่ไม่เที่ยงมันเป็นอาคันตุกะที่สัญจรไปมา เราทำอย่างนี้ถึงจะเป็นพระนิพพานชั่วคราวก็ไม่เป็นไร ความรู้ในอริยสัจสี่เอาความรู้ความเข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติมันก็จะเป็นพระนิพพานที่สมบูรณ์ด้วยความรู้ความเข้าใจ

 

ทุกชาติทุกศาสนาก็ใช้หลักการเดียวกันนี้แหละ ที่มีผู้ไปทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า มรรคผลนิพพานนี้มีเฉพาะศาสนาพุทธเหรอ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ผู้ที่รู้เข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ เรื่องข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ ก็ย่อมเข้าถึงการประพฤติการปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพราะศาสนานั้นก็มีความหมายอย่างเดียวกัน เป็นเพียงสมมติสัจจะ สมมติสัจจะนั้นให้เรารู้ให้เข้าใจ สมมติสัจจทั้งหลายมีตั้งหลายล้านสมมติ เพื่อเอาสมมตินั้นมาทำหน้าที่ อย่าไปมองข้ามปัจจุบัน อย่าไปมองข้ามสมมติสัจจะ ต้องมีปิติมีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติต่อสมมติสัจจะ เพื่อผู้มีปัญญามากจะได้มีความสงบมาก ๆ ผู้มีความสงบมาก ๆ จะได้เสียสละมาก ๆ เราจะได้ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยทานศีลสมาธิภาวนา เพื่อเอาพระนิพพานคือความสุขนำชีวิต ไม่ต้องเอาความทุกข์นำชีวิต ไม่ต้องเอานรกนำชีวิต เราต้องรู้เข้าใจ

 

เรามาบวชมาปฏิบัติธรรมเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราเป็นฆราวาสเป็นข้าราชการนักการเมืองเราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความดับทุกข์นั้นต้องมีอยู่ที่เราประพฤติเราปฏิบัติเอง ของอย่างนี้ไม่มีใครประพฤติไม่มีใครปฏิบัติแทนกันได้ เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ จะได้รู้ผิดรู้ถูกรู้ดีรู้ชั่ว

 

เรามาเจริญสติสัมปชัญญะมาก ๆ โทรศัพท์มือถือมันมีคุณมีประโยชน์แล้วก็มีโทษ ให้เรารู้ให้เข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็จะไม่ได้ประพฤติไม่ได้ปฏิบัติ ไม่ได้ทำประโยชน์ของตัวเอง เอาความหลงนำชีวิต เอาความผิดนำชีวิต มันจะเสียหายมันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกับตึก สตง.นะ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราสมัครสมานสามัคคี ทำความดีและปัญญาทำตามพระธรรมพระวินัยข้อวัตรข้อปฏิบัติ ให้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ เรามาอาศัยอารามเพราะความยากจนนะ เรามาอาศัยอารามเพราะเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่อยู่ที่อาศัยของผู้ประพฤติปฏิบัติเพื่อมุ่งมรรคผลพระนิพพาน ให้เราพากันเข้าใจอย่างนี้ ผู้ที่อยู่ถาวรผู้ที่อยู่ชั่วคราวต้องพากันเข้าใจ เพราะปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเราทุกคนนะ เราทุกคนต้องมาสำนึกในตัวเองเรื่องผิดถูกดีชั่ว เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นมาจากภาษีอากรของประชาชนทุกคน การซื้อขายแลกเปลี่ยนเค้าหักภาษีไปในตัวที่เป็นเงินเดือนของข้าราชการนักการเมืองของนักบวช เราจะเอาเปรียบคนอื่นนั้นไม่ได้ เราต้องมาเป็นผู้ให้มาเป็นผู้เสียสละ เพื่อประโยชน์ของเราและประโยชน์ของผู้อื่น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจอย่างนี้นะ

 

เราต้องมามองดูตัวเองว่าเราเป็นพระธรรมพระวินัยหรือว่าเป็นตัวเป็นตนอยู่ เราต้องมายกเลิกตัวยกเลิกตน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีสติมีสัมปชัญญะ บัดนี้เราพากันทำอะไรอยู่ เราอย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท อย่าเอาความประมาทนำชีวิต มันจะเสียหายมันจะพังทลายอย่างเดียวกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

 

เรามาระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระบรมศาสดาที่เป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจ ที่เป็นพระนิพพานเป็นความสุข ความไม่เหลือแห่งความทุกข์ ที่ท่านปัจฉิมโอวาทไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

-----------------------------------------

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 108,090