๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างประเทศได้มาร่วมรวมกันประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความโทมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและชาวโลกตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน พระองค์เป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความผาสุกและความมั่นคงแห่งชาติไทย เราประชาชนชาวไทยต้องร่วมใจสมัครสมานสามัคคีทำความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เพื่ออุทิศบุญกุศลน้อมเกล้าถวาย เพื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย เข้าสู่สวรรค์มรรคผลพระนิพพาน

 

ขณะนี้เวลานี้เป็นเวลาฟังธรรม ให้ทุกท่านทุกคนพากันตั้งใจฟัง ทุก ๆ คนพากันปิดโทรศัพท์มือถือไว้ก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนในการบรรยายธรรมไม่รบกวนในการฟังธรรม ในศาลาแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพื่อจะไม่ได้รบกวนคนอื่น อนุญาตให้บันทึกเสียงธรรมะไว้ในโทรศัพท์ได้ ไม่ให้อนุญาตให้พูดคุยกันอยู่ในศาลาเวลาแสดงธรรม ไม่ให้เดินไปเดินมาเวลาบรรยายธรรม เมื่อมีความจำเป็นจะไปห้องสุขาก็ไปได้ ให้รักษาความสงบ ผู้ที่จะรับโทรศัพท์คุยโทรศัพท์ต้องให้ห่างจากศาลาไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

 

ผู้ที่นำเด็กมา เด็กที่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ให้ผู้ปกครองนำเด็กออกไปจากศาลาต้องการฟังธรรมะ ลำโพงขยายเสียงก็มีอยู่นอกศาลาอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนการบรรยายธรรมและการฟังธรรม

 

ให้พากันนั่งให้สบาย นั่งให้ตัวตรง ๆ อย่าไปนั่งตัวโค้งตัวงอ เพื่อเราจะได้มีสติมีสัมปชัญญะ ใจไม่สงบไม่เป็นไรให้ตัวของเราตรง ๆ ไว้ก่อน ถ้าตัวเราตรงใจของเราก็จะสงบเอง การปฏิบัติใจนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราปฏิบัติที่กาย    ใจไม่สงบก็ให้ตัวตรงไว้ก่อนใจเราก็จะสงบเอง ใจของเรานั้นเป็นนามธรรม การฝึกใจปฏิบัติใจนั้นต้องไปปฏิบัติที่กาย ไปปฏิบัติที่วาจาที่กิริยาที่มารยาทที่อาชีพ อาศัยกายวาจากิริยามารยาทเป็นหลักการของการประพฤติการปฏิบัติ

 

วันนี้เป็นวันพุธที่ ๓๐ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

 

ข้าราชการนักการเมืองนักบวชพ่อค้าประชาชนให้พากันเข้าใจ อายุขัยของเราส่วนใหญ่ก็อยู่ได้ไม่เกินร้อยกว่าปี

 

เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจว่าอายุขัยของเราอยู่ได้ไม่เกินร้อยกว่าปี ธรรมนูญเป็นความบริสุทธิคุณ สมมติสัจจะนั้นเป็นบริสุทธิคุณ

 

วิมุตติความหลุดพ้นนั้นเป็นธรรมนูญเป็นบริสุทธิคุณ ด้วยเหตุผลนี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไม่ให้เราทั้งหลายพากันตั้งอยู่ในความประมาท

 

ปัจจุบันเป็นวาระแห่งชาติ เราเอาตำแหน่งเอาหน้าที่ที่เป็นข้าราชการนักการเมืองนักบวชที่เป็นประชาชนเอามาใช้เอามาปฏิบัติเอามาทำหน้าที่

 

วาระนั้นมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ วาระทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมีเพียงวาระเดียว ไม่มีหลายวาระ

 

ปัจจุบันเรามีฉันทะมีความพอใจ มีปิติมีความสุขมีความสดชื่นรู้ตื่นเบิกบานในการทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน เพื่อให้ปฏิปทาของเรานั้นได้ติดต่อต่อเนื่องดั่งสายน้ำ

 

ด้วยเหตุผลนี้เราทุกคนจะไปมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นนั้นไม่ได้ ถ้ามีข้อแม้แล้วจะเกิดความเสียหาย จะเกิดการพังทลายอย่างเดียวเช่นเดียวกันกับตึก สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของเมืองไทยประเทศไทย

 

อริยมรรคทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพ อริยมรรคนั้นต้องเป็นอริยมรรคที่เป็นบริสุทธิคุณ ไม่ใช่อริยมรรคที่เป็นนิติบุคคลตัวตน อริยมรรคนั้นต้องเป็นอริยมรรคที่เป็นบริสุทธิคุณ

 

อริยมรรคที่เป็นบริสุทธิคุณเราทุกคนก็ต้องรู้ต้องเข้าใจ เพราะเราทุกคนรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าตัวเองตรึกนึกคิดอะไร คนอื่นไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเราตรึกนึกคิดอะไร เราปกปิดคนอื่นได้แต่เราปกปิดตัวของเราเองไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนี้ ความรู้ความเข้าใจต้องก้าวไปด้วยบริสุทธิคุณทั้งทางกายวาจากิริยามารยาททั้งอาชีพอยู่ที่ปัจจุบัน

 

