๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร
ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม
ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พระธรรมพระวินัยเป็นธรรมนูญ เป็นบริสุทธิคุณ เป็นสติรู้ตัวทั่วพร้อม เป็นสัมปชัญญะเป็นปัญญาที่บริสุทธิคุณ เป็นวิมุตติความหลุดพ้นจากความรู้ความเข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ เพื่อความเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ธรรมนูญนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกระบบนายทุน ยกเลิกระบบกรรมกร เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
การประพฤติการปฏิบัติมุ่งความดับไม่เหลือในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน การปฏิบัตินั้นจึงเป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอยู่ที่ปัจจุบัน ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นคือการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกกาลเลือกเวลาเลือกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นถึงเป็นสถานที่ประพฤติสถานที่ปฏิบัติ
เอาพระธรรมเอาพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะเอามาใช้เป็นธรรมนูญเพื่อความบริสุทธิคุณทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจึงมีอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจอยู่กับการทำหน้าที่ เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเพื่อให้เอไอทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นเอไอที่บริสุทธิคุณ เพื่อไม่ให้เอไอนั้นเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน เอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์นั้นต้องเป็นเอไอที่บริสุทธิคุณ
ความคิด คำพูด การกระทำ กิริยามารยาท อาชีพ ต้องมุ่งเป้าด้วยความดับไม่เหลือด้วยบริสุทธิคุณ เอาปัจจุบันเป็นการประพฤติการปฏิบัติ เพราะเหตุผลว่ากายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเอาพระธรรมเอาพระวินัยมาใช้มาปฏิบัติเป็นธรรมนูญอยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ไม่ใช่ปัญญาบริสุทธิคุณ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจึงมีอยู่ในหน้าที่ที่ปัจจุบันที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่บริสุทธิคุณ
ปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ การทำหน้าที่นั้นจึงไม่ต้องการคาวมหวังอะไรตอบแทน ถ้าหวังอะไรตอบแทนแล้วก็คือการลงทุนเพื่อหวังอะไรตอบแทน ถ้าหวังอะไรตอบแทนแล้วคิดว่าทำงานเสร็จแล้วจะได้มีผลประโยชน์ตอบแทน
ความคิดความเข้าใจนี้จึงไม่ใช่ปัญญาบริสุทธิคุณ ความคิดอย่างนี้มันจะเป็นปัญญาที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ความคิดความเข้าใจอย่างนี้จะเป็นเอไอที่เป็นนิติบุคคลตัวตน ไม่ใช่เอไอที่เป็นบริสุทธิคุณ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเข้าถึงบริสุทธิคุณ ท่านมีความสามารถบรรยายธรรมวินัยให้ผู้ฟังรู้ผู้ฟังเข้าใจ เพราะเหตุผลว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านเข้าถึงบริสุทธิคุณทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ท่านเข้าถึงบริสุทธิคุณ
ท่านทำหน้าที่บริสุทธิคุณทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นต้องเป็นความรู้ความเข้าใจที่เป็นบริสุทธิคุณ ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ความรู้ความเข้าใจนี้จึงเป็นความรู้ที่เป็นบริสุทธิคุณไม่หวังอะไรตอบแทน
พระธรรมพระวินัย กฎหมายนั้นต้องเป็นบริสุทธิคุณ ไม่หวังอะไรตอบแทน ถ้าเรามีความหวังใจของเราก็จะเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เศร้าหมอง
ด้วยเหตุผลนี้ธรรมนูญถึงเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผลนอกเหนือความปรุงแต่งของเรา พระธรรมพระวินัยกฎหมายนั้นถึงอยู่นอกเหตุเหนือผลอยู่เหนือความปรุงแต่งของเรา พระธรรมพระวินัยกฎหมายบ้านเมืองนั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณ
สมมติสัจจะที่เราจะเอามาใช้เอามาทำหน้าที่นั้นเป็นบริสุทธิคุณ เราจะเข้าไปปรุงแต่งในสมมติสัจจะนั้นไม่ได้
ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจ พระธรรมพระวินัยเป็นสิ่งที่ท่านผู้ฟังต้องเอาใจ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ เราจะได้เข้าใจปัญหา ปัญหานั้นจะได้เกิดปัญญา เราต้องเข้าใจเรื่งอวิกฤต วิกฤตนั้นจะได้เป็นโอกาส
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นการเน้นที่ปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่มีความต้องการ ไม่หวังอะไรตอบแทน
ทานศีลสมาธิปัญญาที่เป็นบริสุทธิคุณนั้นต้องไม่หวังอะไรตอบแทนถึงจะเป็นการทำหน้าที่ที่เป็นบริสุทธิคุณ ถ้าเราหวังอะไรตอบแทนนั้นจึงเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีที่เศร้าหมอง
อย่างเราทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ มีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ไม่หวังอะไรตอบแทน ความทุกข์ของเราก็ไม่มีอยู่แล้ว เพราะนี้เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ การทำหน้าที่เพื่อหน้าที่นี้จึงจะเป็นบริสุทธิคุณ ถึงจะเป็นเอไอที่บริสุทธิคุณ ไม่ใช่เอไอที่เป็นตัวเป็น
เราพากันคิดดูดี ๆ ด้วยปัญญา ถ้าเราเป็นคนรวยทางวัตถุเป็นผู้มีอำนาจ ถ้าความรวยการมีอำนาจที่ไม่ใช่บริสุทธิคุณ ความรวยการมีอำนาจนั้นก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่จะสร้างปัญหา เพราะเป็นเอไอที่ไม่ใช่ปัญญาบริสุทธิคุณ ปัญหานั้นก็ย่อมแก้ไม่ได้มีแต่จะสร้างปัญหา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ให้เราเข้าใจ อย่าพากันให้ทานเพื่อตัวเพื่อตน รักษาศีลเพื่อตัวเพื่อตน ทำสมาธิเพื่อตัวเพื่อตน เจริญปัญญาเพื่อตัวเพื่อตน นี้ไม่ใช่บริสุทธิคุณ นี้ไม่ใช่เอไอที่เป็นปัญญาสุทธิคุณ
อริยมรรคที่เป็นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณถึงเราจะเอามาใช้อยู่ที่ปัจจุบัน ที่ย่อยมาที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ
ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นถึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเอามาเป็นตัวเป็นตนไม่ได้ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นถึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณที่เอามาใช้ย่อยเป็นกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นจึงเป็นการประพฤติการปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพราะวาระทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
ภพชาติในการประพฤติการปฏิบัติจึงเอาภพชาติอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ที่การทำหน้าที่ เพื่อปัญญาบริสุทธิคุณ เพื่อไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทนั้นคือความผิดพลาดนั้นคือการเสียหายคือการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ธรรมนูญที่เป็นสมมติสัจจะเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เป็นสิ่งที่เราจะเอามาใช้เฉพาะตน ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นถึงให้เน้นที่พุทธกิจ เน้นที่หน้าที่ เพราะความหลุดพ้นนั้นคือความดับไม่เหลือเป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกโลกส่วนตัว ยดกเลิกโรคตัวกูของกู ตัวสูของสู ด้วยความรุ้ความเข้าใจด้วยปัญญาบริสุทธิคุณ
องค์สมเด็จพระสัมมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ทำหน้าที่ทำพุทธกิจตั้งแต่ตรัสรู้จนเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานเป็นเวลา ๔๕ ปี ๔๕ พรรษา ที่เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราทุกคนต้องพากันมาเสียสละ การเสียสละนั้นจึงเป็นทานศีลสมาธิปัญญาที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ใช่ปัญญาที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่มีการไปแก้ไขที่คนอื่น เป็นการทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญาบริสุทธิคุณ การทำหน้าที่นั้นจึงไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจึงเป็นการยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเน้นมาที่ปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นความดับไม่เหลือในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราจะประมาทไม่ได้ เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อความดีและปัญญาจะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าสิ่งภายนอกภายในนั้นมันคือกระแสมันคือโซเชียล พระธรรมพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะที่เป็นบริสุทธิคุณเราต้องเอามาใช้เพื่อหยุดกระแสหยุดโซเชียล หยุดปัญหาด้วยพระธรรมพระวินัยที่เป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจในความเป็นพระศาสนา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสให้กับพระอานนท์กับสงฆ์สาวกทั้งหลายให้รู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นพระศาสนา พระศาสนานั้นได้แก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้แก่พระศาสนา พระศาสนานั้นได้แก่พระธรรมพระวินัยที่เป็นสมมติสัจจะ สมมติสัจจะทั้งหลายนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายรู้เข้าใจ ผู้ปฏิบัติทั้งหลายรู้เข้าใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานท่านถึงได้ตรัสกับพระอานนท์และสงฆ์สาวกทั้งหลายให้รู้เข้าใจ
อานนท์ ! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า “ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดา ล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา” ดังนี้.
อานนท์ ! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น.
อานนท์ ! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตน เป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; เป็นอยู่
อานนท์! ภิกษุพวกใดเป็นผู้ใคร่ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้นจักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุดแล
ก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานก็ยังได้ตรัสเพื่อให้รู้ให้เข้าใจในพระศาสนาให้ชัดเจนให้มากขึ้นให้ยิ่ง ๆ ขึ้น
ท่านตรัสว่า ๔๕ ปี ๔๕ พรรษาที่ผ่านมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้วางหลักการเพื่ออาศัยพระธรรมพระวินัยในการก้าวไป เพื่อให้การก้าวไปนั้นเป็นบริสุทธิคุณเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน ว่าพระธรรมพระวินัยที่เป็นสภาวธรรมแห่งพุทธะนั้นเป็นสภาวธรรมที่เป็นบริสุทธิคุณ ยกเลิกสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ภิกษุทั้งหลายมีความเห็นว่าสิกขาบทเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นถ้าคิดว่าจะขัดกับการดำรงชีวิตในการอยู่ในโลกใบนี้ ไม่สะดวกในการประพฤติการปฏิบัติพรหมจรรย์ก็ให้ยกเลิกสิกขาบทนั้นได้
พระภิกษุรู้เข้าใจว่าพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นสภาวะที่บริสุทธิคุณ เป็นธรรมนูญที่บริสุทธิคุณ เป็นปัญญาที่บริสุทธิคุณ ไม่สมควรที่จะเพิ่มที่จะตัด เพราะพระธรรมพระวินัยนั้นเป็นความพอดีเป็นความพอเพียงเพียงพอ เป็นบริสุทธิคุณ
หลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ๓ เดือนมีการสังคายนาครั้งที่ ๑ ล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ๕๐๐ รูป มีท่านพระมหากัสสปะเป็นประธาน
ท่านพระมหากัสสปะก็ปรารภเช่นเดียวกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ ๕๐๐ รูปมีความเห็นร่วมกันว่า พระธรรมพระวินัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังเป็นความบริสุทธิคุณ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปเพิ่มไปตัดในพระธรรมพระวินัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นบริสุทธิคุณที่ท่านตรัสไว้ดีแล้ว
ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ชาติศาสน์กษัตริย์นั้นจึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้ท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจว่าธรรมนูญนั้นคือความบริสุทธิคุณ
การดำเนินชีวิตของเรานั้นท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ธรรมนูญนั้นจึงเป็นความงามทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่ได้ไปแก้ไขที่คนอื่น เราไม่มีมีสิทธิที่จะไปแก้ไขคนอื่น เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราต้องเดินไปพร้อม ๆ กันกับคนอื่นด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยทานศีลสมาธิปัญญา เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ เรามีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เพื่อความดับไม่เหลือในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบันที่เรียกว่าปัจจุบันธรรม ไม่ใช่ปัจจุบันที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
เอไอนั้นจะได้เป็นเอไอที่บริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ ท่านผู้ฟังทั้งหลายผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนั้นถึงเป็นการประพฤติการปฏิบัติของเรา ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นคือการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงไม่เลือกกาลเลือกเวลาเลือกสถานที่
ผู้ที่อยู่ในกรุงก็เป็นพระอริยเจ้าอยู่ในกรุง ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็เป็นพระอริยเจ้าอยู่ต่างจังหวัด ผู้ที่อยู่ที่ป่าที่เขาเป็นพระอริยเจ้าอยู่ที่ป่าที่เขา เพราะเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
ด้วยเหตุผลนี้พระนิพพานจึงอยู่ทุกหนทุกแห่งทุกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นจึงเป็นพระนิพพาน เพราะว่าพระนิพพานนั้นเป็นการทำงานเพื่องาน เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์สำหรับเสขบุคคล นับเอาตั้งแต่พระโสดาบันไปถึงพระอนาคามี สำหรับพระอรหันต์ขีณาสพนั้นเป็นพระนิพพานเคลื่อนที่อยู่ที่หน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ เราจะไม่ได้แยกพระนิพพานอยู่กับหน้าที่อยู่กับการงาน เพราะพระนิพพานนั้นอยู่กับหน้าที่อยู่กับการงานอยู่ที่พุทธกิจสำหรับพระพุทธเจ้า อยู่ที่ศาสนกิจของพระอรหันต์ อยู่กับธุรกิจที่เราทำหน้าที่ทำธุรกิจหน้าที่การงานสำหรับเสขบุคคล
พระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้มีปัญญาบริสุทธิคุณมาก พูดให้ประชาชนมหาชนเข้าใจว่าพระนิพพานนั้นอยู่ในหน้าที่ อยู่ในอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
เราทุกท่านทุกคนเอาพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างแบบอย่าง โลกปัจจุบันนี้ภาพรวมของโลก เอาสแกมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกสีเศร้าหมองนำชีวิต ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะ
แต่เอไอพูดว่าโลกนี้เอาสายมูเอาสายหลงเอาสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ นี้เป็นความคิดเห็นของเอไอ ความเป็นจริงแล้วมัน ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจ เอาพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างเป็นแบบอย่าง ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั่นแหละคือการประพฤติการปฏิบัติคือการทำหน้าที่
มีคำถามว่า ถ้าเราทำเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราจะไม่มีคำทุกข์ทางใจเหรอ เราจะไม่มีความเครียดทางใจเหรอ มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่มี เพราะวาระนั้นมันมีเพียงวาระเดียว เพราะเรามีตั้งแต่ปิติสุขเอกัคคตามีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานความทุกข์ทางจิตใจนั้นมันมีไม่ได้ เพราะวาระนั้นมันมีเพียงวาระเดียว
เมื่อเรายกเลิกตัวยกเลิกตนที่นั้นก็จะมีพระนิพพานอยู่ทุกหนทุกแห่ง พระนิพพานนั้นถึงมีอยู่ทุกหนทุกแห่งที่เรายกเลิกตัวตน เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ความทุกข์ทางใจของเราจะมีได้อย่างไร ความเครียดทางใจของเราจะมีได้อย่างไร
ความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่นี้ที่ไม่ได้เพิ่มไม่ได้ตัดจะเป็นความรู้ความเข้าใจที่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี เป็นความพอดี เป็นวิมุตติความหลุดพ้นอยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ความทุกข์ความเครียดทางจิตใจของเราก็ย่อมไม่มี ปัญหานั้นก็จะเป็นปัญญา วิกฤตนั้นจะเป็นโอกาส ด้วยความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เพื่อการประพฤติการปฏิบัติเพื่อให้ปฏิปทาของเราจะได้ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ การประพฤติการปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาวาระแห่งภพชาติที่ปัจจุบัน ไม่ต้องเอาวาระแห่งภพชาติทางกาย เพราะวาระภพชาติทางกายวงจรมันนานเกิน
ด้วยเหตุผลนี้ ก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานจึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทว่าการประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เราเอาวาระของปัจจุบัน เพื่อปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ จึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา