๒๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน
ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร
ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม
ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ
วันนี้เป็นวันพุธที่ ๒๓ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
มนุษย์เราต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต มีความเห็นถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติถูกต้อง เอาธรรมนูญนำชีวิต สมมติสัจจะเป็นหลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ ความเคารพในธรรมนูญเป็นคารวธรรมที่เราทุกคนจะเอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพให้เป็นอริยมรรค ความเคารพนี้เป็นสาเหตุให้เกิดความสงบ
ด้วยเหตุผลนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการทำหน้าที่ในการประพฤติในการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทั้งหลายไม่พากันตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความผิดพลาดนั้นคือความเสียหาย จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย
การปฏิบัติเราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว วาระของกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจ ว่าปัจจุบันนั้นเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติของการปฏิบัติ
ใจของเราทุก ๆ คนเราตรึกนึกคิดอะไรไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เรานั้นปกปิดคนอื่นได้แต่ไม่มีใครสามารถปกปิดตัวของเราเองได้
ความเคารพในธรรมนูญที่เป็นสมมติสัจจะต้องมุ่งเป้ามายังบริสุทธิคุณ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ
การประพฤติการปฏิบัติถ้าเราไปเอาวงจรทางสรีระร่างกายนั้นมันยาวนานเกิน ต้องเอาวงจรที่ปัจจุบันขณะ เมื่อเรามีความเคารพถึงจะหยุดวงจรในขณะได้ ถ้าเราไม่มีความเคารพเราจะหยุดวงจรของขณะที่ปัจจุบันนั้นไม่ได้ ถ้าเราไม่เคารพในสมมติสัจจะเราจะหยุดวงจรสัญชาตญาณที่เป็นตัวเป็นตนนั้นไม่ได้
พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพ ท่านเป็นผู้ที่มีความเคารพ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ความเคารพในความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพที่เป็นสังขารที่มีใจครองและวัตถุที่เป็นสังขารไม่มีใจครอง เราต้องมีความเคารพ
เช่น เราเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเคารพในลูกในหลาน เราเป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวชเราก็ต้องเคารพผู้ที่มีสังขารมีใจครอง เคารพในสังขารที่ไม่มีใจครอง
ความเคารพนั้นจะเป็นความสงบความพอเพียงเพียงพอ ที่ไหนมีความเคารพจะมีความพอเพียงเพียงพอ จะเป็นความสงบจะเป็นความอบอุ่นอยู่ในตัวของความเคารพเอง
ความสงบกับความเคารพนั้นถึงจัดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สมมติสัจจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเคารพ
ความเคารพนั้นจึงจัดเป็นความบริสุทธิคุณ มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษเลย สิ่งเหล่านั้นจะเป็นสังขารที่มีใจครองไม่มีใจครองเราก็ต้องให้ความเคารพ
ธรรมนูญจะเกิดได้มีได้ก็เนื่องมาจากเหตุจากปัจจัย ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ สมมติสัจจะนั้นจะได้เกิดเป็นกายวิเวก วาจาวิเวก กิริยามารยาทวิเวก อาชีพวิเวก คำว่าวิเวกนี้เป็นการหยุดสัญชาตญาณเป็นการหยุดตัวหยุดตน ด้วยเอาสมมติสัจจะมาใช้ เอามาประพฤติมาปฏิบัติ เอามาทำหน้าที่
ทุกคนต้องรู้เข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันคือเหตุคือปัจจัย คือกรรมคือกฎแห่งกรรม เป็นกรรมทางกาย เป็นกรรมทางวาจา เป็นกรรมทางกิริยา เป็นกรรมทางมารยาท เป็นกรรมทางอาชีพ
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ความเคารพในธรรมนูญ เอาพระธรรมเอาพระวินัยเอากฎหมายมาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ เพื่อสมมติสัจจะนั้นจะได้ส่งผลัดไปสู่วิมุตติความหลุดพ้น
ด้วยเหตุผลนี้สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจึงอยู่ที่ความรู้คู่กับการประพฤติคู่กับการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบันกับการทำหน้าที่ วิมุตติความหลุดพ้นนั้นถึงเป็นบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน อยู่กับการทำหน้าที่ สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นจึงเป็นบริสุทธิคุณในการประพฤติในการปฏิบัติในการทำหน้าที่
กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวกนั้นถึงอยู่ที่รู้ที่เข้าใจอยู่ที่การประพฤติการปฏิบัติในหน้าที่ ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะไปมองข้ามความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพของเรานั้นไม่ได้ ถ้ามองข้ามแล้วก็ย่อมเกิดการเสียหายเกิดการพังทลายในตัวของตัวมันเอง
พระธรรมพระวินัยจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความวิเวก สมมติสัจจะนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดความวิเวก ความวิเวกนั้นเกิดจากหน้าที่ที่เราเอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติเอามาทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจเพื่อเราจะได้รู้หลักการของการประพฤติของการปฏิบัติ มีความรู้ว่าที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นจะเป็นการประพฤติการปฏิบัติ ถ้าเราเข้าใจเรื่องปัจจุบันที่นั้นจะไม่ตกงาน ถ้าเรารู้เราเข้าใจในปัจจุบันที่นั้นจะไม่ตกงาน
เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เราก็ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้จักงานไม่รู้จักการทำงาน เราทุกคนต้องพากันรู้จักงาน งานในความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพ เราต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราทุกคนต้องเสียสละ ถ้าเราไม่เสียสละจิตใจของเรามันจะมีความพร่องไม่อิ่มไม่เต็ไม่พอไม่เพียงพอ มันจะเป็นเหมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เป็นเสมือนไฟที่ไม่อิ่มในเชื้อของเพลิง
ปัญญาสัมมาทิฏฐิเราต้องเอาปัญญาสัมมาทิฏฐิมาใช้เพื่อให้สมาธิปัญญาเดินทางไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเอาวัตถุกับจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เอไอนั้นเป็นเอไอที่เป็นบริสุทธิคุณ ไม่ใช่เอไอเพื่อเป็นนิติบุคคลตัวตน เอไอที่เป็นนิติบุคคลตัวตนมันจะเป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงมองเห็นธรรมนูญเป็นทางสายกลางระหว่างวัตถุกับจิตใจ ๒ อย่างนี้ต้องทำงานไปพร้อม ๆ กัน ปัญญษสัมมาทิฏฐิกับสัมมาสมาธิต้องทำงานไปพร้อม ๆ กันเพื่อจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงความพอดี
ความสมดุลเรียกว่าธนาคาร รายรับกับรายจ่ายมันพอดีมันลงตัว ไม่มากไม่น้อยที่เป็นเอไอที่บริสุทธิคุณที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน
มนุษย์เราต้องเอาเอไอมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติให้เอไอนั้นเป็นเอไอที่เป็นบริสุทธิคุณ
ความดับทุกข์ไม่มีทุกข์นั้นคือความสมดุลของธรรมนูญ เป็นบริสุทธิคุณของธรรมนูญ เป็นเอไอที่เป็นบริสุทธิคุณ เพราะความคารพที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณเป็นธรรมนูญที่เป็นเอไอบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นจะเป็นภูมิแพ้อยู่ในตัวของความไม่รู้เอง การเสียสละเป็นความรู้ความเข้าใจว่าเราทุกคนต้องเสียสละ มีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เป็นการเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เข้าถึงเศรษฐกิจเพียงพอ เป็นการหยุดความพร่องความไม่อิ่มไม่เต็มไม่เพียงไม่พอ
เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นการทำหน้าที่ตามสมมติสัจจะ เป็นวิมุตติหลุดพ้น เป็นตัววิมุตติสัจจะนั้นเอง เป็นความรู้ความเข้าใจว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น วิมุตติหลุดพ้นที่แท้จริงนั้นเราต้องเอาสมมติสัจจะมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติมาทำหน้าที่ด้วยปิติสุขสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน
ด้วยเหตุผลนี้จึงมีคำตอบกับผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติผู้ที่ทำหน้าที่ว่าปฏิบัติไปถึงไหนถึงจะได้หยุดการปฏิบัติ การปฏิบัติให้ผู้ฟังรู้เข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่ใช่หยุดไม่ใช่ไป การประพฤติการปฏิบัตินั้นเป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
ให้ผู้ฟังรู้เข้าใจ อย่างเราคิดดี ๆ มันก็ดีอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก ถ้าไปเอามากกว่านั้นก็เป็นคนบ้าเป็นคนผีบ้าเท่านั้นแหละ อย่างเราพูดดีมันก็ดีอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก อย่างเรากิริยามารยาทดีมันก็ดีอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก อย่างเราอาชีพดี อาชีพดีคืออาชีพที่เอาธรรมนูญนำชีวิตยกเลิกตัวยกเลิกตนนี้คืออาชีพดีมันก็ดีอยู่แล้วเราจะไปเอาอะไรอีก
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ฟังต้องรู้เข้าใจว่าการประพฤติการปฏิบัตินั้นมันคือการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ วิมุตติสุขความหลุดพ้นนั้นมันคือการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
การมาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นการมายกเลิกระบบนายทุนระบบกรรมกร
นายทุนมีความคิดว่าเราลงทุนเราจะได้รับผลประโยชน์จากการลงทุน กรรมกรมีความคิดว่าเราลงทุนในการทำงานเราจะได้ค่าตอบแทนจากการทำงาน
นายทุนกับกรรมกรก็มีความหวังจากหน้าที่จากการลงทุนจากการทำงาน ความคิดอย่างนี้เป็นความคิดที่ไม่ใช่ปัญญาสัมมาทิฏฐิ เป็นความคิดที่ยังเป็นนิติบุคคลตัวตนอยู่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ ปัญญากับความดีก็ต้องไปพร้อม ๆ กัน เราทำความดีมันก็ดีอยู่แล้วจะไปเอาอะไรอีก ความอยากความต้องการถึงเปรียบเสมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ วิมุตติความหลุดพ้นนี้เกิดจากความรู้เกิดจากความเข้าใจเกิดจากการทำหน้าที่ ไม่หวังผลอะไรตอบแทน ผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ถ้าเรามีความหวังก็ต้องมีความผิดหวัง เพราะความหวังนั้นคือความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอเพียงเพียงพอ จะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ
วิมุตติความหลุดนั้นมีอยู่ในตัวของการปฏิบัติอยู่แล้ว ความหวังนั้นมันคือความไม่สงบ ความไม่สงบนั้นคือสงคราม สงครามในตัวไม่รู้เอง ขยายวงกว้างออกสู่ครอบครัว ท้องถิ่นตำบลอำเภอจังหวัดเมืองหลวง สงครามภายในประเทศต่างประเทศสงครามโลก
ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนี้มาเป็นโอกาส สมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ นั้นต้องอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจ เอาความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติกับการทำหน้าที่ เพื่อให้เอไอเป็นเอไอที่บริสุทธิคุณ ไม่ใช่เอไอที่เป็นนิติบุคคลตัวตน
ท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ความเป็นนิติบุคคลตัวตนนี้คือสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
เราเรียนเราศึกษาก็เพื่อมายกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง เราทำงานก็เพื่อมายกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง เราเป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองเป็นนักศาสนาก็เพื่อมายกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
ให้ผู้ฟังผู้ปฏิบัติรู้เข้าใจ เพื่อเราจะได้เอาสแกมเมอร์นั้นมาใช้ให้เป็นสแกมเมอร์บริสุทธิคุณ การทำงานนั้นต้องให้เป็นสแกมเมอร์ที่เป็นบริสุทธิคุณ การเรียนการศึกษาต้องให้เป็นสแกมเมอร์บริสุทธิคุณ จะได้เป็นอริยมรรคทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นสแกมเมอร์ที่บริสุทธิคุณ
การทำหน้าที่ที่เป็นบริสุทธิคุณด้วยอาศัยสมมติสัจจะ เพื่อไม่ให้สมมติสัจจะนั้นเป็นสายมูสายอวิชชาสายความหลง
โลกนี้ปัจจุบันนี้เอาสายมูเอาสายอวิชชาความหลงมาใช้มาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ ไม่ต่ำกว่า ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ เราทุกคนเอาสายมูสายหลงเอาสายอวิชชาความหลงมานำชีวิต
ที่มีคำถามเอไอว่าผู้ที่ให้ความรู้ความเข้าใจทางศาสนา ทำไมเอาสายมูเอามาใช้เอามาเผยแผ่ เอไอได้ตอบว่า เพื่อดึงประชาชนมาเข้าพระศาสนาแล้วค่อยสอดแทรกธรรมะให้ทีหลัง เอไอต้องเข้าใจว่าประชาชนทั้งหลายนั้นเค้ามีความหลงอยู่แล้ว จะไปซ้ำเติมให้ประชาชนเค้ามีความหลงเพิ่มไปได้อย่างไง
ความคิดความเข้าใจอย่างนี้จึงไม่ใช่บริสุทธิคุณ ความคิดอย่างนี้เป็นความคิดที่ยังมีความอยากความต้องการ ไม่ใช่ความคิดบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงห้ามพระโมคคัลลานะอย่าไปแสดงอิทธิปาฏิหารย์ ให้บอกประชาชนให้รู้ให้เข้าใจ อย่าไปแสดงอิทธิปาฏิหารย์ เพราะประชาชนนั้นเค้ามีความหลงอยู่แล้วอย่าไปแสดงอิทธิปาฏิหารย์ ให้เอาตัวอย่างแบบอย่างของพระสารีบุตร พระสารีบุตรนั้นพูดให้ประชาชนให้รู้ให้เข้าใจเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย อย่าไปแสดงอิทธิปาฏิหารย์ อิทธิปาฏิหารย์นั้นมีอยู่ในตัวของพระธรรมพระวินัยอยู่แล้ว
อย่างเราคิดดี ๆ มันก็ดีอยู่แล้วชั่วไม่มี อย่างเราพูดดี ๆ มันก็ดีอยู่แล้วชั่วไม่มี อย่างเรากิริยามารยาทดีมันก็ดีอยู่แล้วชั่วไม่มี อาชีพที่ยกเลิกตัวตนไม่เบียดเบียน ไม่โกงกินคอร์รัปชั่นเอาใต้โต๊ะบนโต๊ะยกเลิกตัวยกเลิกตนมันก็ดีอยู่แล้วไม่มีชั่ว
ความขลังศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่เรายกเลิกตัวยกเลิกตน อย่างนักบวชทั้งหลายยกเลิกตัวยกเลิกตนแล้วก็ไม่มีความทุกข์อะไร ไม่ต้องไปเก็บสังฆทาน ไม่ต้องไปเก็บเงินเก็บสตางค์ ยกเลิกตัวตนนั้นความทุกข์ก็ไม่มีอยู่แล้วจะไปเอาอะไร เราคิดดี ๆ ตามพระพุทธเจ้านี้มีเหตุมีผลดี
ด้วยความคิดความเข้าใจ เอไอต้องรู้เข้าใจเพื่อให้เอไอเข้าถึงปัญญาบริสุทธิคุณไม่ใช่เอไอเป็นนิติบุคคลตัวตน ตัวตนนั้นแหละถึงเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
การหลอกลวงมันไม่ดี การหลอกลวงนี้ใครหลงก่อนเขา ให้รู้เข้าใจว่าคนหลงก่อนเขาก็คือตัวของเราเองนี้แหละที่หลงก่อนเขา
ตัวตนนั้นจึงเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงไม่ให้พระโมคคัลลานะผู้ที่มีฤทธิ์ในพระพุทธศาสนาแสดงอิทธิปาฏิหารย์ ให้เอาตัวอย่างแบบอย่างพระสารีบุตรเป็นตัวอย่างแบบอย่างที่ดีที่ประกอบด้วยปัญญา นี้เป็นเอไอที่เป็นปัญญา เป็นเอไอที่เป็นบริสุทธิคุณ
ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้น ผู้ประพฤติการปฏิบัติต้องมายกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เกิดเป็นความเศร้าหมองให้กับตัวเราเอง ถ้าไม่ทำอย่างนี้ใครหลงก่อนเขา ก็คือเรานี้แหละหลงก่อนผู้อื่นเลย
พระศาสนาทุกพระศาสนากำลังเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวยิ่งกว่าตึกสตง.ได้แก่ความไม่รู้ไม่เข้าใจ กำลังเอาสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมองนำศาสนา
ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านไม่ได้แก้คนอื่น คือท่านทำหน้าที่ท่านทำพุทธกิจของท่าน เราคิดให้ดี คิดให้ลึกซึ้งให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ทำหน้าที่เราต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจ จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เกิดสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง
ความไม่รู้ไม่เข้าใจ เราเอากายวาจากิริยามารยาทเอาอาชีพมาเป็นเครื่องมือที่เป็นสายมูเป็นอวิชชาความหลง
สมมติสัจจะเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เอาสมมติสัจจะมาใช้มายกเลิกสายมูสแกมเมอร์สีที่เป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เป็นความเศร้าหมอง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้รู้เข้าใจ เรามายกเลิกสายมู สแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เป็นความเศร้าหมอง ชีวิตของเราจะได้โปร่งโล่งเบาสบาย
ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะตรัสรู้ท่านพิจารณาว่าเอาสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เป็นความเศร้าหมองนำชีวิตนั้นไม่ได้
ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงอุทานว่าเรารู้จักเจ้าเสียแล้ว สแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เป็นความเศร้าหมอง เจ้าจะมาทำภพทำชาติทำวัฏฏสงสารให้เราไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อเรายังไม่พบญาณ, ได้แล่นท่องเที่ยวไปในสงสารเป็นอเนกชาติ แสวงหาอยู่ซึ่งนายช่างปลูกเรือน, คือตัณหาผู้สร้างภพ, การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป นี่แน่ะนายช่างปลูกเรือน, เรารู้จักเจ้าเสียแล้ว, เจ้าจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกต่อไป โครงเรือนทั้งหมดของเจ้าเราหักเสียแล้ว, ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแล้ว จิตของเราถึงแล้วซึ่งสภาพที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไป, มันได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหา, คือถึงนิพพาน
เราทุกคนที่เกิดมากำลังใช้ทรัพยากรของความเป็นมนุษย์ ทรัพยากรของความเป็นมนุษย์ต้องอาศัยธรรมนูญ อาศัยการยกเลิกสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกที่เป็นความเศร้าหมอง
ผู้ที่มาอุปสมบท กรรมวาจาจารย์ที่เป็นพระที่กำลังสวดในพิธีบวชพระจะมีคำถามหนึ่งว่า มนุสโสสิ ท่านเป็นมนุษย์หรือไม่ ทำไมถึงถามอย่างนั้น ก็เพราะเหตุผลว่าร่างกายนี้เป็นมนุษย์ แต่ใจยังไม่เอาธรรมนูญนำชีวิต ใจยังเป็นนิติบุคคลตัวตน พระผู้ที่สวดนั้นถึงถามว่า มนุสโสสิ ผู้ที่จะบวชถึงตอบว่า อามะภันเต หมายถึงข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ ผู้ที่ตั้งใจเอาธรรมนูญนำชีวิต
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ที่อยู่ในภพภูมิที่เป็นมนุษย์เทวดาพรหมต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อเอาธรรมนูญนำชีวิต เอาสมมติสัจจะเพื่อยกเลิกอัตตาตัวตน ยกเลิกความสำคัญว่าเป็นตัวเป็นตนเพื่อภพภูมิที่เป็นมนุษย์เป็นเทวดาเป็นพระพรหมนั้นจะมีแต่คุณ
ด้วยเหตุผลนี้ปัญญาสัมมาทิฏฐิจึงเป็นความรู้ความเข้าใจ เอาปัจจุบันมาใช้ทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเพื่อเป็นธรรมนูญ เพื่อเป็นสแกมเมอร์สีบริสุทธิคุณ เพื่อบารมี ๑๐ ทัศเบื้องต้น ๒๐ ทัศในท่ามกลาง ๓๐ ทัศในสูงสุดที่เป็นความดีและปัญญาเพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่อง
ด้วยเหตุผลนี้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ เอาความรู้ความเข้าใจมาใช้มาประพฤติมาปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนั้นจะไม่ได้เป็นเพียงนักปรัชญานักจิตวิทยา สแกมเมอร์ของชีวิตจะได้เป็นสแกมเมอร์บริสุทธิคุณ จะเป็นทางสายกลางทางวัตถุและจิตใจ
วัตถุก็ต้องก้าวหน้า จิตใจปัญญาบริสุทธิคุณก็ย่อมว่องไว เพราะปัจจุบันนั้นเป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่
ด้วยเหตุผลนี้ก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานเพื่อปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำจึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า
"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด
โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ
ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ
ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร
ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง
ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น
---------------------------------
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๒๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา