๑๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร
ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม
ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
วันนี้เป็นวันพุธที่ ๑๖ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายพากันเข้าใจ ปัญหานั้นจะได้เป็นปัญญา วิกฤตนั้นจะได้เป็นโอกาส ปัจจุบันต้องเอาความรู้ไปใช้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
ภพภูมิต่าง ๆ นั้นมีอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคต องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาปัจจุบัน ให้เอาภพภูมิทางจิตใจ เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเอาภพภูมิทางจิตใจ ถ้าเอาภพภูมิทางกายมันนานเกิน ให้เอาวาระทางจิตทางใจเพื่อให้ทุกคนไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เราทุกคนจะได้ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นอริยมรรคทางใจ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพ วิมุตติความหลุดพ้นนั้นจึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ วิมุตติความหลุดพ้นนั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ใช่เป็นเพียงสมาธิเป็นเพียงสมาบัติ สมาธิสมาบัตินั้นเป็นเพียงหินทับหญ้าเท่านั้น
ปัญญาบริสุทธิคุณนั้นจึงเป็นอริยมรรคทั้งทางใจกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเอาปัจจุบันเป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติ เพราะอดีตก็ได้มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบันแล้ว อนาคตก็ไปจากพื้นฐานไปจากปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติ
ความไม่มีทุกข์ของเราทั้งหลายนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ถ้าเราคิดว่าความสุขของเราจะมีขึ้นได้เมื่อเราทำงานจบแล้ว นี้เป็นความคิดที่มีความพร่องอยู่เป็นนิจ เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิงจะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ
ด้วยเหตุผลนี้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าภพภูมิต่าง ๆ นั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ
เมื่อเราไม่รู้ไม่เข้าใจ ความพร่องทางจิตใจของเราจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ใจของเราไม่อยู่กับสติไม่อยู่กับสัมปชัญญะ จิตใจของเราจะอยู่ในภพชาติอดีตบ้างภพชาติอนาคตบ้าง ใจของเรานั้นจะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ เพราะใจของเราไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่มีความสุขอยู่ที่หน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ความรอคอยถึงเป็นสิ่งทรมานเป็นสิ่งที่ช้านาน เพราะเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราไม่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิ ใจของเรามันพร่องไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชรัชกาลที่ ๙ ของเมืองไทยประเทศไทยท่านถึงตรัสว่า เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เราอยากให้มันเร็วมันก็ไม่เร็ว เราอยากให้ช้ามันก็ไม่ช้า เราต้องรู้ต้องเข้าใจจะได้หยุดความพร่องของใจที่เป็นเหมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เป็นเหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง
ใจของเรานั้นต้องรู้ต้องเข้าใจ เวลานั้นต้องเป็นเวลา ไม่ช้าไม่เร็ว เป็นความพอดี เป็นความพอเพียงเพียงพอ
เราต้องรู้ต้องเข้าใจในเรื่องโซเชียลเรื่องกระแส ธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะภายนอกภายในนั้นเป็นกระแสเป็นโซเชียล ตาหูจมูกลิ้นกายใจนั้นเป็นกระแสเป็นโซเชียล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ไม่ไปตามโซเชียลไม่ไปตามกระแส เพื่อจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส
เราทั้งหลายจะได้รู้เข้าใจเรื่องธาตุเรื่องขันธ์เรื่องอายตนะภายนอกภายใน สติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม มนุษย์ทั้งหลายต้องมีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการทำหน้าที่ในการเจริญสติเจริญสัมปชัญญะ เพื่อจะหยุดโซเชียลหยุดกระแส
อย่างเรานั่งรถยนต์ นั่งเครื่องบิน นั่งเรือ เราทุกคนก็อยากให้รถถึงจุดหมายปลายทางเร็ว ให้เครื่องบินถึงจุดหมายปลายทางเร็ว ให้เรือถึงจุดหมายปลายทางเร็ว ความคิดอย่างนี้เป็นความคิดที่ตรึกในกามตรึกในพยาบาท เปรียบเสมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง ไม่อยากให้แก่ไม่อยากให้เจ็บไม่อยากให้ตายไม่อยากให้พลัดพราก
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ สิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เราอยากให้เป็นไปให้ได้ ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องมีสติมีสัมปชัญญะ วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในสติสัมปชัญญะ ความคิดอย่างนี้ความเข้าใจอย่างนี้ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นการปฏิบัติเพื่อเน้นไปยังปัจจุบัน เน้นที่วาระของจิตใจเพื่อความไม่ประมาท
ด้วยเหตุผลนี้ความรู้ต้องคู่กับการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนี้ถึงเอาเอไอมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เกิดจากปัญญาสัมมาทิฏฐิที่มีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้อง
ความสงบความเย็นที่เป็นพระนิพพานที่เป็นธรรมนูญต้องเกิดจากความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติกับการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วจะเกิดความเสียหายจะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อไม่ให้นิวรณ์ทั้ง ๕ อคติทั้ง ๔ ที่เป็นโซเชียล ที่เป็นโมหะ เป็นอวิชชาความหลง เป็นสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตน เป็นตัวกูของกู เป็นตัวสูของสูครอบงำความไม่รู้ไม่เข้าใจ ครอบงำสติสัมปชัญญะของเรา
การประพฤติการปฏิบัตินั้นคือทำหน้าที่ของเรา คือการทำธุรกิจของเรา พระพุทธเจ้านั้นคือผู้ที่ทำหน้าที่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรียกว่าพุทธกิจ พระอรหันต์ขีณาสพคือผู้ที่ทำหน้าที่ของพระอรหันต์คือศาสนกิจ
เราเป็นสามัญชนเราก็พากันทำธุรกิจ กิจที่ควรทำและกิจที่ไม่ควรทำ ด้วยเหตุผลนี้เรามองข้ามธุรกิจไม่ได้ สำหรับเสขบุคคล บุคคลทุกคนต้องทำธุรกิจ นับเอาตั้งแต่สามัญชนคนธรรมดา พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามีนี้คือผู้ที่ทำธุรกิจ กิจที่ควรทำ ยกเลิกกิจที่ไม่ควรทำ
เอาปัจจุบันนี้เป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ ปัจจุบันนี้ถึงเป็นการชิงแชมป์ระหว่างวัฏฏสงสารกับพระนิพพาน ปัจจุบันนี้ถึงเป็นไฟต์อยู่ที่ปัจจุบัน
ปัจจุบันนี้ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำคัญจริง ๆ เราจะมองข้ามปัจจุบันไปไม่ได้ มองข้ามความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพไม่ได้ สมมติสัจจะนั้นสำคัญมาก สมมติสัจจะนั้นมีหลายล้านสมมติ เราต้องเอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่
สมมติสัจจะนั้น เราทุกคนต้องเคารพในสมมติสัจจะ เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้ยกเลิกตัวยกเลิกตน ถ้าเราไม่เคารพความสงบก็ย่อมไม่มี เมื่อเราไม่เคารพนั่นแหละคือเราเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในความประมาท
ด้วยเหตุผลนี้ สงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสถามพระบรมศาสดาว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความเคารพอะไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคารพในพระธรรม เพราะความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
ความสำคัญมั่นหมายว่าตนเองดีกว่าเค้าเก่งกว่าเค้าฉลาดกว่าเค้ามีเพาเวอร์มากกว่าเค้าหรือว่าเสมอเขาต่ำต้อยกว่าเขานั้นจึงไม่มีสำหรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีสำหรับพระอรหันต์ขีณาสพ เพราะท่านมีความเคารพในพระธรรม ความเคารพนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราทุกคนคิดดูให้ดี ๆ อย่างเรานั่งรถนั่งเครื่องบินนั่งเรือ เราต้องการให้การไปถึงเร็ว นี้คือความไม่เคารพ นี้คือความพร่อง ความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ เราไม่อยากให้แก่ให้เจ็บให้ตายให้พลัดพรากคือความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้ ทางสายกลางที่เป็นธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนั้นจึงเป็นทางสายกลางเพื่อให้เราเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงเศรษฐฏิจพอเพียงเพียงพอ
หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายจะเอาความถูกใจนำชีวิตนั้นไม่ได้ ต้องเอาคามถูกต้อง ความถูกใจต้องให้เป็นความถูกต้อง
ฉันทะความพอใจที่เป็นปิติสุขเอกัคคตามีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ฉันทะความพอใจมีปิติสุขเอกัคคตาอย่างนี้จึงเป็นความอิ่มความเต็มความพอเพียงเพียงพอ นี้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยกเลิกสิ่งไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเน้นที่ปัจจุบัน ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นถึงเป็นที่ที่พึงประพฤติพึงปฏิบัติไม่เลือกกาลสถานที่ ปัญหานั้นถึงจะเป็นปัญญา วิกฤตนั้นจึเป็นโอกาส
เพื่อให้การประพฤติการปฏิบัตินั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ คำว่าสายน้ำหมายถึงน้ำไหลเป็นสายไม่ขาดขั้นขาดตอนอย่างนี้เรียกว่าสายน้ำ คำว่าน้ำหยดได้แก่น้ำหยดลงทีละหยด ๆ ขาดขั้นขาดตอนนี้เรียกว่าน้ำหยด
ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นอริยมรรคทางความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาอาชีพ เป็นปาฏิโมกข์สังอินทรีย์สังวร ปาริสุทธิสังวร ปัจจยะก่อนที่จะบริโภคสังวร
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง เหมือนลมหหายใจ อยู่ที่ไหนต้องหายใจตลอด การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณ เน้นมาที่ธุรกิจ เน้นมายังภารกิจ
การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นทางสายกลาง ต้องเอาวัตถุกับจิตใจเพื่อยกเลิกความไม่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ที่ปัจจุบัน การปฏฺบัติการทำหน้าที่นั้นจึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นเอไอที่เป็นปัญญาประดิษฐ์
การประพฤติการปฏิบัตินั้นให้เราเข้าใจ เหมือนเราไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนนั่นแหละ เมื่อเราเรียนหนังสือออกอ่านเขียนได้ ไปอยู่ที่ไหนก็ย่อมอ่านเขียนได้อยู่ทุกหนทุกแห่งทุกสถานที่ ไม่ใช่อ่านออกเขียนได้เฉพาะอยู่ที่โรงเรียน
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจนั้นไม่ใช่ความจำนะ ถ้าความจำแล้วไม่กี่วันไม่กี่เดือนไม่กี่ปีความจำนั้นก็จะหลงลืม เพราะความจำนั้นมันเป็นเพียงสัญญาขันธ์ ไม่ใช่ความรู้จริง
การพัฒนาวิทยาศาสตร์ต้องเกิดจากความรู้จริงไม่ใช่ความรู้จำ นักวิทยาศาสตร์ทั้งส่วนใหญ่ไม่ใช่ความรู้จริง เป็นจำเอาตำราของรุ่นพี่มา รุ่นพี่ที่ได้ค้นคว้าได้ศึกษามา
การพัฒนาวิทยาศาสตร์พื้นฐานก็ต้องอาศัยรุ่นพี่ แต่เราต้องมาต่อยอดรุ่นพี่ อดีตผิดถูกดีชั่วย่อมเป็นครูสอน ด้วยเหตุผลนี้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายต้องเอาความสงบและปัญญาเพื่อเอามาใช้ป็นปฏิปทาให้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
เรามาคิดดูดี ๆ นะ อากงอาม่าเป็นผู้บุกเบิก ตี๋ใหญ่เป็นคนจำอากงอาม่าแต่ไม่ได้พัฒนายกเลิกตัวยกเลิกตน ตี๋น้อยนั้นได้รับความสะดวกสบายจากตี๋ใหญ่ ตี๋น้อยได้รับความสุขจากทรัพยากรของตี๋ใหญ่
ตระกูลที่ไม่เอาธรรมนำชีวิต ตระกูลนั้นย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะไปติดความสุขความสะดวกความสบาย
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจในมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ เพราะสิ่งเหล่านี้มันยังตั้งอยู่บนรากฐานของพระไตรลักษณ์ เมื่อหมดเหตุหมดปัจจัยแล้วมันจะพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายมีสติมีปัญญา ก้าวไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องพากันเสียสละ ถ้าไม่เสียสละเราจะก้าวไปไม่ได้ เราทุกคนต้องรู้เข้าใจ เห็นโทษเรื่องภพเรื่องชาติ อาศัยความรู้ความเข้าใจ มามีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่
มนุษย์ทุกคนต้องเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละเราจะเดินก้าวต่อไปไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้มนุษย์เราต้องเสียสละทั้งความคิดคำพูดกิริยามารยาทอาชีพ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
ปาฏิโมกข์เน้นความรู้ความเข้าใจทำหน้าที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ใจของเราทุกคนไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราทุกคนปกปิดคนอื่นได้ แต่ไม่สามารถปกปิดตัวของเราได้
เราต้องเสียสละ การประพฤติการปฏิบัติต้องอาศัยหน้าที่ที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพปัจจเวกขณะนั้นมาใช้มาปฏิบัติในการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเอาความถูกต้อง ไม่ใช่ความถูกใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจเราพากันเอาความถูกใจไม่ได้เอาความถูกต้อง
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้เป็นโปรแกรมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกสีเศร้าหมอง
ด้วยเหตุผลนี้มนุษย์เราจะไปแก้ที่คนอื่นไม่ได้ มนุษย์เราต้องแก้ที่ตัวของเราเอง ระบบข้าราชการนักการเมืองนักบวชพสกนิกรของโลกต้องพากันแก้ที่ตนเอง อาศัยความรู้ความเข้าใจ มีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ
ไม่มีความคิดว่าทำหน้าที่เสร็จแล้วจะได้รับรางวัล อันนี้ไม่ใช่ อันนี้ไม่ถูกต้อง อันนี้เป็นความผิดพลาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ ๙๙.๙ อันนี้เป็นความผิดพลาดร้อยเปอร์เซ็นต์
พระพุทธเจ้าพระอรหันต์รู้เข้าใจปัญหาเข้าใจวิกฤต เอาปัญหาเอาวิกฤตมาเป็นโอกาส มีปิติมีความสุขอยู่ที่ปัจจุบันกับการทำหน้าที่ เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว
ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนอย่าไปโง่งมงาย ไปแก้ไขคนอื่น คนอื่นเค้าก็ต้องรู้เข้าใจอย่างเรา ให้เค้าแก้ที่เค้าเอง
ด้วยเหตุผลนี้มนุษย์เราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีศีลมีสมาธิมีปัญญาไปในทางเดียวกัน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ อย่างห้องน้ำห้องสุขาที่อยู่ที่อาศัย เสนาสนะสกปรกไม่สะอาดมาจากไหน ก็มาจากเราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราเป็นคนเห็นแก่ตัวอีโก้สูง การไม่เสียสละจึงได้เกิดความสกปรกที่มาจากใจกายวาจากิริยามารยาทมาจากอาชีพ
ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องเสียสละทั้งความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพ ปัจจะเวกขณะที่เป็นวาระจิตเพื่อยกเลิกตัวยกเลิกตน
การพัฒนาจิตใจนั้นต้องพัฒนาภายนอกไปพร้อม ๆ กัน ภายนอกภายในต้องไปพร้อม ๆ กัน ทางวิทยาศาสตร์กับทางใจต้องไปพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันนั้นที่เป็นวาระที่จิต กายวาจากิริยามารยาทอาชีพปัจจยะพิจารณาก่อนบริโภค
ปัจจุบันมนุษย์ได้พัฒนาวัตถุเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย มนุษย์เราต้องพัฒนาใจให้ไปพร้อมกันกับวัตถุ เพื่อให้เป็นความถูกต้องไม่ใช่ความถูกใจ
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา