๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

 

ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม

 

ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย    ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ ๒๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

มนุษย์เราจะไม่มีความทุกข์ทางจิตใจ ต้องเอาธรรมนูญนำชีวิต ธรรมนูญเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ธรรมนูญนั้นได้แก่การยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ต้องพากันรู้พากันเข้าใจ

 

พากันมาพัฒนาสแกมเมอร์เพื่อให้สแกมเมอร์ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นสแกมเมอร์ที่เป็นบริสุทธิคุณที่เป็นธรรมนูญ ที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ

 

 วาระนั้นท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติต้องรู้เข้าใจ วาระนั้นมีเพียงวาระเดียวไม่มีหลายวาระ

 

ด้วยเหตุผลนี้ผู้รู้ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเอาเรื่องความแก่เจ็บตายพลัดพรากในเรื่องของจิตในเรื่องของใจ

 

เพราะเหตุผลว่าถ้าเราไปเอาวาระแห่งการเวียนว่ายตายเกิดทางสรีระร่างกายวงจรนั้นมันนานเกินไป จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความประมาท

 

ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ ความประมาทนั้นเป็นความเสียหายเป็นการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

วงจรการเวียนว่ายตายเกิดทางร่างกายนั้นมันนานเกิน  เราปฏิบัติดี ๆ ต่อร่างกาย ร่างกายนั้นอยู่ได้นานร่วม ๆ ร้อยปี วงจรทางร่างกายนั้นมันนานเกิน

 

ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาวงจรเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ การประพฤติการปฏิบัติของเราถึงจะเป็นไปได้ เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ ให้เราเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพ เน้นการประพฤติการปฏิบัติอย่างนี้ เพื่อให้กายวาจากิริยามารยาทอาชีพของเราเข้าถึงบริสุทธิคุณไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท

 

เพื่อให้ปฏิปทาของเราจะได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ สายน้ำหมายถึงน้ำมันไหลติดต่อต่อเนื่องเป็นสายน้ำ ฝนตกจากฟากฟ้านภาลัย ไหลสู่ลำห้วยทะเลมหาสมุทรที่ติดต่อต่อเนื่องกันนั้นเรียกว่าสายน้ำ น้ำหยดนั้นมันหยดลงทีละหยดทีละหยดขาดขั้นขาดตอนนี้เรียกว่าน้ำหยด

 

การประพฤติการปฏิบัติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรากระชับในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจเพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจะไม่ได้ขาดขั้นขาดตอน

 

ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความประมาท ความประมาทนั้นคือความผิดพลาดนั้นคือความเสียหาย ความไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องของการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนีก็จะเปรียบเสมือทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เปรียบเสมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ มีความพร่องทางจิตใจอยู่เป็นนิจ

 

เรื่องความเกิด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเอาเรื่องความเกิดทางจิตใจ ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเน้นมาเรื่องความเกิดทางจิตใจ เราไปเอาความเกิดทางสรีระร่างกายนั้นไม่ได้ เพราะวงจรของร่างกายนั้นมันนานเกิน

 

การประพฤติการปฏิบัติจึงได้เน้นในหน้าที่มายังปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นถึงเป็นไฟต์ เป็นวาระแห่งชาติของการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ความดีและปัญญาจะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ ความดีและปัญญาจะเป็นปฏิปทาที่จะเป็นบารมีเบื้องต้นท่ามกลางสูงสุด

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านถึงให้เราเอาเรื่องตายเกิดทางจิตใจเพื่อปัจจุบันเราจะได้เอาปัญญาที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ การตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ใช่ปัญญาที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นความดับไม่เหลือที่เป็นอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเอาปัญญาบริสุทธิคุณ เอาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจจึงจะเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เป็นธรรมนูญ ยกเลิกความเป็นนิติบุคคลความเป็นตัวเป็นตน

 

 เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ เราจะไม่เข้าถึงอริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นเหตุผลว่าเราทุกคนนั้นก็ตั้งอยู่ในความหลงความเพลิดเพลินตั้งอยู่ในความประมาท ด้วยเหตุผลนี้ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้เข้าใจ มรรคผลพระนิพพานนั้นจึงอยู่ในหน้าที่ที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเอาวาระเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ ไม่ใช่เอาวาระในการเวียนว่ายตายเกิดทางสรีระร่างกาย ต้องเอาวาระเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ

 

เราพากันมาคิดพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลเพื่อให้เกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิว่า พระนิพพานนั้นอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ที่อนาคต ถ้าเราคิดว่าพระนิพพานอยู่ที่อนาคต ใจของเราจะเป็นเหมือนทะเลมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ เป็นเหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิง ใจของเรานั้นจะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ จะไม่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ

 

ด้วยเหตุผลนี้พระนิพพานจึงอยู่ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่อยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ ถ้าเราคิดว่าพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญมันเป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่เพียงพอ มันมีความพร่องทางจิตใจอยู่เป็นิจ

 

ความคิดความเข้าใจอย่างนี้มันคือความผิดพลาดมันคือความเสียหาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะ ใจของเราทุกคนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้นต้องเอาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ ถ้าเราไม่เอาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ ใจของเราก็จะเป็นเหมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ เป็นเหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อของเพลิงจะมีความพร่องอยู่เป็นนิจ

 

ด้วยเหตุผลนี้ ท่านผู้ฟังผู้ปฏิบัติทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจว่าเราต้องเอาวาระเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ ไม่เอาการเวียนว่ายตายเกิดทางสรีระร่างกาย ใจของเราจะได้รู้ว่าเราจะเอาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ ไม่มีความคิดความเข้าใจว่าพระนิพพานอยู่ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านผู้ปฏิบัติผู้ที่ทำหน้าที่ทั้งหลายต้องรู้ต้องเข้าใจ ต้องเอาการเวียนว่ายตายเกิดในเรื่องของจิตในเรื่องของใจ ใจเราทุกคนนั้นเป็นนามธรรม การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าใจของเรานั้นเป็นนามธรรม ต้องเอากายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นมาประพฤติมาปฏิบัติ กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นจึงเป็นสแกมเมอร์ เป็นสแกมเมอร์ทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นสแกมเมอร์

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกต้อง มีความเข้าใจถูกต้อง เพื่อเอาสแกมเมอร์ที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ เพื่อให้เป็นธรรมนูญเพื่อเป็นบริสุทธิคุณเพื่อไม่ให้เกิดตัวไม่ให้เกิดตน เพื่อให้เป็นการทำความดีเพื่อความดี ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เพื่อให้เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ ไม่ให้เป็นปัญญาที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวเป็นตน

 

เพื่อไม่ให้กายวาจากิริยามารยาทอาชีพเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมอง ด้วยเหตุผลนี้ จึงต้องเน้นเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ เพื่อไม่ให้วงจรการปฏิบัตินั้นตั้งอยู่ในความหลงความเพลิดเพลินตั้งอยู่ในความประมาท เพราะความประมาทคือความผิดพลาดคือความเสียหายนั้นคือการพังทลายของการประพฤติของการปฏิบัติ

 

ปัจจุบันเราต้องรู้ต้องเข้าใจ เราจะเอาความถูกใจของเรานั้นไม่ได้ เราจะเอาความไม่ถูกใจของเรานั้นไม่ได้ เพราะความถูกใจและไม่ถูกใจนั้นมันยังเป็นขั้วบวกขั้วลบ ความถูกใจนั้นก็ยังไม่ใช่ความถูกต้อง ความไม่ถูกใจนั้นก็ไม่ใช่ความถูกต้อง

 

ธรรมนูญที่เป็นบริสุทธิคุณนั้นจึงอยู่เหนือความปรุงแต่ง พระธรรมพระวินัยนั้นจึงอยู่เหนือความปรุงแต่ง การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงจะไม่เป็นขั้วบวกขั้วลบ เป็นความสงบและปัญญาที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงจะเป็นสแกมเมอร์ที่เป็นบริสุทธิคุณ ไม่ใช่สแกมเมอร์ที่เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ต้องเน้นมายังบริสุทธิคุณ ใจของเราทุกคนไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นไม่มีใครเข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราปกปิดคนอื่นแต่เราไม่สามารถปกปิดตัวของเราเองได้

 

ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมีความประมาทไม่ได้ การประพฤติการปฏิบัติจึงมุ่งเป้ามาเรื่องจิตเรื่องใจ มายังบริสุทธิคุณในความไม่ประมาท มีคำถามว่าเราปฏิบัติอย่างนี้เราจะไม่มีความเครียดทางจิตใจเหรอ เราจะไม่มีความทุกข์ทางจิตใจเหรอ

 

มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วว่าไม่มีความทุกข์ทางใจ ไม่มีความเครียดทางใจ เพราะเหตุผลว่าวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ เรามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ ความทุกข์ทางใจของเราจะไม่มี ความเครียดทางใจของเราจะไม่มี เพราะวาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ

 

อย่างเราเรียนหนังสือเรามีความสุขทางใจในการเรียนหนังสือความทุกข์เราจะไม่มี ความเครียดเราจะไม่มี สุขภาพร่างกายก็แข็งแรง สุขภาพจิตก็ยิ่งดี อย่างนี้เป็นต้น

 

อย่างเราทำงานที่มีความสุขกับการทำงานสุขภาพร่างกายก็ดี สุขภาพจิตใจก็ดี ไม่มีความทุกข์เลย ไม่มีความเครียดเลย

 

เราพากันคิดดูดี ๆ นะ ถ้าเรายกเลิกเรา ยกเลิกคนอื่น ความทุกข์ทางจิตใจนั้นจะไม่มี ความทุกข์ทางกายนั้นก็ย่อมมี แต่ความทุกข์ทางจิตใจนั้นไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้ ปัญหานั้นถึงเป็นปัญญา วิกฤตนั้นถึงเป็นโอกาส ด้วยเหตุผลนี้การทำงานต้องให้เป็นการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมต้องให้เป็นการทำงาน มีความสุขในการทำหน้าที่ ความทุกข์นั้นจะไม่มี

 

ด้วยเหตุผลนี้ พระนิพพานถึงอยู่กับหน้าที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง การทำงานนั้นคือการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมนั้นคือการทำงาน วิถีชีวิตของเราจะแยกการทำงานกับการปฏิบัติธรรมไม่ได้ต้องให้เป็นเนื้อเดียวกัน ๒ อย่างนี้ต้องไปพร้อมกัน เพื่อให้เป็นเอไอที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ เป็นปัญญาประดิษฐ์

 

ด้วยความรู้ความเข้าใจนี้ เราจะได้ยกเลิกสายมูสายอวิชชาสายความหลง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ จะได้เอาธรรมนูญนำชีวิต ไม่เอาความถูกใจและเอาความไม่ถูกใจนำชีวิต ทำความดีเพื่อความดี เจริญปัญญาเพื่อปัญญา เราพากันคิดดูให้ดี ๆ ด้วยปัญญาที่บริสุทธิคุณ

 

การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นจึงได้ยกเลิกจิตใจที่เป็นระบบนายทุน ยกเลิกระบบจิตใจที่เป็นกรรมกร เพราะใจที่เป็นระบบนายทุน ที่เป็นระบบกรรมกร จะเป็นความไม่อิ่มไม่เต็มไม่เพียงพอ ไม่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพออยู่ในความไม่รู้ไม่เข้าใจ ความคิดที่ว่าลงทุนแล้วจะได้รับผลประโยชน์ คิดว่าทำงานแล้วจะได้รับผลประโยชน์ ความคิดความเข้าใจอย่างนี้เป็นความคิดที่ไม่เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ จะมีความพร่องอยู่ตลอดกาลตลอดเวลา 

 

นี้ไม่ใช่ปัญญาที่บริสุทธิคุณ นี้เป็นปัญญาที่เป็นนิติบุคคลตัวตน เราพากันมาคิดดูดี ๆ นะ ว่าพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ขีณาสพ ท่านไม่มีความทุกข์ทางจิตใจ เพราะเหตุผลว่าท่านเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต พระพุทธเจ้าจะเข้าถึงปัญญาบริสุทธิคุณได้ก็ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน พระอรหันต์จะเข้าถึงบริสุทธิคุณได้ก็ต้องยกเลิกตัวยกเลิกตน การทำงานทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นจึงจะเป็นบริสุทธิคุณ ถึงจะเป็นการยกเลิกตัวยกเลิกตน

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราทุกคนจะมีตัวมีตนไม่ได้ เพราะตัวตนนั้นมันมีความพร่อง มีความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่พอเพียง

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราจะไปทำอะไรเพื่อหวังผลตอบแทนไม่ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นให้เราเข้าใจ ให้มีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้อง ใจของเราจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ ไม่หวังอะไรตอบแทน

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราคิดดูดี ๆ เรามีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ด้วยปัญญาที่บริสุทธิคุณ เพื่อให้ความดีและปัญญที่จะได้เป็นปฏิปทาที่ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัติของเรานั้นต้องรู้ต้องเข้าใจ ความไม่รู้ไม่เข้าใจนี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราเข้าถึงความไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ ด้วยเหตุผลนี้ความรู้ความเข้าใจในความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติการทำหน้าที่ นั่นแหละคือวิมุตติความหลุดพ้นกับหน้าที่

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้เข้าใจ เราอย่าไปหวังอะไรตอบแทน ถ้าเราหวังนั้นแหละจิตใจของเราคือระบบนายทุนเพื่อหวังอะไรตอบแทน นั่นแหละใจของเราที่เป็นกรรมกรคิดว่าทำงานจบแล้วจะได้รับรางวัล นี้แลหะจิตใจของเรากำลังป็นระบบกรรมกร

 

ใจที่เป็นระบบนายทุนกับกรรมกรนี้ถึงไม่ใช่บริสุทธิคุณ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจเพื่อจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เรารู้ให้เข้าใจ เพื่อจะได้เข้าถึงปัญญาบริสุทธิคุณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจว่าสมาธิสมาบัตินั้นเป็นเพียงสถานที่พักผ่อนทางจิตใจชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ไม่ใช่ความหลุดพ้น

 

ความหลุดพ้นนั้นเป็นอริยมรรคที่เป็นบริสุทธิคุณทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่ยกเลิกตัวยกเลิกตน ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเน้นความบริสุทธิคุณ เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ไม่หวังอะไรตอบแทน ถ้าหวังอะไรตอบแทนนั้นจะเป็นสแกมเมอร์สีเทาสีดำสีสกปรกสีเศร้าหมองทันที

 

เราทุกคนต้องเข้าถึงบริสุทธิคุณอยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน ถึงจะเข้าถึงความบริสุทธิคุณได้ ปัญหาที่จะกลายเป็นปัญญาจึงต้องเอาสมมติสัจจะเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่ มีความสุขในการทำหน้าที่ไม่หวังอะไรตอบแทน ถ้ามีความหวังใจของเรานั้นจะเป็นสแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกทันที องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เรามีปัญญาบริสุทธิคุณอย่างนี้

 

ด้วยเหตุผลนี้ มนุษย์เราต้องเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต เทวดาก็ต้องเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต พระพรหมต้องเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต พระอริยเจ้าทั้งหลายต้องเอาปัญญาบริสุทธิคุณนำชีวิต

 

เพราะปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้นที่จะเอาปัญหามาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส ปัจจุบันถึงเป็นวาระแห่งชาติเป็นไฟต์ของการประพฤติการปฏิบัติของการทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่นั้นจะเป็นบริสุทธิคุณ หน้าที่นั้นจะไม่ได้เป็นนิติบุคคลตัวตน

 

ทรัพยากรทางสรีระร่างกายของเราจะได้เอามาทำหน้าที่ที่เป็นหน้าที่บริสุทธิคุณ สมมติสัจจะทั้งหลายนั้นเป็นบริสุทธิคุณ ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องรู้ต้องเข้าใจว่าสมมติสัจจะนั้นเป็นบริสุทธิคุณ เพราะสมมติสัจจะนั้นต้องอยู่นอกเหตุเหนือผล ต้องเป็นบริสุทธิคุณ

 

เราต้องเอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาปฏิบัติ มามีฉันทะมีความพอใจมีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่ เพื่อเราจะได้ใช้ทรัพยากรที่เป็นสมมติสัจจะมาทำประโยชน์มาทำหน้าที่

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องรู้เข้าใจ ให้มีระเบียบในการคลัง รายรับรายจ่ายที่กายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นเป็นระเบียบของการคลัง กายวาจากิริยามารยาทนั้นเป็นระเบียบของการคลัง

 

 

สมมติสัจจะนั้นเป็นระเบียบในการคลัง ระเบียบทางความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพนี้คือระเบียบในการคลัง ด้วยเหตุผลนี้ การประพฤติการปฏิบัตินั้นถึงเอาวาระทางจิตใจ เพื่อให้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพื่อเอาสมมติสัจจะนั้นมาใช้มาปฏิบัติมาทำหน้าที่ เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนี้เป็นระเบียบทางกระทรวงการคลังอยู่ที่วาระกายวาจากิริยามารยาทอยู่ที่อาชีพ

 

ด้วยเหตุผลนี้ เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ ต้องพากันเอาวาระทั้งความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพเพื่อเข้าสู่ระเบียบทางการคลัง เพื่อจะได้รวมกันที่กระทรวงการคลังเน้นที่ใจที่บริสุทธิคุณ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

 

ด้วยเหตุผลนี้ ปัจจุบันถึงเป็นการชิงแชมป์ของการประพฤติการปฏิบัติ การประพฤติการปฏิบัตินั้นเราถึงยกเลิกความชอบ ยกเลิกความไม่ชอบ

 

เราจะได้เอาปัญหานั้นมาเป็นปัญญา เอาวิกฤตนั้นมาเป็นโอกาส ผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติต้องเข้าใจ เดี๋ยวนี้เรากำลังใช้ทรัพยากรของธรรมชาติ

 

อย่างเราเป็นข้าราชการนักการเมืองเป็นนักบวช ผู้ที่ทำงานรัฐวิสาหกิจคือผู้ที่ใช้ทรัพยากรของผู้อื่น เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราต้องใช้ทรัพยากรให้ถูกต้อง ความคิดคำพูดการกระทำกิริยามารยาทอาชีพนั้นคือทรัพยากรของธรรมชาติ หรือว่าทรัพยากรของผู้อื่น ความสมดุลจะเกิดได้ก็ต้องมีระบบระเบียบของรายรับรายจ่ายของกระทรวงการคลัง ถ้าเราไม่เอาเรื่องจิตเรื่องใจบริสุทธิคุณก็ย่อมเป็นผู้ประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท

 

การทำพุทธกิจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ การทำศาสนกิจของพระอรหันต์ถึงเป็นปัญญาบริสุทธิคุณ

 

เราทุกคนต้องรู้ต้องเข้าใจ ธุรกิจนั้นต้องเป็นธุรกิจที่เป็นบริสุทธิคุณ ธุรกิจทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพนั้นต้องเป็นธุรกิจที่บริสุทธิคุณที่เป็นปัญญาบริสุทธิคุณ

 

เรามาคิดดูดี ๆ นะ อย่างพระพุทธเจ้าอย่างพระอรหันต์ท่านเข้าถึงปัญญาบริสุทธิคุณ กายวาจากิริยามารยาทของท่านก็ย่อมเข้าถึงความบริสุทธิคุณตาม

 

เสขบุคคล บุคคลต้องรู้ต้องเข้าใจ เพื่อเอาความดีและปัญญาเพื่อจะให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ปัญญาบริสุทธิคุณนั้นถึงเป็นกระทรวงการคลัง ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงเข้าถึงความเต็ม ๆ ๆ เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ เต็มทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ

 

การประสูติตรัสรู้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นล้วนแต่เข้าถึงความเต็ม ประสูติตรัสรู้แสดงธรรมก็ล้วนแต่พระจันทร์วันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราเข้าใจ การประพฤติการปฏิบัตินั้นต้องเน้นในเรื่องจิตใจเข้าถึงบริสุทธิคุณ เพื่อให้ปฏิปทาของเราได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานจึงได้ตรัสโอวาทสำคัญว่าปัจจุบันนี้เป็นวาระสำคัญของการประพฤติการปฏิบัติท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

 

---------------------------------

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันศุกร์ที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

Visitors: 145,372