๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ (สังฆทานพระราชทาน)

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

 

ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม

 

ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย    ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๑๙ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

พันโทสมานมิตร พัฒนาประจำสำนักพระราชวังระดับพิเศษ ระดับ 10 กรมมหาดเล็ก 904 สำนักพระราชวัง ได้กราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ เพื่อบรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเวลา ๑๓ วัน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

วันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ท่านพลเอกธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ รองหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายบริหารพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้เชิญสังฆทานพระราชทานถวายแด่หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ที่สมควรจะได้รับ จำนวน ๑๐ ชุด

 

ชาติศาสน์กษัตริย์เป็นธรรมนูญเป็นโครงสร้างเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ เพื่อให้วัตถุกับจิตใจเดินทางไปพร้อม ๆ กัน วัตถุก็ก้าวหน้า ปัญญาก็ว่องไว

 

ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย การปฏิบัตินั้นต้องเอาความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นจึงเป็นวาระแห่งชาติของกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ธรรมนูญเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ ธรรมนูญนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นได้แก่ธรรมนูญ ธรรมนูญนั้นได้แก่บริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นเป็นเหตุเป็นปัจจัยอยู่นอกเหตุเหนือผล เป็นการยกเลิกความปรุงแต่งของเราทุกคน

 

ปัญญาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นที่ถูกต้อง ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นความดีและปัญญา ๒ อย่างนี้จะเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ธรรมนูญนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เป็นวิมุตติความหลุดพ้น หมู่มวลทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจนี้ไม่ใช่ความจำ ถ้าความจำไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืมเพราะความจำที่เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ไม่กี่วันไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม

 

การประพฤติการปฏิบัติเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การทำหน้าที่เพื่อหน้าที่นั้นจะยกเลิกระบบนายทุนทางจิตใจ จะยกเลิกระบบกรรมกรทางจิตใจ ชาติศาสน์กษัตริย์ถึงไม่มีระบบนายทุนทางจิตใจ ระบบกรรมกรทางจิตใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ ความดีนั้นจึงคู่กับปัญญาเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า การตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ

 

ด้วยเหตุผลนี้มนุษย์เราทุกคนต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญนั้นคือความถูกต้อง

 

การประพฤติการปฏิบัติมนุษย์เราจะไปมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนั้นไม่ได้ ถ้ามีข้อแม้แล้วจะเกิดความเสียหาย เกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

ธรรมนูญนั้นเป็นบริสุทธิคุณ การบริหารนั้นได้แก่การทำหน้าที่ของตน อย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ที่ทำพุทธกิจของตน อย่างพระอรหันต์ขีณาสพสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นคือผู้ที่ทำศาสนกิจ ทำหน้าที่ของตน

 

ธรรมนูญเป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง การที่ทำประโยชน์ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต เพราะธรรมนูญนั้นเป็นสภาวธรรมที่เป็นบริสุทธิคุณ

 

ชาตินั้นจึงได้แก่ธรรมนูญ ชาตินั้นคือเหตุคือปัจจัย ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง ศาสน์ได้แก่พระศาสนาที่เป็นปฏิปทาทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ กษัตริย์นั้นหมายถึงปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ใช่นิติบุคคลไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง พระเศียรของพระพุทธปฏิมากรณ์ที่แหลม ๆ อยู่ที่พระเศียรนั้นได้แก่ปัญญาบริสุทธิคุณที่ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้เป็นพระมหากษัตริย์ทุก ๆ ท่านขึ้นครองราชย์ต้องทรงทศพิธราชธรรมเอาธรรมนูญนำชีวิต ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

มนุษย์ที่เป็นประชากรของโลกมีอยู่แปดพันกว่าล้านคน มี ๑๙๕ ประเทศ ทุก ๆ คนใช้หลักการเดียวกันหมด เอาธรรมนูญนำชีวิต

 

ชาติศาสน์กษัตริย์จึงเป็นโครงสร้างในการดำเนินชีวิต ระบบข้าราชการนักการเมืองนักบวช ประชากรของโลกทุก ๆ คนต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ไม่มีใครยกเว้น ถ้าจะยกเว้นก็มีอยู่เพียง ๒ คน ได้แก่คนตายและคนบ้า มียกเว้นเพียง ๒ คนเท่านั้น

 

ธรรมนูญอาศัยความรู้ความเข้าใจ อาศัยสมมติสัจจะ เอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ สมมติสัจจะนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สมมติสัจจะนั้นมีหลายล้านสมมติ เราต้องรู้เข้าใจว่าสมมติสัจจะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องรู้ต้องเข้าใจวาระต่าง ๆ นั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ สมมติสัจจะนั้นถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันเราต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ ปัญญากับความดี ๒ อย่างนี้เป็นคู่กัน เอามาใช้เอามาปฏิบัติ เอามาทำหน้าที่

 

มีคำถามอยู่ในใจว่าทำอย่างนี้จะไม่มีความทุกข์ทางใจเหรอ จะไม่มีความเครียดทางใจเหรอ มีคำตอบว่า ไม่มีความทุกข์ทางใจ ไม่มีความเครียดทางใจ เพราะเหตุผลว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ

 

เมื่อเรามีฉันทะมีความพอใจมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เราปฏิบัติอย่างนี้ความทุกข์ทางใจเราจะไม่มีเลย ความเครียดทางจิตใจของเราจะไม่มีเลย เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นก็จะกลับกลายเป็นออกซิเจนเป็นการยกเลิกความไม่ถูกต้อง เป็นการถ่ายเทของเสียของปฏิกูลไปในตัวในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่

 

เพราะเหตุผลว่า นี้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ปัญญาที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ใช่ปัญญาเป็นนิติบุคคลตัวตน

 

มนุษย์เราถ้าเอาธรรมนูญนำชีวิตความทุกข์ทางใจนั้นไม่มี ความเครียดทางใจนั้นไม่มี เพราะธรรมนูญนั้นเป็นบริสุทธิคุณยกเลิกความทุกข์ทางใจแล้ว ยกเลิกความเครียดทางใจแล้ว

 

ด้วยเหตุผลนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ เป็นพระมหากษัตริย์ผู้เอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต ผู้เอาธรรมนูญนำชีวิต ผู้เอาบริสุทธิคุณนำชีวิต ประชากรของประเทศไทยต้องเอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลฯเป็นตัวอย่างแบบอย่างเป็นโมเดลในการดำเนินชีวิตเพื่อจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ วัตถุกับจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องเดินไปพร้อม ๆ กันด้วยธรรมนูญ

 

คนดีที่ดำเนินชีวิตที่บริสุทธิคุณได้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเทศไทยของเรามีหลายพระศาสนา ศาสนาทุกศาสนาก็มีความหมายไปในทางเดียวกัน เป็นบริสุทธิคุณเช่นเดียวกัน เพราะเหตุผลว่าชาตินั้นก็คือธรรมนูญ ศาสนานั้นคือธรรมนูญ กษัตริย์นั้นคือธรรมนูญ ธรรมนูญนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ

 

ธรรมนูญนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง ธรรมนูญนั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณ

 

การปฏิบัติที่เป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นบริสุทธิคุณนั้นถึงมีการประพฤติการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ คำว่าสายน้ำนี้หมายถึงน้ำมันไหลติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำสู่ลำห้วยสู่ทะเลสู่มหาสมุทรอย่างนี้เรียกว่าสายน้ำ คำว่าน้ำหยดได้แก่น้ำมันหยดทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอน อย่างนี้เรียกว่าน้ำหยด

 

ความรู้ความเข้าใจจึงเป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่บริสุทธิคุณ มุ่งเป้ามายังเรา การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นการปฏิบัติที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่มีขาดขั้นขาดตอน ไม่มีต่อหน้าและลับหลัง

 

การปฏิบัตินั้นเน้นบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนั้นได้แก่ชาติศาสน์กษัตริย์ที่เป็นบริสุทธิคุณหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

เราทุกคนต้องพากันรู้พากันเข้าใจ อย่าไปคิดว่าความดับทุกข์นั้นอยู่ในอนาคตกาลที่เกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ความคิดเห็นอย่างนี้ไม่ได้ ความคิดเห็นอย่างนี้ผิดพลาดร้อยเปอร์เซ็นต์

 

การประพฤติการปฏิบัติต้องเป็นบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบันไม่ใช่ดับทุกข์อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ความคิดความเข้าใจอย่างนี้มันจะเป็นความพร่องทางจิตใจที่ไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ เปรียบเสมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง มันจะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเอาภพทางจิตใจอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่เอาภพทางร่างกาย เพราะภพทางร่างกายวงจรมันยาวเกิน มันหลายปีเกิน การปฏิบัตินั้นมันเป็นไปไม่ได้

 

เช่นคำถามที่ผู้ยังไม่เข้าใจ ไปถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าตายแล้วเกิดหรือว่าตายแล้วสูญ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเมตตาตรัสตอบว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่เหตุขึ้นอยู่ที่ปัจจัยขึ้นอยู่ที่เงื่อนไขนะ

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เอาวาระกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมาลงที่ใจที่บริสุทธิคุณ ให้เอาที่ปัจจุบัน ถ้าเรามีตัวมีตนเราก็ย่อมมีความเกิด ถ้าเรายกเลิกตัวยกเลิกตนเอาธรรมนูญนำชีวิตเราก็ยกเลิกความเกิด

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเอาวาระจิตกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอยู่ที่ปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นจึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพานอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ไม่ต้องไปเอาภพชาติทางร่างกาย เพราะวงจรทางร่างกายมันยาว จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ปฏิปทาของเราไม่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ ให้เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ที่เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้นั้นจะไม่เป็นเพียงนักปรัชญา ความรู้นั้นจะไม่เป็นเพียงนักจิตวิทยา

 

ภพภูมิต่าง ๆ นั้นต้องเอาภพภูมิทางจิตใจ ไม่เอาภพภูมิทางสรีระร่างกาย ผู้ที่อุปสมบทพระกรรมวาจาถามเป็นภาษาบาลีว่ามนุสฺโสสิ ท่านเป็นมนุษย์รึเปล่า ผู้ที่จะอุปสมบทก็ตอบว่า อามะภันเต ว่าข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ เราพากันมาคิดดูดี ๆ ว่าทำไมท่านเป็นมนุษย์รึเปล่า

 

 

ก็เพราะเหตุผลว่าเน้นที่ใจบริสุทธิคุณ สรีระร่างกายนั้นเป็นมนุษย์ ถ้าเราไม่เอาธรรมนูญนำชีวิตเราทุกคนก็จะเป็นมนุษย์ไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ ธรรมนูญนั้นถึงยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

ชาติศาสน์กษัตริย์ถ้าอยู่ภายนอกนั้นเป็นเรื่องภายนอก บริสุทธิคุณนั้นเน้นมายังตัวของเราเอง เพราะเหตุผลว่าถ้าภายนอกนั้นคือภายนอกไม่ใช่เรา การทำธุรกิจหรือว่าทำศาสนกิจหรือทำพุทธกิจนั้นจึงเป็นการที่ไม่ได้ไปแก้ไขที่คนอื่น เพราะเหตุผลว่าไม่มีใครคิดใครประพฤติใครปฏิบัติแทนคนอื่นได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติถึงเน้นมาที่บริสุทธิคุณ การที่ไปแก้ไขสิ่งภายนอกให้ทุกคนเข้าใจนะ คือการทำหน้าที่ของตัวเอง คนอื่นเค้าก็รู้เข้าใจเค้าก็ทำหน้าที่ของเค้า ให้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติเข้าใจอย่างนี้

 

ในโลกนี้มีใครไปแก้ไขคนอื่นได้ ในโลกนี้ไม่มีใครไปแก้ไขคนอื่นได้ ธรรมนูญนี้เอาไว้สำหรับปกครองทำหน้าที่ของตัวเองนะ เอาไว้ปกครองตัวเองนะ เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่

 

ถ้าเราไปแก้ที่คนอื่นจิตใจนี้จะเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมองทันที

 

ด้วยเหตุผลนี้เราพากันรู้พากันเข้าใจ ปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา วิกฤตนั้นจะได้เป็นโอกาส

 

ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง

 

ธรรมนูญจึงเป็นบริสุทธิคุณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจเน้นมายังบริสุทธิคุณ

 

ด้วยเหตุผลนี้ก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านให้รู้เข้าใจว่าปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ จึงได้ประทานปัจฉิมโอวาทก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 145,373