พระพุทธเจ้านั้นคือผู้ที่เข้าถึงบริสุทธิคุณอยู่ที่หน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน พระอรหันต์ขีณาสพคือผู้ที่เข้าถึงบริสุทธิคุณอยู่ในหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

ด้วยเหตุผลนี้เราต้องเข้าถึงบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นต้องเป็นบริสุทธิคุณทั้งกายวาจากิริยามารยาทอาชีพต้องเข้าถึงบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบัน

 

การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงเป็นวงจรทั้งทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพที่เป็นความบริสุทธิคุณอยู่ที่ปัจจุบันอยู่ในหน้าที่

 

ความรู้ความเข้าใจในหน้าที่การประพฤติการปฏิบัตินั้นจึงไม่เลือกการไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นเป็นสถานที่ปฏิบัติ ที่ไหนเป็นปัจจุบันที่นั้นจึงเป็นความบริสุทธิคุณ

 

สแกมเมอร์สีดำสีเทาสีสกปรกสีเศร้าหมองที่เป็นความเศร้าหมองจะหยุดได้ด้วยความรู้ความเข้าใจอยู่ที่เราทำหน้าที่อยู่ที่ปัจจุบัน

 

โลกนี้มีประชากรของโลกอยู่แปดพันกว่าล้านคน ประเทศไทยเรามีประชากรอยู่หกสิบห้าล้านคน จำนวนแปดพันกว่าล้านคนนี้เราเอาพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างแบบอย่างในการดำเนินชีวิต  ประเทศไทยเรามีประชากรหกสิบกว่าล้านคนเราเอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นตัวอย่างแบบอย่าง เพื่อการประพฤติการปฏิบัติของเราจะได้เข้าถึงบริสุทธิคุณ

 

ปัจจุบันนั้นมีเพียงขณะเดียว วงจรการปฏิบัติเราต้องเอาวาระจิตของปัจจุบัน ถ้าเราเอาวาระกายมันนานเกินร่วม ๆ ร้อยปี จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยไม่กระชับไม่เข้าถึงบริสุทธิคุณ ต้องเอาวาระวงจรทางจิตใจ จะได้กระชับกับการประพฤติการปฏิบัติอยู่ที่ปัจจุบัน

 

ให้เราทั้งหลายระลึกถึงโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ก่อนที่จะเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานท่านได้ตรัสโอวาทสำคัญครั้งสุดท้ายไว้ว่า

 

"หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลความว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาทเถิด

 

โอวาทของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และแน่นอนนะ

ความยิ่งใหญ่ คือความไม่ยั่งยืนนะ

ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ คือชีวิตที่อยู่ด้วยทาน ศีล เมตตา และกตัญญู

ชีวิตที่มีความดี อาจมิใช่ความยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเป็นปัญญาบริสุทธิคุณเท่านั้น การระงับสังขารทั้งหลายด้วยความรู้ความเข้าใจเป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัตินั่นแหละคืออริยมรรค เป็นหนทางที่ประเสริฐมีพระนิพพานตั้งแต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอพระนิพพานเมื่อตายแล้ว ปัจจุบันไม่มีพระนิพพาน อนาคตจะมีพระนิพพานได้อย่างไร

 

 

ให้เรารู้เข้าใจเรื่องพระธรรมพระวินัย พระธรรมพระวินัยที่เป็นสัมมาทิฐิ เพื่อหยุดวัฏฏสงสารนั่นแหละคือพระนิพพาน ให้พวกเรารู้เข้าใจในเรื่องพระนิพพาน ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเดิมนั้นคือความว่างเปล่า สิ่งที่สัญจรไปมาเป็นเพียงอาคันตุกะ เราจะได้เอาหลักการอุดการณ์ที่เป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นมรรคเป็นอริยมรรคที่ตรงกันข้ามกับโลกธรรมมาประพฤติมาปฏิบัติ ให้รู้เข้าใจ เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกรรมเหนือกฎแห่งกรรมเหนือผลของกรรม พระนิพพานความรู้ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปฏิจจสมุปบาท กระบวนการของปฏิจจสมุปบาทจะได้จบลงเพียงผัสสะ จะได้เป็นปัญญาเป็นความสงบ จะเป็นความสงบเป็นปัญญา เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหตุเหนือผล หยุดความปรุงแต่ง นี้เป็นขบวนการที่ติดต่อต่อเนื่อง เป็นบารมีเป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นพระนิพพานบ้านของเรา ไม่ใช่อวิชชาความหลงเป็นบ้านของเรานะ พระนิพพานคือบ้านของเรา ความสงบและปัญญาถึงเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เราจะหยุดวัฏฏสงสารได้ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยพระธรรมด้วยพระวินัย เป็นขบวนการของกระแสในการประพฤติการปฏิบัติที่ได้นำเอาพระธรรมพระวินัยมาประพฤติมาปฏิบัติในปัจจุบันให้ติดต่อต่อเนื่อง

 

 ความสงบและปัญญาที่เป็นพระธรรมพระวินัยถึงหยุดความปรุงแต่งได้ ด้วยปัญญาสัมมาทิฏฐิคู่กับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบัน พระธรรมพระวินัยที่เป็นความรู้ความเข้าใจ ที่จะหยุดความปรุงแต่งได้ เข้าถึงพระนิพพานตั้งแต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า พระนิพพานต้องอยู่ที่ปัจจุบันเท่านั้น

 

---------------------------------

 

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

Visitors: 145,372